แค่ขยันไม่ได้แปลว่าจะสำเร็จ

วันที่ 16 กพ. พ.ศ.2569

 16-2-69_b76%283%29.png

             พระอาจารย์: Main Content ของเราในวันนี้นะ เมื่อวานเราคุยเรื่องสิ่งที่ควบคุมได้ วันนี้หลวงพี่อยากคุย เราเคยได้ยินคำนี้ไหม "ขยันผิดที่ 10 ปีก็ไม่รวย" Passion แรงมากแต่แป๊บเดียวก็อาจจะ Burnout หรือบางที Work Hard แล้วก็ Hospital Heart ก็คือไปอยู่โรงพยาบาลนานด้วยนะครับ

 

วันนี้จะคุยเรื่องอะไรกัน วันนี้จะลองค่อยๆ คุยดูครับ คุยเรื่องเกี่ยวกับนี่แหละ "ขยันไม่ได้แปลว่าจะสำเร็จ" เพราะสิ่งสำคัญกว่าขยันอาจจะมีเรื่องอื่นรอเราอยู่

วันนี้หลวงพี่ถามคำถามง่ายๆ คำถามหนึ่งเลยครับ:

  • ถ้าวันนี้เรามีลูกน้องอยู่ 2 คน
  • คนหนึ่งทำจนกระทั่งดึกดื่นก็ยังทำงานอยู่ เป็นคนขยันมากเลยนะ

  • อีกคนไม่ค่อยทำอะไรเท่าไหร่ วันๆ ไม่ได้ขยันขนาดนั้น

แล้วทั้งสองคนผลงานเขาเท่ากัน เราจะเลือกชื่นชมคนไหน หรือเราจะเลือกทำอะไร? ฟังให้ชัดนะ ก็ไม่ผิดไม่ถูก บางคนบอกว่า "ก็ชมคนขยันสิหลวงพี่ เขาก็ตั้งใจนะ" เราก็ชมคนตั้งใจไง แต่หลวงพี่ก็เห็นด้วยนะ ก็ถ้ามีคนตั้งใจเราก็อยากชื่นชมคนตั้งใจ อีกคนไม่ตั้งใจเพราะมันทำได้ดีกว่านี้ไง

 

แต่บางครั้งไอ้ที่ทำเยอะทำมากน่ะ มันใช้ทรัพยากรเยอะด้วย และยิ่งกว่านั้น ทำเยอะใช้ทรัพยากรเยอะไม่พอ ดันกลายเป็นว่ายิ่งทำยิ่งกระทบไปด้วย ถ้าเป็นอย่างนี้จะกระทบคนเยอะเลยนะเพราะทำเยอะไง ประเด็นคือเราต้องกลับมาเข้าใจว่า "ขยันคือการทำเยอะ" แต่หัวใจหลักเลยคือ "ทำเยอะทำไม?"

 

พระพุทธเจ้าในยุคพุทธกาล ตัวพระพุทธเจ้าเองเคยมียุคที่ท่านทำเยอะ ปฏิบัติธรรมเยอะ ใครอยากตั้งใจนั่ง ก็นั่งแล้วไม่กินข้าว นั่งแล้วอด นั่งแล้วทรมาน เพราะต้องการทำเยอะ Overwhelm คือเต็มไปด้วยความเยอะว่าอยากจะทำให้ดี แต่อยากทำให้ดีหลายครั้งใจไม่พอดียาก เลยกลายเป็นว่าใช้ความอยากนำทาง

 

หลายคนในชีวิตท่านเป็นไหม อยากเหลือเกินทำงานให้ได้ดี อยากเหลือเกินทำเรื่องที่ต้องตั้งใจทำให้ได้ดี แต่กลายเป็นว่าตอนทำจริงๆ มันคือการ Overwhelm และก็ใช้ความอยากนำทาง ไม่ได้ใช้ปัญญานำทาง มันเลยเต็มไปด้วยความรู้สึกอยาก ความตั้งใจที่ท่วมท้น เต็มไปหมดเลย อยากไปหมด ชอบไปหมด เต็มที่ไปหมด ดันบ้าความอยากตัวเองไปสุดลิ่มทิ่มประตูเลย ฉันอยากอย่างนั้น ฉันต้องตั้งใจอย่างนี้ ฉันต้องการแบบนั้น ฉันหวังแบบนี้ มันดันความอยากไปอย่างเดียว ทำให้หลายครั้งการขยันที่เกิดจากความอยาก เกิดจากความรู้สึกกลัว เกิดจากความไม่พอ ยิ่งขยันอาจจะยิ่งผิดทาง

"ความขยันคือการเร่งฝีเท้าเหมือนรถที่วิ่งเร็ว รถยิ่งวิ่งเร็วเท่าไหร่ ยิ่งต้องมีปัญญาคือเบรกและพวงมาลัย กำหนดทิศว่า ขยันไปไหน ขยันเรื่องอะไร"

มันหาคำตอบง่ายๆ เช่น คนตื่นสายกับคนตื่นเช้า ตื่นเช้าดีกว่าตื่นสายไหมหลวงพี่? ถ้าถามหลวงพี่เลยนะ จะตอบตรงๆ ก่อนขั้นแรกว่า "ขึ้นกับตื่นมาทำไม ขึ้นกับตื่นแล้วไปทำอะไร" ตื่นแล้วไม่ทำอะไร ตื่นเช้าก็ไม่มีประโยชน์ ฉะนั้นมันขึ้นกับว่าเราตื่นทำไม เราตื่นยังไง เราตั้งใจอย่างไรต่างหาก

 

พระอาจารย์สัจจาธิโก

 

ฟังเพิ่มเติมได้ที่

https://www.youtube.com/live/kZR772CbKgA?si=eq0SRQ8dm476PPnB

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล Total Execution Time: 0.0017064332962036 Mins