ส่งน้องกลับวิมาน

วันที่ 08 เมย. พ.ศ.2569

เล่าตามใจ 147 : ส่งน้องกลับวิมาน

                 เมื่อวานได้มีโอกาสเดินทางไปส่งน้องพูลลาภ จารีต น้องรักอีกคนหนึ่ง กลับวิมาน ผมรู้จักน้องช่วงปี พ.ศ.2534 ที่ผมกลับมาพักค้างที่อาศรมซึ่งตอนนั้นอาศรมอุบาสกเพิ่งสร้างเสร็จมาไม่นาน น้องจะอยู่ในส่วนของการผลิตสื่อของวัด เป็นตากล้องวิดีโอ ถ่ายทำแล้วก็มาตัดต่อเป็นเรื่องราว

                  ตอนตั้งโครงการปฏิบัติธรรมพิเศษ น้องก็ได้มาร่วมทีมที่สวนบัว เชียงใหม่ ดูแลเรื่องถ่ายทำและตัดต่อวิดีโอ การปฏิบัติธรรมในแต่ละรุ่น สมัยก่อนต้องใช้ความอดทน และความพยายามอย่างยิ่ง เพราะตัวกล้องก็ใหญ่โต ไม่เหมือนปัจจุบัน ที่กล้องถ่ายภาพนิ่งกับกล้องถ่ายวิดีโอเป็นตัวเดียวกันแล้ว

                 การตัดต่อสมัยก่อนการจะเลือกภาพออกมาใช้ ต้องกรอเทปไปมาใช้เวลามาก ไม่เหมือนสมัยนี้เป็น file ดิจิตอล ถ่ายมาก็ลงโปรแกรมตัดต่อได้เลย จะตัดจะเพิ่มก็แสนจะง่ายดาย ลูกเล่น effect ก็หลากหลาย สำหรับพูลลาภจะคุ้นกับภาพที่น้องนั่งคลุมผ้าห่มตัดต่ออยู่ในห้องแอร์จนดึกดื่นหรือสว่างคาตา กว่างานแต่ละชิ้นจะเสร็จ

                    ภายหลังเมื่อมีการสร้าง world peace 1 ขึ้น น้องก็มาอยู่เป็นฝ่ายช่างตั้งแต่เริ่มต้น จนเดี๋ยวนี้เรามีถึง world peace 3 น้องป่วยด้วยโรคมะเร็งปอด กลับวิมานไปด้วยวัย 59 ปี

                   มีเรื่องหนึ่งตอนอยู่สวนบัว จะลงไปทำธุระในตัวเมืองเชียงใหม่ ได้ชวนน้องพูลลาภไปด้วย ขณะลัดเลาะเขาลงมา รถเกิดเสีย จำเป็นต้องหารถลากลงไปซ่อมในตัวเมือง ก็ไปเจอรถสองแถวแดงจอดอยู่ เข้าไปเจรจาตกลงกันได้แต่คนขับบอกว่าให้รอประมาณ 1ชั่วโมงเพราะเค้าติดงานอยู่

                  ได้เดินตามเข้าไปที่ทำงานของเค้าปรากฏว่าเป็นตำหนักเข้าทรง เค้าเป็นผู้ช่วย คนทรงเป็นผู้หญิงอายุไม่มากนัก ผมกับพูลลาภก็เลยนั่งรอ แล้วก็ได้นั่งดูการเข้าทรงไปด้วย

                 วันนั้นมีครอบครัวหนึ่งมาเข้าทรงถึงพ่อที่ล่วงลับไปแล้ว พอพ่อมาประทับทรงแล้ว ความบันเทิงก็เริ่มขึ้น ทุกคนในครอบครัวก็ต้องร่วมเป็นผู้แสดงไปด้วย พ่อบอกตอนนี้ไปเป็นทหาร มีการกวักมือเรียกม้ามา เรียกแถวฝึกทหาร เคารพธงชาติ ร้องเพลงชาติเสียงสูงๆแล้วก็ไม่ค่อยชัด อารมณ์คนต้างด้าวถูกตำรวจจับแล้วบังคับให้ร้องเพลงชาติแบบนั้นเลย

                   ฉากจบพ่อร่ำลา สั่งเสียให้พี่น้องรักกันมากๆ ถึงตอนนี้น้ำตาต้องมา ร้องไห้กันระงม แล้วหน้าที่ผู้ช่วยก็มาถึง ร่างทรงที่ยืนอยู่พร้อมที่จะล้มลง ผู้ช่วยก็พร้อมจะรับ เพื่อไม่ให้หัวร่างทรงฟาดพื้น ภารกิจเสร็จสิ้นพร้อมที่จะไปลากรถให้เราลงดอยไปซ่อม

                    ภายหลังเจอพูลลาภยังคุยกันว่าถ้าสมัยนั้นเรามีโทรศัพท์แบบสมัยนี้เราคงถ่าย content มาลง fb ได้หลายคลิป ก็สมัยนั้นอย่าว่าแต่จะถ่ายวิดีโอเลย ถ่ายภาพนิ่งยังถ่ายไม่ได้เลย ได้แต่โทรอย่างเดียว คนสมัยนี้คงนึกไม่ออกแน่ว่า เป็นไปได้จั๋งใด๋ #เล่าตามใจ #พูลลาภ

8-4-69--3-b-03.JPG

8-4-69--3-b-01.JPG8-4-69--3-b-02.JPG8-4-69--3-b-04.JPG8-4-69--3-b-05.JPG8-4-69--3-b-06.JPG8-4-69--3-b-07.JPG8-4-69--3-b-08.JPG8-4-69--3-b-09.JPG8-4-69--3-b-10.JPG8-4-69--3-b-11.JPG8-4-69--3-b-12.JPG8-4-69--3-b-13.JPG8-4-69--3-b-14.JPG8-4-69--3-b-15.JPG8-4-69--3-b-16.JPG8-4-69--3-b-17.JPG8-4-69--3-b-18.JPG8-4-69--3-b-19.JPG8-4-69--3-b-20.JPG8-4-69--3-b-21.JPG8-4-69--3-b-22.JPG8-4-69--3-b-23.JPG8-4-69--3-b-24.JPG8-4-69--3-b-25.JPG8-4-69--3-b-26.JPG8-4-69--3-b-27.JPG8-4-69--3-b-28.JPG8-4-69--3-b-29.JPG8-4-69--3-b-30.JPG8-4-69--3-b-31.JPG8-4-69--3-b-32.JPG8-4-69--3-b-33.JPG

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล Total Execution Time: 0.0066973805427551 Mins