Fact Check!  กรณี “วัดพระธรรมกาย” ที่ชาวเน็ตต้องรู้

วันที่ 09 เมย. พ.ศ.2569

9-4-69-1-b.jpg

Fact Check!  กรณี “วัดพระธรรมกาย” ที่ชาวเน็ตต้องรู้


+++ “ธรรมกายไม่ใช่พุทธ เป็นลัทธิ”
วัดพระธรรมกาย เป็นวัดในพระพุทธศาสนาเถรวาท ภายใต้การปกครองของมหาเถรสมาคม สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย เป็นวัดที่ได้รับขึ้นทะเบียน และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ วัดพระธรรมกายจึงเป็นวัดในพระพุทธศาสนาไม่ต่างจากวัดอีกกว่า 40,000 วัดทั่วประเทศไทย


ส่วนแนวทางการปฏิบัติวัดพระธรรมกายก็ได้รับการสืบทอดมาจากพระเดชพระคุณพระมงคลเทพมุนี หลวงพ่อวัดปากน้ำภาษีเจริญ โดยมีคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง เป็นครูผู้สอน สืบต่อมาถึงหลวงพ่อธัมมชโย ซึ่งหากพูดถึงหลวงพ่อวัดปากน้ำแล้วก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ท่านเป็นพระผู้ปฏิบัติและเป็นที่ยอมรับทั้งในอดีตและปัจจุบัน และวัดพระธรรมกายก็สืบสายธรรมต่อจากท่าน มาแผ่ขยายวิธีปฏิบัติธรรมเพื่อให้เข้าถึงพระธรรมกายไปทั่วโลกตามมโนปณิธานของครูบาอาจารย์สายนี้
.
+++ “ซื้อขายบุญ”
เรื่องนี้เป็นเรื่องเบสิคที่คนไม่เข้าใจวัดพระธรรมกายมักจะพูดกันจนหลายคนเชื่อ อันที่จริงแล้วตลอดเวลาตั้งแต่สร้างวัด วัดพระธรรมกายไม่เคยประกาศขายบุญ แต่การสร้างถาวรวัตถุและขยายงานพระพุทธศาสนาต้องใช้ปัจจัยจำนวนมาก วัดจึงได้มีการจัดการระดมทุนบอกบุญศรัทธาสาธุชนเพื่อรวมใจกันสร้างวัดให้เป็นวัด  สร้างพระให้เป็นพระ สร้างคนให้เป็นคนดี ซึ่งตามหลักการทางพระพุทธศาสนาแล้ว ใครที่ร่วมปัจจัยจะเป็นเงินบาท สองบาท หรือเป็นแสน เป็นล้าน ก็ได้บุญร่วมกัน สำคัญที่ใครศรัทธามาก ศรัทธาน้อย ปีติมาก ปีติน้อย เพราะบุญไม่มีขายอยากได้ก็ต้องทำเอง


หลวงพ่อธัมมชโยยังเคยกล่าวไว้เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2546ว่า...
“ซื้อขายบุญไม่มีนะลูกนะ เชื่อพระพุทธเจ้า อย่าเชื่อขี้เมา”
ดังนั้น ทุกการรับบริจาคจึงเป็นการระดมทุนเพื่องานพระศาสนาปกติ อย่างที่ทุกวัดในโลกนี้ทำกัน ไม่มีขายบุญ และแม้จะบริจาคไม่มากแต่หลวงพ่อก็สอนวิธีที่จะทำให้ได้บุญมากด้วยการสอนว่า “1 บาทปลื้มพันล้าน” ดังนั้นบริจาคมากหรือน้อย บุญอยู่ที่ศรัทธาและใจที่ปีติ ตามพระไตรปิฎก ไม่ได้อยู่ที่ตัวเงินแบบที่ใครหลายคนเข้าใจผิด
.
+++ “ทำบุญมากได้บุญมาก”
ข้อนี้ก็เข้าใจกันผิดไปไกลพอสมควร จริงอยู่ที่มีการพูดว่าทำบุญมากได้บุญมาก แต่บุญมากในที่นี้คือบุญที่เกิดจากการทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ด้วยใจที่ผ่องใส ใจที่ปลื้มในบุญ ในการบริจาค “มาก” ของแต่ละคนไม่เท่ากัน แต่สิ่งที่จะทำให้ได้บุญมากคือใจที่ผ่องใส ตั้งใจทำบุญจริง ๆ อิงวิธีตามบุญกิริยาวัตถุ ซึ่งนี่คือหลักการของการทำบุญมาก และจำนวนเงินบริจาค คำว่า “มาก” นั้นหมายถึงมากในระดับที่ตัวเองปลื้มใจ ปีติใจ และไม่เดือดร้อนตัวเองและคนอื่น นี่คือหลักการของการทำบุญมากได้บุญมาก ดังนั้น วัดไม่เคยสอนว่าทำบุญด้วยเงินเยอะแล้วจะได้บุญเยอะ 
.
+++ “บริจาคเงินซื้อสวรรค์ ยิ่งบริจาคมากยิ่งได้ไปสวรรค์ชั้นสูงๆ”
ตั้งแต่สร้างวัดมา หลวงพ่อไม่เคยสอนแบบนี้ ไม่รู้ว่าคนที่เชื่อว่ามีการสอนแบบนี้ไปเอาเรื่องนี้มาจากไหน จริงอยู่ที่วัดพระธรรมกายสอนเรื่องการทำบุญแล้วไปสวรรค์ แต่นั่นก็ไม่ได้เกินไปกว่าที่พระไตรปิฎกกล่าวไว้ ว่าคนที่ทำบุญย่อมมีสุคติเป็นที่ไป ส่วนใครจะไปสวรรค์ชั้นไหนอยู่ที่กำลังบุญและบาปของแต่ละคน ใครทำบุญมาก ทั้งทานศีลภาวนาก็ย่อมได้ไปสวรรค์ตามที่พระพุทธเจ้าสอน ข้อนี้ก็ไม่ได้ผิดอะไรจากคำสอนของพระพุทธศาสนา และทุกวัดก็สอนแบบนี้ จริงไหม? ที่สำคัญเป้าหมายสูงสุดคือการบรรลุมรรคผลนิพพานเหมือนกัน
 .
+++ “ศาสนสถานทรงแปลกตา”
ศาสนสถานของวัดพระธรรมกาย ก่อสร้างด้วยแนวคิด “ประหยัดสุด ประโยชน์สูง“ เรียบหรูดูดีมีสไตล์ แต่ราคาไม่แพง ดูแลรักษาได้ง่าย และเพียงพอสำหรับการรวมคนมาปฏิบัติธรรม ศาสนสถานของวัดจึงมีรูปร่างหน้าตาที่อาจจะต่างจากวัดทั่วไป แต่สมัยนี้ก็มีหลายวัดที่ลดรูปแบบลง เน้นสร้างโดยเน้นประโยชน์ใช้สอย เพราะถูกกว่า โมเดิร์นกว่า และดูแลง่ายกว่าศิลปะแบบประเพณี แล้วถ้าเทียบกันเป็นตารางนิ้วจะรู้เลยว่าวัดพระธรรมกายสร้างศาสนสถานในงบประมาณที่ถูกกว่าการสร้างแบบประเพณีหลายเท่าตัว 
 .
+++ “เจดีย์จานบิน”
มหาธรรมกายเจดีย์ เป็นเจดีย์ประธานของวัด เหมือนกับวัดทั่ว ๆ ไปที่จะมีเจดีย์หรือพระพุทธรูปสำคัญเป็นประธานของวัด เจดีย์นี้สร้างโดยตั้งใจว่าจะต้องอยู่ได้อย่างน้อย 1,000 ปี และเป็นเจดีย์ที่รูปทรงอยู่เหนือกาลเวลา หลวงพ่อธัมมชโยจึงออกแบบเจดีย์นี้ โดยมีทีมนักวิชาการด้านเจดียวิทยาระดับโลก สถาปนิก วิศวกรระดับแนวหน้าของเมืองไทยมาร่วมออกแบบ 
โดมสีทองตรงกลางที่ล้อกันว่าเป็นจานบิน แท้จริงคือองค์พระขนาดประมาณ 1 คืบเรียงกันตั้งแต่บนโดม ลงมาถึงเชิงลาด ภายนอก 300,000 องค์ และมีพระภายในอีก 700,000 องค์ นอกจากจากนี้ยังมีพระประธานที่หล่อด้วยเงินบริสุทธิ์หนัก 14 ตันอยู่ในโดมขององค์พระ ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พระไตรปิฎก และเครื่องอัฏฐบริขารของพระสงฆ์ รวมทั้งของศักดิ์สิทธิ์อีกมากมาย ดังนั้น เจดีย์นี้จึงเป็นเจดีย์ที่สมบูรณ์ทั้งในด้านสถาปัตยกรรมและนัยยะทางธรรมที่แฝงอยู่ครบถ้วน โดยได้รับแรงบันดานใจจาก ”สาญจิเจดีย์“ ที่พระเจ้าอโศกทรงสร้างและอยู่คงทนถาวรมาถึงวันนี้ มาเป็นต้นแบบนั่นเอง
.
+++ “ชิตัง เม รวย!” 
คำว่า “ชิตัง เม” เป็นคำที่มีในพระไตรปิฎก ที่ยาจกคนหนึ่งร้องอุทานหลังจากสละความตระหนี่ บริจาคทรัพท์ได้สำเร็จ และผลบุญนี้ทำให้เขารวยขึ้นทันตาเห็น วัดประทับใจเรื่องของ ”มหาทุคตะ“ คนนี้จึงใช้คำว่า “ชิตัง เม” เป็นการแสดงความยินดีว่าเราได้ทำบุญด้วยศรัทธาสำเร็จแล้ว และคำว่า “รวย” ก็เป็นคำมงคลที่ใครได้พูด ได้ฟัง ก็จะเบิกบานใจ และแน่นอนพระพุทธศานาสอนว่าการบริจาคทานทำให้เรามีทรัพย์ปรากฏในคัมภีร์ต่าง ๆ มากมาย


ส่วนคำว่า “ชิตัง เม โป้ง รวย” ก็เป็นกิมมิคในกิจกรรมตอดเสาเข็มที่จะทำให้ทุกคนที่มาร่วมพิธีตอกเสาเข็มจำลองพร้อมเพรียงกัน อันเป็นภาพที่สวยงาม ดูแล้วน่าศรัทธา ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนไปกว่านี้
 .
+++ “ขายค้อนสวรรค์”
เรื่องการประดิดประดอยของให้สวยงาม เป็นเรื่องคู่ชาวไทยมายาวนาน วัดพระธรรมกาย จะทำพิธีตอกเสาเข็มหรือพิธีอื่นๆ หลวงพ่อก็ออกแบบค้อน พาน และอุปกรณ์สำหรับร่วมพิธีที่สวย เห็นแล้วนึกถึงบุญออก ปลื้มในบุญง่าย แต่ค้อนนี้ไม่ได้ขาย แต่มอบเป็นที่ระลึกแก่เจ้าภาพใช้ในพิธีต่าง ๆ  เป็นกิมมิคในการทำบุญก็แค่นั้น 
 .
+++ “นิพพาน อัตตา อนัตตา?”
เรื่องนี้เขาเถียงกันมาเป็นพันปีแล้ว และจะยังคงเถียงกันต่อไป และไม่ใช่แค่วัดพระธรรมกายที่เชื่อว่านิพพานเป็นอัตตา ยังมีหลวงพ่อ หลวงปู่ครูบาอาจารย์ทั้งสมัยโบราณและปัจจุบันที่เชื่อแบบนี้ ประเด็นนี้ขอผ่าน เถียงไปก็ไม่จบ ใครจะเชื่อแบบไหนก็แล้วแต่จะตีความเลยจ้าาาาา 
.
+++ “บูชาข้าวพระไม่มีในยุคพุทธกาล”
พิธีบูชาข้าวพระ คือพิธีที่เรานำอาหารหวานคาว น้อมถวายเป็นพุทธบูชา โดยมีคุณยายอาจารย์ทองสุข สำแดงปั้น และคุณยายอาจารย์จันทร์ ขนนกยูง เป็นผู้ริเริ่ม ซึ่งการตั้งข้าวปลาอาหารหน้าพระก็มีมานานแล้ว แค่วัดพระธรรมกายทำเป็นพิธีใหญ่ และใช้การปฏิบัติตามแนววิชชาธรรมกายของหลวงพ่อวัดปากน้ำมาประกอบพิธี ซึ่งถ้าเปรียบเทียบก็เหมือนกับการทำใจ เหมือนได้ใส่บาตรพระพุทธเจ้า ซึ่งการใส่บาตรพระพุทธเจ้าก็มีในพระไตรปิฎก และทุกวัดในประเทศหรือแม้แต่ต่างนิกายในต่างประเทศก็มีการใช้ข้าวปลาอาหารบูชาพระพุทธเจ้า อันนี้ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่อะไร เพียงแค่วัดพระธรรมกายใช้แนวทางปฏิบัติวิชชาธรรมกายของหลวงพ่อวัดปากน้ำเสริมเข้าไปตามความเชื่อของครูบาอาจารย์สายนี้ก็เท่านั้น
 .
+++ “หลวงพ่ออธัมมชยโยปาราชิก?”
ราวปี 40 เรื่องนี้ดังมาก สุดท้ายเมื่อถึงกระบวนการยุติธรรม หลวงพ่อก็พ้นมลทินแล้ว และเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ปี 54 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ฝ่ายวิปัสสนาธุระที่ “พระเทพญาณมหามุนี” ก่อนจะมีกรณีสหกรณ์คลองจั่น
 .
+++ “สมคบฟอกเงินรับของโจร?”
คดีสหกรณ์ฯ เป็นคดีใหญ่ผูกพันหลายองค์กร หลายสำนัก เงินที่มาเข้าวัดพระธรรมกายก็ไม่ใช่เงินทั้งหมดที่นายศุภชัยยักยอกจากสหกรณ์ ยังมีหน่วยงานของรัฐและวัดอีกมากมายที่ไม่ได้โดนคดีนี้ น่าคิดเนาะ? แล้วที่สำคัญหลวงพ่อเป็นเจ้าอาวาสมีคนนำเงินมาถวายท่านก็รับไว้แล้วเอาไปใช้ในงานของพระพุทธศาสนา ไม่ได้เอาเข้ากระเป๋าตัวเอง แล้วเงินก้อนนี้ก็ไม่ได้ย้อนกลับไปสู่นายศุภชัยแต่อย่างใด แบบนี้ใช่ฟอกเงินหรอ? แล้วรับของโจรนั้น พระจะรู้ไหมว่าใครโจร ใครไม่โจร พระไม่ได้ถามนี่ว่า เอาเงินมาจากไหน โกงมาหรือเปล่า หลายท่านก็เคยทำบุญ เคยโดนถามไหมเอ่ย? อีกอย่างเป็นการรับแบบเปิดเผย สะท้อนเจตนาบริสุทธิ์ด้วย
 .
+++ “มีแต่คนรวยที่เข้าวัดนี้ได้”
เรื่องนี้ไม่เป็นความจริง ทุกคนสามารถมาปฏิบัติธรรมที่วัดได้ “ฟรี” มีรถรับส่ง มีข้าว มีปานะแจก โดยไม่ต้องบริจาคเงินสักบาทก็ทำได้ ว่าง ๆ ก็ลองมาปฏิบัติธรรมกันนะ แล้วจะรู้ว่าคนเป็นแสนเป็นล้านแต่นั่งสงบเงียบเรียบร้อยเป็นแบบไหน ส่วนใครอยากบริจาคเท่าไหร่ ก็บริจาคเท่าที่ตัวเองคิดว่าปลื้ม พอดีสำหรับตัวเอง ก็เจ้าภาพเค้ารวยเค้าก็บริจาคเยอะ คนรวยน้อยหน่อยก็บริจาคเท่าที่กำลังความปลื้มของตัวเองจะทำได้
.
+++ “แบ่งชั้นวรรณะ”
ข้อนี้ไม่จริงอย่างยิ่ง ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ถ้ามาวัดพระธรรมกายทุกคนนั่งพื้นหมด มีสมัยนี้แหละที่ สว.(สูงวัย)เยอะขึ้น จึงจัดเก้าอี้ไว้ให้ ส่วนการแบ่งโซนใกล้-ไกลก็เป็นเรื่องของงานพิธีกรรม ตามลำดับผู้เกี่ยวข้องกับพิธี เป็นปกติทุกที่
.
+++ “ล้างสมอง”
ใช่! คนเข้าวัดพระธรรมกายถูกล้างสมอง ล้างสิ่งที่ไม่ดีออกจากสมอง จากที่เคยผิดศีลก็มีศีล จากที่เคยตระหนี่ก็รู้จักแบ่งปัน จากที่ไม่เคยสวดมนต์ไหว้พระทำสมาธิ ก็มาสวดมนต์นั่งสมาธิ อันนี้เรียกว่าเป็นการ “ล้างสิ่งไม่ดีออกจากสมอง”
 .
+++ “องค์พระรูปร่างหน้าตาต่างจากพุทธศิลป์ไทย”
พระของวัดพระธรรมกาย สร้างโดยศึกษาจากเรื่องของลักษณะมหาบุรุษ 32 ประการ แล้วนำมาเทียบเคียงความเป็นไปได้ ร่วมกับผลจากการปฏิบัติของหลวงพ่อที่นิมิตเห็นองค์พระรูปลักษณะนี้แล้วปั้นออกมาจากการปฏิบัติ ซึ่งก็ไม่ได้มีแต่หลวงพ่อธัมมชโยที่สร้างพระจากนิมิตที่เห็น มีครูบาอาจารย์อีกหลายรูปที่สร้างพระด้วยวิธีนี้เช่นกัน
.
+++ “รูปหล่อทองคำ”
ที่ต้องหล่อรูปเหมือนครูบาอาจารย์ด้วยทองคำ เพราะหาโคตรเพชรมาแกะไม่ได้ 55555
สำหรับชาวธรรมกายเคารพครูบาอาจารย์มาก และรู้ซึ้งถึงพระคุณท่านจึงหล่อรูปเหมือนท่านด้วยทองคำเพื่อกตัญญูบูชาในฐานะศิษยานุศิษย์ และให้ชาวโลกได้หันกลับมามองว่าท่านเป็นใคร? ทำไม่ต้องหล่อด้วยทองคำ? ซึ่งจะทำให้ชาวโลกมาศึกษาคำสอนและประวัติชีวิตท่านและนำไปสู่การปฏิบัติต่อไป ใคร ๆ เขาก็หล่อกัน
 .
+++ “งานบุญอีเวนท์อลังการ”
หลวงพ่อและทีมงานศรัทธาในพระรัตนตรัย และเชื่อมั่นในการสร้างบารมีมาก ดังนั้นในเมื่อจะทำภารกิจงานบุญใด ๆ สักอย่าง ก็ต้องดีที่สุด ประณีตที่สุด และเป็นภาพจำที่ดีที่สุด เพราะกว่าจะจัดงานแต่ละงานนั้นไม่ง่ายเลย เพราะคนมาเยอะ จัดแล้วก็ต้องจัดให้ดี มีระบบ ระเบียบ สงบเสงี่ยม สง่า สมกับพระคุณของพระรัตนตรัยที่ไม่มีประมาณ และสมกับการที่ได้ของยากคือการเกิดเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา ถ้าดูวิถีชีวิตสมาชิกเขตในของวัด กับการจัดงานสร้างบุญ จะเห็นเลยว่า ต่างกันลิบลับ ชาววัดกินง่ายอยู่ง่าย แต่เมื่อใดที่ต้องทำภารกิจงานบุญทำนุบำรุงพระพุทธศานา ต้องดีที่สุด เลิศที่สุด และวัดพระธรรมกายถ้าพูดไปแล้วก็ทำงานบุญได้อลังการไม่เท่าสิ่งที่ปรากฏในคัมภีร์พระพุทธศาสนาเลย คนยุคพุทธกาลจัดเต็มกว่านี้มาก
 .
+++ สรุปว่า สังคมบางส่วนใช้ข้อมูลผิด ๆ โจมตีแบบผิด ๆ โดยที่ชาววัดพระธรรมกายก็งง ว่าวาทกรรมเหล่านี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไร เพราะวัดไม่เคยสอน


…ยังมีอีกหลายประเด็นที่อยากอธิบายให้ฟัง แต่คิดว่าข้อมูลเบื้องต้นประมาณนี้ก็น่าจะเพียงพอที่จะทำให้คนที่ไม่เข้าใจวัดพระธรรมกาย และมีใจเป็นกลางได้มองวัดพระธรรมกายอีกมุมหนึ่งที่ชาวเน็ตอาจจะไม่เคยพูดถึง แล้วพิจารณาดูว่าสิ่งที่วัดทำนั้นแปลกแยก แตกต่าง หรือสร้างสรรค์ นำพาพระพุทธศาสนาสู่สากล


หวังว่าท่านที่มีใจเป็นกลางจะได้รับข้อมูลอีกด้านและมองวัดพระธรรมกายในมุมที่อาจจะไม่เคยมอง เข้าใจวัดพระธรรมกายมากขึ้น ไม่ต้องหันมาศรัทธา เพียงแค่ไม่ด้อยค่ากันจนเกินไปก็พอแล้ว


โดย: บก.กวีวรรณ
กล้าตะวัน

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล Total Execution Time: 0.0012465794881185 Mins