เล่าตามใจ 176 : งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา
ในสมัยที่มาเป็นน้องอุบาสกใหม่ๆ เมื่อถึงวาระที่มีพี่อุบาสกบวชอุทิศชีวิต ก็จะมีพี่ๆกัลยาณมิตรผู้ใหญ่ นำพี่อุบาสกที่จะบวชกับน้องๆในอาศรมไปเลี้ยงอาหาร ไปทำบุญต่างๆ เป็นการร่วมอนุโมทนาบุญในการบวชแต่ละครั้ง มาระยะหลังๆพี่กัลยาณมิตรผู้ใหญ่ที่เป็นเจ้าภาพแต่ละปีเป็นประจำคือพี่แอ๊ว (กัลฯยมโดย เวชศิริ)
ย้อนไปวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ได้เจอลูกๆของพี่แอ๊ว ทั้ง3คน มาทำบุญที่หอฉันคุณยายอาจารย์ฯ น้องบอกว่าพี่ช่วยอธิษฐานจิตส่งบุญให้คุณแม่ด้วย ท่านคงจะเดินทางกลับวิมานใน 2-3 วันนี้ ก็ได้ตอบน้องทั้ง3ไปว่าไปบอกแม่ด้วย ไม่ต้องรีบกลับ ให้อยู่อนุโมทนาบุญงานบวชพี่ก่อนนะ น้องก็รับปาก แล้วก็ไปบอกจริงๆ น้องมาเล่าภายหลังว่าท่านรับทราบข้อความ
ครั้งนั้นพระเองต้องขึ้นไปปฏิบัติธรรมที่สุขสันโดษ พี่แอ๊วก็ยังคงอยู่ ก็ดีใจ จนมาถึงกลางเดือนมีนาคม มีข่าวว่าพี่แอ๊วกลับวิมานแล้ว วีซ่าพระก็หมดพอดีได้ลงมางานชำระร่างส่งพี่สาวกลับวิมาน
มาปีนี้พี่ๆกลุ่มกุรุรัฐเป็นเจ้าภาพก็จัดกันที่อยุธยาเมื่อวันที่ 27 เมษายน ที่ร้านมาดูว์เรือ ฟังดูน่าจะเป็นร้านอาหารฝรั่งเศส จริงๆแล้วร้านอยู่ริมแม่น้ำเลยชื่อมาดูเรือ ดูเรือแล่นไปแล่นมาจริงๆ ก็สะดวกดี ปล่อยปลาข้างๆร้าน แล้วก็อิ่มอร่อยกันเลย ปิดท้ายด้วยการจับสลากของขวัญจากพี่ๆที่จะบวชทั้ง 11คนและจากอาศรม
งานเลี้ยงถือเป็นการหล่อหลอมสมาชิกอาศรมไปในตัวในแต่ละปี สุดท้ายก็ไม่พ้นคำกล่าวที่ว่า "งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา" แต่จะขอเติมอีกวรรคว่า "แต่การบวชของเราจะอยู่ต่อไปตลอดชีวิต" เอวังก็มีด้วยประการละฉะนี้