ชาดก 500 ชาติ รวมนิทานชาดกพร้อมภาพประกอบ คติธรรม ข้อคิดสอนใจ

ชาดก 500 ชาติ : ชาดก 500ชาติรวมชาดก 500 ชาติพร้อมภาพประกอบ  ข้อคิดสอนใจ

ชาดก คือ เรื่องราวหรือชีวประวัติในอดีตชาติของพระโคตมพุทธเจ้า คือ สมัยที่พระองค์เป็นพระโพธิสัตว์บำเพ็ญบารมีอยู่ พระองค์ทรงนำมาเล่าให้พระสงฆ์ฟังในโอกาสต่าง ๆ เพื่อแสดงหลักธรรมสุภาษิตที่พระองค์ทรงประสงค์ เรียกเรื่องในอดีตของพระองค์นี้ว่า ชาดก ชาดกเป็นเรื่องเล่าคล้ายนิทาน บางครั้งจึงเรียกว่า นิทานชาดก

ชาดก 500 ชาติ :: อรรถกถา วารุณิทูสกชาดก

อรรถกถา วารุณิทูสกชาดก

ว่าด้วย ผู้มีปัญญาทรามทำให้เสียประโยชน์

 

เรื่องราวในปัจจุบัน

                         พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภชายผู้ทำเหล้าเสีย ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า “น เว อนตฺถกุสเลน” ดังนี้

 

                         ได้ยินมาว่า มีพ่อค้าเหล้าคนหนึ่ง เป็นเพื่อนของท่านอนาถบิณฑิกะเศรษฐี เขาทำเหล้ารสเข้มข้นขายได้เงินทองมากมาย วันหนึ่งเมื่อมีผู้คนมาซื้อเหล้ามาก เขาจึงกำชับลูกจ้างว่าให้ขายเหล้าตามราคาปกติ แล้วตนเองก็ออกไปอาบน้ำ

Warunituskajataka_1.jpg

 

                         ขณะที่พ่อค้าไม่อยู่ ลูกจ้างได้ขายเหล้าให้แก่ผู้คนตามปกติ เขาเห็นว่าผู้ที่ดื่มเหล้ามักเรียกหาเกลือมากินแกล้มเป็นระยะๆ จึงเข้าใจไปว่า เหล้านั้นอาจไม่เค็มพอ จึงคิดจะใส่เกลือผสมลงไปเพื่อให้รสดีขึ้น แล้วเทเกลือประมาณทะนานหนึ่งลงในเหล้า จากนั้นก็ตวงขายให้แก่ผู้ซื้อ

Warunituskajataka_2.png

 

                         แต่เมื่อผู้คนได้ดื่มเหล้านั้น ต่างก็รู้สึกว่าเหล้าเค็มจัดจนดื่มไม่ได้ จึงพากันบ้วนทิ้ง แล้วเข้ามาถามลูกจ้างว่าได้ทำอะไรกับเหล้า ลูกจ้างตอบว่า เขาเห็นทุกคนดื่มเหล้าแล้วต้องคอยเรียกหาเกลือ จึงใส่เกลือผสมลงไปในเหล้าให้เลย

Warunituskajataka_3.png

 

                         ผู้คนทั้งหลายได้ยินดังนั้นก็พากันตำหนิลูกจ้างว่าเป็นคนโง่ ทำให้เหล้าดีๆ เสียหมด แล้วต่างก็ลุกหนีออกจากร้านไป

 

                         เมื่อพ่อค้าเหล้ากลับมา เห็นว่าไม่มีลูกค้าอยู่เลย จึงถามลูกจ้างว่าผู้ดื่มเหล้าไปไหนหมด ลูกจ้างจึงเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง พ่อค้าได้ฟังก็โกรธ ตำหนิว่าลูกจ้างโง่เขลา ทำให้เหล้าดีๆ เสียไปหมด แล้วไปเล่าเรื่องนี้ให้ท่านอนาถบิณฑิกะเศรษฐีฟัง

Warunituskajataka_4.png

 

                         ท่านอนาถบิณฑิกะเศรษฐีได้ยินเรื่องนั้นแล้วคิดว่า เรื่องนี้มีแง่สอนธรรมที่ดี จึงเดินทางไปยังพระเชตวันมหาวิหาร เข้าเฝ้าพระบรมศาสดา กราบทูลเรื่องทั้งหมดถวายพระศาสดาตรัสว่า มิใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้นที่ชายผู้นี้ทำเหล้าให้เสีย แม้ในอดีตกาลเขาก็เคยทำเหล้าให้เสียมาแล้วเช่นกัน แล้วทรงนำเรื่องในอดีตมากล่าวเป็นอุทาหรณ์ดังนี้

 

เรื่องราวในอดีต

                         ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์ได้เกิดเป็นเศรษฐีผู้มั่งคั่งในเมืองนั้น มีพ่อค้าเหล้าคนหนึ่งอาศัยท่านเลี้ยงชีพอยู่

Warunituskajataka_5.jpg

 

                         วันหนึ่งพ่อค้าเหล้าทำเหล้ารสเข้มข้นไว้ แล้วสั่งลูกจ้างให้ขายแทนตนเอง ขณะที่ตนออกไปอาบน้ำ พอพ่อค้าจากไป ลูกจ้างก็ขายเหล้าให้ผู้คนเช่นเคย เขาเห็นลูกค้าเรียกหาเกลือมากินกับเหล้า จึงเข้าใจผิดว่าเหล้านั้นไม่เค็มพอ จึงใส่เกลือลงไปในเหล้า ทำให้เหล้าเสียรสและขายไม่ได้เลย

Warunituskajataka_6.png

 

                         เมื่อพ่อค้ากลับมา ได้ทราบเรื่องทั้งหมดจากลูกจ้าง จึงไปเล่าให้ท่านเศรษฐีฟัง

                         ท่านเศรษฐีกล่าวว่า ธรรมดาคนโง่ย่อมไม่เข้าใจสิ่งที่เป็นประโยชน์ คิดว่ากำลังทำสิ่งดี แต่กลับทำให้เสียหาย ดังนั้น

                         ท่านจึงกล่าวคาถาธรรมว่า

Warunituskajataka_7r.png

 

                         “การทำสิ่งที่เห็นว่าเป็นประโยชน์ โดยผู้ที่ไม่เข้าใจในประโยชน์นั้น ย่อมไม่ก่อให้เกิดความสุขได้เลย คนโง่เมื่อคิดจะทำสิ่งดี กลับทำให้สิ่งนั้นเสียไป เหมือนนายโกณฑัญญะที่ทำเหล้าดีๆ ให้เสียรสฉะนั้น”

 

                         ในคาถานั้น คำว่า “โกณฑัญญะ” หมายถึงชื่อลูกจ้างของพ่อค้าเหล้าคนนั้น ซึ่งคิดว่าจะทำให้เหล้าดีขึ้นด้วยการใส่เกลือ แต่กลับทำให้เหล้าเสียรสจนต้องเททิ้งทั้งหมด เปรียบเหมือนคนที่ไม่มีปัญญารู้จักประโยชน์แท้จริง แม้จะพยายามทำดี ก็อาจทำลายสิ่งดีนั้นไปโดยไม่รู้ตัว

 

                         พระโพธิสัตว์ได้แสดงธรรมจบด้วยคาถานี้

                         เมื่อจบการแสดงธรรม พระบรมศาสดาตรัสว่า มิใช่เพียงในชาตินี้เท่านั้นที่ชายผู้นี้ทำเหล้าเสีย แม้ในอดีตก็เคยทำเช่นเดียวกัน

 

                         จากนั้นพระองค์ทรงสืบอนุสนธิแสดงให้เห็นความเชื่อมโยงว่า

                         คนที่ทำเหล้าเสียในครั้งนั้น คือคนที่ทำเหล้าเสียในครั้งนี้

                         ส่วนเศรษฐีผู้ฉลาดในอดีตนั้น ก็คือพระตถาคตเจ้าผู้ตรัสรู้ในปัจจุบันนี้เอง

 

ข้อคิดจากเรื่องนี้

                         ผู้ที่ไม่มีปัญญา แม้จะตั้งใจทำสิ่งดี ก็อาจทำให้สิ่งดีนั้นเสียไปได้ เพราะไม่รู้เท่าทันว่าอะไรคือประโยชน์แท้จริง ดังนั้น ก่อนจะทำสิ่งใด ควรใช้สติ ปัญญา และความเข้าใจให้รอบคอบ ไม่เช่นนั้น ความตั้งใจดีอาจกลายเป็นเหตุแห่งความเสียหายได้

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร

* * ชาดก 500 ชาติ แนะนำ * *

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล