ชาดก 500 ชาติ รวมนิทานชาดกพร้อมภาพประกอบ คติธรรม ข้อคิดสอนใจ

ชาดก 500 ชาติ : ชาดก 500ชาติรวมชาดก 500 ชาติพร้อมภาพประกอบ  ข้อคิดสอนใจ

ชาดก คือ เรื่องราวหรือชีวประวัติในอดีตชาติของพระโคตมพุทธเจ้า คือ สมัยที่พระองค์เป็นพระโพธิสัตว์บำเพ็ญบารมีอยู่ พระองค์ทรงนำมาเล่าให้พระสงฆ์ฟังในโอกาสต่าง ๆ เพื่อแสดงหลักธรรมสุภาษิตที่พระองค์ทรงประสงค์ เรียกเรื่องในอดีตของพระองค์นี้ว่า ชาดก ชาดกเป็นเรื่องเล่าคล้ายนิทาน บางครั้งจึงเรียกว่า นิทานชาดก

ชาดก 500 ชาติ :: เตลปัตตชาดก ว่าด้วยการรักษาจิต เตลปัตตชาดก

เตลปัตตชาดก ว่าด้วยการรักษาจิต

เตลปัตตชาดก

                 เมื่อหนทางสู่บัลลังก์ ต้องแลกด้วยการควบคุมหัวใจตัวเองลองนึกภาพว่า...มีใครคนหนึ่งยื่นถ้วยที่เต็มไปด้วยน้ำมันให้คุณถือน้ำมันเต็มจนเกือบล้นขอบจากนั้น ชายถือดาบเดินเข้ามายืนข้างหลัง และพูดเพียงว่า“เดินไปให้ถึงปลายทาง ถ้าน้ำมันหกแม้แต่หยดเดียว เจ้าตาย”

 

                   แต่เรื่องยังไม่จบระหว่างทางกลับมีหญิงสาวผู้เลอโฉมกำลังร้องเพลงและร่ายรำอยู่ท่ามกลางฝูงชนเสียงดนตรีดังอยู่รอบตัวผู้คนส่งเสียงเชียร์ทุกสายตาหันไปมองนางยกเว้นคุณ...เพราะเพียงแค่เผลอหันไปมอง แล้วน้ำมันกระฉอกออกจากถ้วยชีวิตก็จบลงตรงนั้นคุณจะยังกล้าละสายตาจากถ้วยหรือไม่?

 

                   นี่คือเรื่องที่พระพุทธเจ้าทรงยกขึ้นมาเป็นตัวอย่าง เพื่อสอนเรื่องสิ่งหนึ่งที่มนุษย์ทุกคนมีแต่ควบคุมได้ยากเหลือเกินสิ่งนั้นคือ...“ใจของเราเอง”ย้อนกลับไปในอดีตกาลครั้งนั้น พระเจ้าพรหมทัตครองกรุงพาราณสีพระองค์มีพระราชโอรสมากมายถึงหนึ่งร้อยเอ็ดพระองค์พระราชโอรสองค์สุดท้าย แม้จะอยู่ห่างจากลำดับการสืบราชสมบัติ แต่เป็นผู้มีจิตใจดี และคอยปรนนิบัติพระปัจเจกพุทธเจ้าที่เข้ามารับอาหารในพระราชวังอยู่เสมอ

 

                  ทุกครั้งที่ท่านมา เจ้าชายจะคอยถวายน้ำ ล้างพระบาท และดูแลด้วยความเคารพแต่ลึกลงไปในใจ เจ้าชายมีคำถามหนึ่งที่ติดค้างอยู่เสมอพระองค์เป็นโอรสองค์ที่ 101มีพี่ชายอยู่ข้างหน้าถึงหนึ่งร้อยพระองค์แล้วชีวิตนี้...พระองค์จะมีโอกาสได้เป็นกษัตริย์หรือไม่?วันหนึ่ง เจ้าชายจึงตัดสินใจถามพระปัจเจกพุทธเจ้า“ในอนาคต ข้าพเจ้าจะได้ครองราชสมบัติในกรุงพาราณสีหรือไม่?”คำตอบที่ได้รับชัดเจน“พระองค์จะไม่ได้ครองราชย์ในเมืองนี้”

 

                    ความหวังของเจ้าชายเหมือนถูกดับลงทันทีแต่พระปัจเจกพุทธเจ้ากล่าวต่อ“อย่างไรก็ตาม มีเมืองหนึ่งชื่อว่า ตักกสิลา อยู่ห่างจากที่นี่ห้าสิบโยชน์”“หากพระองค์ไปถึงเมืองนั้นได้ พระองค์จะได้เป็นกษัตริย์ในวันที่เจ็ดนับจากวันนี้”เจ้าชายเงยหน้าขึ้นโอกาสที่คิดว่าไม่มี กลับปรากฏอยู่ตรงหน้าแต่มีเงื่อนไขสำคัญข้อหนึ่ง

 

%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%874.png

 

                   ทางลัดที่เต็มไปด้วยความตายการเดินทางไปตักกสิลามีสองเส้นทางทางแรกปลอดภัยกว่า แต่ต้องเดินอ้อมเป็นระยะทางถึงหนึ่งร้อยยี่สิบโยชน์ส่วนอีกทาง...เป็นเส้นทางตรงเพียงห้าสิบโยชน์เร็วพอที่จะไปถึงตักกสิลาภายในเจ็ดวันแต่เส้นทางนั้นต้องผ่านป่าอันตรายและสิ่งที่อยู่ในป่า ไม่ใช่โจร ไม่ใช่สัตว์ร้ายแต่คือ ยักษิณีพวกมันสามารถเนรมิตรูปร่างให้กลายเป็นหญิงสาวงดงาม สร้างบ้านเรือนและศาลาพักที่ดูน่าอยู่ พร้อมสิ่งต่าง ๆ ที่ชวนให้ผู้เดินทางหยุดพัก

 

                  ทุกอย่างถูกสร้างขึ้นเพื่อจุดประสงค์เดียวล่อลวงมนุษย์เมื่อชายคนใดหลงใหลและหยุดอยู่กับพวกมัน...ชายคนนั้นก็จะกลายเป็นอาหารพระปัจเจกพุทธเจ้าจึงเตือนเจ้าชายว่า“ถ้าพระองค์รักษาสติไว้ได้ ไม่หลงไปกับสิ่งที่ยักษิณีสร้างขึ้น และเดินทางต่อจนถึงตักกสิลา พระองค์จะได้ครองราชย์ตามที่ปรารถนา”เจ้าชายตอบทันที“ข้าพเจ้าจะไม่หลงกลพวกมัน”พระองค์จึงกลับไปลาพระบิดาและพระมารดา แล้วเตรียมออกเดินทาง

 

%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%875.png

 

                 เมื่อข่าวการเดินทางแพร่ออกไป มหาดเล็กห้าคนขอติดตามเจ้าชายไปด้วยเจ้าชายเตือนพวกเขา“เส้นทางที่เราจะไปมีอันตราย ยักษิณีสามารถสร้างสิ่งต่าง ๆ มาล่อลวงเราได้ ถ้าใครเผลอหลงใหล อาจไม่มีชีวิตกลับมา”พระองค์ไม่ต้องการให้พวกเขาตามไปแต่มหาดเล็กทั้งห้ายืนยันพวกเขาเชื่อว่าตัวเองสามารถควบคุมจิตใจได้ในที่สุด เจ้าชายจึงยอมให้ร่วมทางทั้งหกออกจากกรุงพาราณสี มุ่งหน้าเข้าสู่ป่าเป้าหมายอยู่ที่ตักกสิลาและทุกคนรู้ดีว่าถ้าเดินผ่านป่าแห่งนี้ไปได้ ชีวิตใหม่กำลังรออยู่ข้างหน้าแต่สิ่งที่ไม่มีใครรู้คือ...ในบรรดาคนทั้งหก จะมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เดินออกจากป่าได้

 

%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%876.png

 

                เมื่อคณะเดินทางเข้าสู่เขตของยักษิณี สิ่งที่พระปัจเจกพุทธเจ้าเตือนไว้ก็เริ่มเกิดขึ้นยักษิณีเนรมิตสถานที่งดงามขึ้นตามเส้นทางพวกมันแปลงกายเป็นหญิงสาวที่ดูงดงามราวกับนางฟ้าสิ่งต่าง ๆ รอบตัวถูกสร้างขึ้นเพื่อดึงดูดความสนใจของผู้เดินทางเจ้าชายจำคำเตือนได้ดีพระองค์ไม่หยุดไม่ปล่อยให้สิ่งตรงหน้าทำให้ลืมเป้าหมายและเดินหน้าต่อไปแต่มหาดเล็กทั้งห้าไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ทีละคน...พวกเขาเริ่มหลงใหลสิ่งที่ยักษิณีสร้างขึ้น

 

%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%877.png

 

                คำเตือนที่เคยรับปากว่าจะจำ กลับค่อยๆถูกลืมสุดท้าย มหาดเล็กทั้งห้าตกอยู่ในกับดักและถูกยักษิณีจับกินจนหมดจากคนหกคนที่ออกเดินทางจากพาราณสี...เหลือเพียงเจ้าชายพระองค์เดียวพระองค์ยังคงเดินต่อแม้เจ้าชายจะผ่านกับดักมาได้ แต่ยักษิณีตัวหนึ่งยังไม่ยอมแพ้มันแปลงกายเป็นหญิงสาวงดงาม และติดตามเจ้าชายไปตลอดเส้นทางแต่ไม่ว่ามันจะพยายามเพียงใด เจ้าชายก็ไม่ยอมหลงใหลในที่สุด พระองค์เดินทางมาถึงเมืองตักกสิลา และเข้าไปพักในศาลาแห่งหนึ่งนอกกำแพงเมืองดูเหมือนว่าอันตรายจะผ่านพ้นไปแล้วแต่ยักษิณียังตามมาถึงที่นั่นและคราวนี้...เป้าหมายของมันเปลี่ยนไป

 

%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%878.png

 

                 กษัตริย์ผู้มองเห็นหญิงงามในวันนั้น กษัตริย์แห่งตักกสิลาเสด็จออกไปยังพระราชอุทยานระหว่างทาง พระองค์ทอดพระเนตรเห็นหญิงสาวผู้เลอโฉมคนหนึ่งเดินติดตามเจ้าชายแปลกหน้าพระราชาทรงสนพระทัยทันทีจึงให้คนไปถามว่า“หญิงผู้นั้นเป็นภรรยาของเจ้าหรือ?”เจ้าชายตอบตามความจริง“ไม่ใช่”เพียงเท่านั้น กษัตริย์ก็ทรงรับหญิงสาวขึ้นช้างพระที่นั่ง และพากลับเข้าสู่พระนครโดยไม่รู้เลยว่า...หญิงที่พระองค์พากลับพระราชวังนั้นไม่ใช่มนุษย์

 

%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%8712.png

 

                คืนแรกในพระราชวังกษัตริย์หลงใหลหญิงสาวอย่างมาก และแต่งตั้งนางให้เป็นอัครมเหสีคืนนั้น นางแสร้งร้องไห้พระราชาจึงถามด้วยความเป็นห่วง“เจ้าร้องไห้เพราะเหตุใด?”นางตอบว่า“หม่อมฉันไม่มีครอบครัว ไม่มีหลักแหล่ง ผู้คนอาจดูหมิ่นว่าพระองค์พบหม่อมฉันอยู่ข้างถนนแล้วพากลับมา”“ถ้าพระองค์ทรงเมตตา โปรดให้หม่อมฉันมีอำนาจเหนือคนทั้งเมือง จะได้ไม่มีใครกล้าดูถูก”พระราชาปฏิเสธ“เราให้อำนาจถึงเพียงนั้นไม่ได้ หากชาวเมืองไม่พอใจ บ้านเมืองจะวุ่นวาย”ยักษิณีจึงเปลี่ยนคำขอ“ถ้าเช่นนั้น ขอเพียงให้หม่อมฉันมีอำนาจเหนือทุกคนในพระราชวังก็พอ”

 

                คราวนี้ พระราชาทรงยอมและนั่นคือความผิดพลาดที่พระองค์ไม่มีโอกาสแก้ไขงานเลี้ยงของเหล่ายักษ์เมื่อพระราชวังเงียบสงัดและกษัตริย์บรรทมหลับสนิท...หญิงสาวผู้เลอโฉมก็กลับคืนสู่ร่างที่แท้จริงนางออกจากพระราชวัง ไปเรียกพวกยักษ์ของตนมาคืนนั้น พระราชวังซึ่งเคยเต็มไปด้วยผู้คน กลายเป็นสถานที่แห่งความตายเหล่ายักษ์จับคนในวังกินจนหมดส่วนกษัตริย์แห่งตักกสิลา...ถูกยักษิณีผู้ที่พระองค์แต่งตั้งเป็นอัครมเหสีกินเสียเองจากนั้น พวกมันก็หายกลับไปยังเมืองยักษ์

 

               รุ่งเช้า ชาวเมืองเข้าไปในพระราชวังและพบกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อจัดการพระราชวังเรียบร้อยแล้ว เหล่าอำมาตย์จึงเริ่มพูดถึงชายแปลกหน้าที่เดินทางมาถึงเมื่อวาน“หญิงคนนั้นติดตามเขามาตลอดทาง”“แต่น่าแปลก...เขากลับไม่สนใจนางเลย”ทุกคนเริ่มเข้าใจชายผู้นั้นอาจรู้ตั้งแต่แรกว่า นางไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาและถ้าเขาสามารถรักษาสติได้แม้ต้องเผชิญกับสิ่งล่อลวงเช่นนั้น...เขาก็น่าจะเป็นคนที่สามารถปกครองบ้านเมืองได้เหล่าอำมาตย์และขุนนางจึงออกจากเมือง ไปยังศาลาที่เจ้าชายพักอยู่แล้วทูลเชิญว่า“ขอพระองค์เสด็จเข้าครองราชสมบัติแห่งตักกสิลาเถิด”

 

%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%8713.png

 

              เจ้าชายตอบรับและเมื่อถึงวันที่เจ็ดนับจากวันที่ออกจากกรุงพาราณสี...คำของพระปัจเจกพุทธเจ้าก็เป็นจริงพระราชโอรสองค์ที่ 101 ผู้แทบไม่มีโอกาสได้ครองบัลลังก์ในบ้านเกิด กลายเป็นพระราชาแห่งตักกสิลา

 

%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%8714.png

 

                 คนที่ถือภาชนะซึ่งเต็มไปด้วยน้ำมัน ย่อมต้องประคองมันอย่างระมัดระวังฉันใด ผู้ที่ต้องการไปให้ถึงจุดหมาย ก็ควรรักษาจิตของตนด้วยสติฉันนั้น เพราะเส้นทางอาจเต็มไปด้วยสิ่งที่ชวนให้เราหยุดแต่คนที่รู้ว่าตัวเองกำลังจะไปไหน...ย่อมไม่ยอมให้สิ่งระหว่างทาง พาเขาหลงจากจุดหมาย

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร

* * ชาดก 500 ชาติ แนะนำ * *

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล