ติตติรชาดก ว่าด้วยผู้มีความอ่อนน้อม
สามสหายแห่งป่าหิมพานต์ ผู้ยิ่งใหญ่ไม่ใช่ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดณ ป่าหิมพานต์อันกว้างใหญ่ มีต้นไทรยักษ์ต้นหนึ่งแผ่กิ่งก้านปกคลุมผืนป่า รากไม้ขนาดใหญ่ทอดยาวลงสู่พื้นดิน เป็นที่พักพิงของสัตว์น้อยใหญ่ใต้ร่มเงาของต้นไทรแห่งนี้ มีสหายสามตัวอาศัยอยู่ร่วมกัน ได้แก่ ช้างร่างใหญ่ผู้แข็งแรง ลิงจอมซุกซนผู้ว่องไว และนกกระทาตัวเล็กผู้เฉลียวฉลาดแม้ทั้งสามจะเป็นเพื่อนกัน แต่กลับมีปัญหาอย่างหนึ่งที่ทำให้ทะเลาะกันอยู่เสมอ

นั่นคือ... ไม่มีใครยอมใคร!“หลีกไปหน่อยสิ! ข้าตัวใหญ่ที่สุด ข้าควรได้นั่งตรงนี้!” ช้างกล่าวพลางเดินเข้ามาใต้ร่มไม้“ตัวใหญ่แล้วอย่างไรเล่า? ข้ามาถึงก่อนนะ!” ลิงเถียงกลับทันที“พวกเจ้าจะเถียงกันทำไมทุกวัน!” นกกระทาร้องขึ้นจากกิ่งไม้แต่ไม่มีใครฟังใครบางวันช้างคิดว่าตนแข็งแรงที่สุด จึงควรได้รับสิทธิ์ก่อน ส่วนลิงก็ไม่ยอมแพ้ เพราะคิดว่าตนคล่องแคล่วและฉลาดกว่า ขณะที่นกกระทาเองก็ไม่เห็นด้วยกับทั้งคู่
ความขัดแย้งเล็ก ๆ น้อย ๆ เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนมิตรภาพของทั้งสามเริ่มไม่ราบรื่นเหมือนแต่ก่อนกระทั่งวันหนึ่ง หลังจากทะเลาะกันอีกครั้ง นกกระทาก็พูดขึ้นว่า“สหายทั้งสอง ข้าว่าเราควรหยุดทะเลาะกันเสียที”ช้างกับลิงหันมามอง“แล้วเจ้าจะให้ทำอย่างไร?” ลิงถาม“หากพวกเราอยู่ร่วมกันโดยไม่มีใครเคารพใคร ก็คงทะเลาะกันไม่รู้จบ” นกกระทาตอบ “ข้าว่าเราควรหาว่าใครอาวุโสที่สุด แล้วให้ผู้นั้นเป็นผู้ที่เราทั้งสามเคารพนับถือ”
ช้างพยักหน้าอย่างเห็นด้วย“ฟังดูเข้าท่า! แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าใครแก่ที่สุด?”นกกระทาหันไปมองต้นไทรยักษ์ที่อยู่เบื้องหน้า ก่อนดวงตาจะเป็นประกาย“ข้ารู้วิธีแล้ว!”ทั้งสามมานั่งรวมตัวกันใต้ต้นไทรใหญ่นกกระทาหันไปถามช้างเป็นตัวแรก“สหายช้าง เจ้าจำต้นไทรต้นนี้ได้ตั้งแต่เมื่อใด?”ช้างเงยหน้ามองยอดไม้สูงเสียดฟ้า ก่อนนึกย้อนถึงอดีต“อืม... ตอนข้ายังเป็นลูกช้างตัวเล็ก ๆ ต้นไทรต้นนี้สูงเพียงท้องของข้าเท่านั้นเอง”

ช้างยิ้มอย่างภูมิใจ“ตอนนั้นข้ายังเดินคร่อมมันได้สบาย ๆ เลยละ!”ลิงได้ฟังก็หัวเราะออกมา“ฮ่า ๆ! ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็คงอายุน้อยกว่าข้าแล้ว!” ช้างหันขวับ“เจ้ารู้ได้อย่างไร?”ลิงกระโดดลงจากกิ่งไม้ ก่อนชี้ไปยังโคนต้นไทร“ตอนข้ายังเป็นลูกลิง ต้นไทรต้นนี้เพิ่งแตกหน่อเล็ก ๆ เท่านั้น ข้านั่งอยู่บนพื้นก็ยังเด็ดใบอ่อนกินได้โดยไม่ต้องเงยหน้าเลย!”

ช้างเบิกตากว้าง“ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็รู้จักต้นไทรก่อนข้าเสียอีก!”ลิงยืดอกอย่างภาคภูมิใจ“แน่นอน! เห็นหรือยังว่าใครอาวุโสกว่า!”แต่ก่อนที่ลิงจะได้พูดอะไรต่อ นกกระทาก็เอ่ยขึ้นเบา ๆ“ถ้าเช่นนั้น... ข้าคงอายุมากกว่าพวกเจ้าทั้งสอง”ช้างกับลิงหันมามองพร้อมกัน“ว่าอย่างไรนะ!”ลิงหัวเราะ“เจ้าตัวเล็กนิดเดียว จะอายุมากกว่าพวกเราได้อย่างไร?”

นกกระทาไม่โกรธ เพียงยิ้มแล้วตอบอย่างใจเย็น“พวกเจ้าเห็นต้นไทรต้นนี้ตั้งแต่ยังเล็ก แต่ข้ารู้จักมัน... ตั้งแต่ก่อนที่มันจะเกิดเสียอีก”ทั้งสองนิ่งไปทันที“หมายความว่าอย่างไร?” ช้างถามด้วยความสงสัยนกกระทาจึงเริ่มเล่า“นานมาแล้ว ก่อนที่ตรงนี้จะมีต้นไทร ข้าเคยบินไปกินผลไทรจากต้นใหญ่ที่อยู่ไกลออกไป”มันมองไปรอบ ๆ ก่อนกล่าวต่อ“หลังจากกินผลไทร ข้าบินมาพักบริเวณนี้ และถ่ายมูลทิ้งไว้ เมล็ดไทรที่ติดมากับมูลของข้าจึงตกลงบนพื้นดิน”

นกกระทาเงยหน้ามองต้นไม้ใหญ่“เวลาผ่านไป เมล็ดนั้นงอกเป็นต้นอ่อน และเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นต้นไทรยักษ์ที่พวกเราอาศัยอยู่ทุกวันนี้” ช้างกับลิงเงียบกริบทั้งคู่ค่อย ๆ เงยหน้ามองต้นไทรสูงใหญ่ ก่อนหันกลับมามองนกกระทาตัวเล็กตรงหน้า“ถ้าอย่างนั้น...” ลิงพูดช้า ๆ “เจ้าก็อยู่มาก่อนต้นไทรต้นนี้อีกหรือ?” นกกระทาพยักหน้า“ถูกแล้ว”ช้างหัวเราะอย่างประหลาดใจ“ไม่น่าเชื่อเลย! ข้าคิดมาตลอดว่าตัวเองใหญ่ที่สุด จึงควรเป็นผู้นำ แต่กลับไม่รู้เลยว่าเจ้าผู้นี้อาวุโสกว่าเราทั้งสองมากนัก!” ลิงเกาหัวอย่างเขินอาย“ข้าเองก็คิดผิดไปเหมือนกัน”จากนั้น ช้างและลิงจึงก้มศีรษะลงต่อนกกระทา“สหายเอ๋ย ตั้งแต่นี้ไป พวกเราจะเคารพเจ้าในฐานะผู้ที่อาวุโสที่สุด และยินดีรับฟังคำแนะนำของเจ้า”

นกกระทามองสหายทั้งสองด้วยความยินดี“ถ้าเช่นนั้น เรามาเริ่มต้นใหม่ด้วยกันเถิด!”นับจากวันนั้น ความสัมพันธ์ของทั้งสามก็เปลี่ยนไปช้างไม่ใช้ความแข็งแรงข่มผู้อื่นอีกต่อไป ลิงเลิกเอาแต่ใจ ส่วนนกกระทาก็คอยให้คำแนะนำแก่สหายทั้งสองด้วยความเมตตานกกระทาสอนให้ทุกคนรู้จักรักษาศีลห้า ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ไม่ลักขโมย ไม่ประพฤติผิดในกาม ไม่พูดโกหก และไม่ดื่มของมึนเมาทั้งสามต่างช่วยเหลือและให้เกียรติกันแม้จะมีรูปร่างแตกต่างกันอย่างมาก แต่กลับอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุขเมื่อช้างต้องการความช่วยเหลือ ลิงและนกกระทาก็พร้อมช่วยเหลือ เมื่อสหายตัวเล็กประสบปัญหา ช้างก็ใช้กำลังของตนช่วยอย่างเต็มใจ
ไม่มีใครคิดว่าตนสำคัญกว่าใครอีกแล้วเพราะพวกเขาได้เรียนรู้ว่า...ความเคารพไม่ได้เกิดจากขนาดร่างกายหรือพละกำลัง แต่เกิดจากการรู้จักให้เกียรติและรับฟังกันทั้งสามใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุขจนสิ้นอายุขัย และด้วยความดีที่ประพฤติร่วมกัน จึงได้ไปบังเกิดในสวรรค์กาลต่อมา ณ พระเชตวันมหาวิหารพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเล่าเรื่องนี้แก่เหล่าภิกษุ หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่ภิกษุกลุ่มหนึ่งรีบเดินทางไปจับจองที่พัก จนพระสารีบุตรผู้เป็นพระเถระต้องพักอยู่ใต้ต้นไม้ตลอดคืน
พระองค์จึงตรัสเตือนว่า“แม้แต่สัตว์เดรัจฉานในอดีต ยังรู้จักเคารพผู้ที่อาวุโสกว่า แล้วเหตุใดพวกเธอผู้บวชในพระธรรมวินัย จึงไม่รู้จักเคารพยำเกรงกันเล่า?”จากนั้น พระองค์ทรงวางหลักให้ภิกษุรู้จักแสดงความเคารพและให้สิทธิ์ตามลำดับอาวุโสในการบวช รวมถึงไม่ให้ภิกษุผู้บวชใหม่กีดกันที่พักของพระเถระแล้วทรงประชุมชาดกว่า
ช้างในครั้งนั้น คือพระโมคคัลลานะ
ลิงในครั้งนั้น คือพระสารีบุตร
ส่วนนกกระทาผู้มีปัญญา ก็คือพระองค์เองในอดีตชาติ