วาระวันคล้ายวันเกิดคุณยายฯ

วันที่ 20 มค. พ.ศ.2559

 

วาระวันคล้ายวันเกิดคุณยายฯ

 

โอวาทหลวงพ่อทัตตะชีโว

วาระวันคล้ายวันเกิดคุณยายฯ

19 มกราคม 2559 ณ หอฉันคุณยายฯ

          ในฐานะที่วันนี้เป็นวันบุญพิเศษของพวกเรา คือเป็นวันคล้ายวันเกิดคุณยายฯ วันนี้จะมาเล่าเรื่องที่เกี่ยวกับยายฯ มีสองวันสำคัญคือ วันที่คุณยายฯเกิดและลาโลกไป หลวงพ่อก็มีข้อคิดมาให้พวกเราเพื่อใช้สร้างบารมีตามครูบาอาจารย์ไป และเป็นข้อคิดในการแก้ไขตนเอง และแก้ไขสถานการณ์ในตอนนี้

          หลวงพ่อครูไม่ใหญ่ระหว่างที่เราทานอาหาร ท่านก็ได้เล่าเรื่องคุณยายฯที่ท่านได้พบคุณยายฯเป็นครั้งแรก ฟังดูแล้วเหมือนไม่มีอะไร แต่จริงๆมี

           ตอนพบยายฯครั้งแรก สุขภาพท่านก็ไม่ค่อยดี วันที่ท่านไปกราบพบท่าน ท่านจึงขอให้มาใหม่ในวันรุ่งขึ้น ตอนแรกท่านก็ดูว่าท่านคือแม่ชีเฒ่าคนนึง แต่มีดวงตาที่พิเศษ แค่มองตาก็รู้ว่ามาเจอครูอาจารย์แล้ว

          ย้อนไปช่วงท้ายชีวิตของยายฯตอนที่ท่านป่วยมาก อายุใกล้ 90 ปี ร่างกายไม่สร้างเม็ดเลือด แต่เราอยากให้ยายฯอยู่กับเรานานๆ เพื่อฉลองมหาธรรมกายเจดีย์ ให้มีบุญใหญ่สมกับที่ยายสร้างวัดมา และสอนให้พวกเรารู้บุญบาป รู้จักสวรรค์ นิพพาน

           ในตอนนั้น ช่วงสี่ห้าปีก่อนที่ท่านจะลาโลก เมื่อร่างกายท่านไม่สร้างเม็ดเลือดใหม่ จึงได้อาศัยแพทย์จากเยอรมันให้มาช่วย คือ แพทย์จากเยอรมัน พอเห็นรูปถ่ายคุณยายฯ เขาบอกว่า ผู้เฒ่าอายุเก้าสิบแต่ดวงตาใส มีความเด็ดเดี่ยวแบบนี้ เขาจึงขอมากราบพบคุณยายฯก่อนเลย ความบริสุทธิ์ ของมนุษย์อยู่ที่ใจก็จริง แต่เพราะดวงตาเป็นหน้าต่างของใจ ใครมีความบริสุทธิ์ เข้มแข็งอย่างไรดูได้ที่ลูกนัยย์ตาของคนนั้น

         ครูไม่ใหญ่เมื่อไปเจอคุณยายฯ ตอนนั้นคุณยายฯท่านได้ทุ่มเทดูแลอาจารย์และจัดงานศพให้คุณยายทองสุกหมาดๆ ซึ่งความเข้มแข็งท่านก็ไปปรากฎที่ดวงตา แม้ว่าร่างกายจะอ่อนล้าเต็มที ฝากเป็นข้อคิดให้พวกเราว่า เราเข้าวัดมากันขนาดนี้ ว่าลูกตาคือหน้าต่างของใจ เมื่อสร้างความบริสุทธิ์ กาย วาจา ใจให้สุดชีวิต แล้วตัวของตนเองจะมีนัยตาที่มองอะไรก็ให้ทะลุปรุโปร่ง เหมือนคุณยายฯที่มองอะไรทะลุทั้งภพสาม คนที่บริสุทธิ์ มองท่านก็จะเข้าใจท่าน ดังนั้นเราต้องสร้างความบริสุทธิ์ให้กับเราเต็มที่ เกิดกี่ชาติ แค่มองผู้อื่นก็จะรู้ว่าใครเป็นอย่างไร หรือมองโลกได้ทะลุปรุโปร่ง ไม่มีอะไรมาขวางมาปิดบังได้

            เหมือนกับหลวงปู่ท่านเป็น และหากเราฝึกตัวของเราให้ดี เมื่อเจอลูกตา ใครที่บริสุทธิ์ก็จะมองออกว่านี้ใช่เลย ฝากเป็นข้อคิด และอย่างที่พวกเรารู้กันว่าวัดเราสร้างมาด้วยหลักการสั้นๆ สองข้อ คนที่มาวัดยุคต้นๆจะได้ยินบ่อยๆ  คุณยายจะบอกว่าท่านให้หลวงพ่อช่วยยายดูแลเรื่อง"ความสะอาดและเป็นระเบียบ"ให้ดีแล้ววัดเราจะสร้างสำเร็จและจะเป็นแหล่งสร้างบุญบารมีจากคนทั่วโลก ความสะอาดกับความเป็นระเบียบคือหัวใจที่จะรวมนักสร้างบารมีทั่วโลกมารวมกันได้ แปลกที่คุณยายไม่ได้เรียนพระไตรปิฎก เพราะท่านอ่านหนังสือไม่ออก แต่ว่าท่านเรียนพระไตรปิฎกในตัว ท่านทั้งสร้างวัด และปูพื้นฐานการสร้างบารมีให้พวกเรา และให้แนวทางการรักษาวัดให้คนมายุคหลังๆด้วย

            แม้การนำวิชชาธรรมกายเผยแผ่ไปทั่วโลกก็ต้องใช้หลักการ "สะอาด และระเบียบนี้" คุณยายท่านเป็นผู้เฒ่าที่ไม่ได้เรียนหนังสือ แต่ท่านมองทะลุภพสาม ดังนั้นทุกคำพูดของท่าน ผู้ที่สะอาดกายวาจาใจที่เพียงพอจึงเข้าใจท่าน ตามระดับของความสะอาดกาย วาจา ใจ ของตนเอง

           แม้หลวงพ่อเอง ช่วงแรกปัญญาตอนนั้นก็ ดูความสะอาดและระเบียบ ในวัตถุสิ่งของตามความเข้าใจตอนนั้นกระทั่งจานชามข้าวของ แม้ของที่ใช้กำจัดความสกปรกก็ต้องสะอาด เช่น ผ้าขี้ริ้วก็ต้องแยกประเภทจัดระเบียบให้ดี เพราะความที่ใกล้ยายและคุณยายเคี่ยวเข็ญ แม้เรื่องผ้าขี้ริ้วนี้ก็มีหลายเกรดหลายชั้น ผ้าเช็ดพื้นแบบนึง จะไม่นำมาเช็ดโต๊ะ ถ้าจะเช็ดโต๊ะก็ต้องใช้ผ้าอีกประเภทนึง หรือผ้าเช็ดจานก็อีกแบบนึง ไม่นำผ้าอื่นมาปน แม้ผ้าเช็ดตัวก็ใช้อีกชนิดนึง หรือผ้าเช็ดตัว ก็ยังมีผ้าเช็ดหน้า หรือผ้าเช็ดแว่น ก็มีอีกหลายระดับหลายชั้นแบบนี้ จึงทำให้การที่อยู่ใกล้ชิดยายฯทำให้เราพอมองคนออกว่าการหยิบผ้ามาใช้ว่าคนคนนี้จิตใจเป็นอย่างไร วัดจากการจัดระเบียบของการใช้ข้าวของ ดังนั้นการทำราวตากผ้าก็จึงต้องมีหลายชั้นเพื่อตากผ้าให้เหมาะสมเช่นกัน

         แม้เสื่อที่เรานั่งอยู่นี้ ก็ใช้ผ้าที่เช็ดอีกประเภทนึง และเวลาเช็ดก็เช็ดทั้งสองด้าน ใครที่ทำบุญเสื่อมาใช้งานได้ยี่สิบปี เราก็ได้บุญตลอด ดังนั้นใครฝึกความสะอาดตามท่านได้มากเท่าใด ก็จะได้สิ่งที่ควรจะได้ตามนั้น แต่หากใครปล่อยผ่าน คิดว่าเป็นงานของคนใช้ เขาคงไม่ได้อะไรเท่าที่จำเป็น

           แม้ความสะอาดที่ทำภายนอกนี้ ต่อไปมันจะสะอาดเข้าไปถึงข้างใน คือ สะอาดกาย ไม่ใช่แค่อาบน้ำ แต่สะอาดกายคือสะอาดไปถึงพฤติกรรมทางกาย คือ ไม่ฆ่า ไม่ลัก ไม่เจ้าชู้ นี้คือความสะอาดตัวจริงของร่างกาย  ความสะอาดวาจาก็เช่นกัน ไม่ใช่แค่แปรงฟัน แต่คือการไม่พูด เท็จ คำหยาบ นินทา รวมถึงไม่คิด โลภ โกธร หลง นี้คือใจสะอาด

           ดังนั้นจะสะอาดภายในได้ ภายนอกต้องสะอาดให้ได้เป็นชั้นๆไปก่อน เพราะความสะอาดทางพฤติกรรมนี้เป็นเรื่องใหญ่ และมีฤทธิ์ ทำให้ใจใสกว่ามนุษย์ทั่วหลาย และจะเข้าใจ แล้วจะมองทะลุทั้ง สวรรค์ นรก นิพพาน  ว่างๆลองไปมองรูปถ่ายคุณยาย สองดวงตายายแล้วก็นึกว่าเมื่อใดจะได้ดวงตาแบบยาย และดวงตายายก็คล้ายดวงตาหลวงปู่ ตาของท่านทั้งสองนี้คล้ายคลึงกัน ดังนั้นเราจึงต้องฝึกทำควาสะอาดทั้งภายในและภายนอก

           อีกเรื่องนึงที่อยากฝากพวกเรา เมื่อตอนจะสร้างวัดพระธรรมกาย ก่อนจะลงมือสร้างวัด ครูไม่ใหญ่ของพวกเราท่านก็เรียนให้ยายทราบว่า ขอไปดูวัดที่มีชื่อเสียงในไทย ให้ไปดูมาทุกจังหวัด ตระเวนไปวัดที่รุ่งเรืองในอดีต เมื่อท่านไปดูและกลับมาเล่าให้คุณยายฟัง แล้วคุณยายก็จะสรุป และที่ให้ไปดูแม้เรื่องการก่อสร้าง วัดที่เคยรุ่งเรืองแบบนั้น เขามีสิ่งที่เหมือนกันคือ ความสะอาดและเป็นระเบียบ เมื่อความสะอาดกาย วาจา ใจ ของท่านมีพอ ท่านมองอะไรก็ทะลุ

          และฝากข้อคิดให้เราว่า ไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้ ฝนตกคืนเดียวน้ำก็ท่วม กรุงเทพฯ ซึ่งก็เกิดจากขยะที่ไปอุดท่อจนท่อตันนั้นเอง ดังนั้นเมืองไหนสะอาดไม่พอ เมืองนั้นน้ำก็ท่วมได้แม้น้ำไม่มาก ไม่ว่าเรื่องส่วนตัว ส่วนรวม ส่วนครอบครัว ส่วนโลก ส่วนไหนที่สะอาดไม่พอส่วนนั้นจะมีเรื่องมีราวตลอด แต่ส่วนไหนสะอาดมีระเบียบพอก็จะเจริญตามระดับความสะอาดและเป็นระเบียบนั้นๆ

          วันนี้ขอฝากคุณยายฯ เรามีปรกติที่รักความสะอาด และฝึกทั้งตัวท่านเอง รวมถึงลูกศิษย์ในวัดท่านก็เคี่ยวเข็ญ ตั้งแต่นี้ไป เรื่องส่วนตัวจนถึงครอบครัว แม้ธุรกิจการงาน หรือ บ้านเมือง ใครที่ตำแหน่งสูง ต้องใช้หลักเดียวกันนี้ คือ หากจะให้ที่นั้นๆสถานการณ์นั้นๆลงตัว อยู่ที่ความสะอาดและเป็นระเบียบที่เราและคนรอบข้างจะฝึกได้ เพราะความสะอาด เมื่อภายนอกสะอาดจนภายในสะอาด แล้วพระนิพพานที่เป็นสุดยอดของความสะอาดนี้ ดังนั้นต้องจัดระเบียบทุกอย่างในชีวิต

           เมื่อสะอาดได้ก็เป็นระเบียบได้และจะส่งเสริมกันยิ่งๆขึ้นไป ดังนั้นไม่ว่าเหยียบย่างไปที่ไหน ทำที่นั้นๆให้สะอาดและเป็นระเบียบเพื่อบูชาธรรมคุณยายโดยอัตโนมัติ

           ขอให้เรารักษาความสะอาดกาย วาจา ใจสุดความสามารถตามหลวงปู่ คุณยาย และตามพระพุทธเจ้ากันไปนะ