โอวาทหลวงพ่อทัตตะชีโว

วันที่ 04 กพ. พ.ศ.2559

 

โอวาทหลวงพ่อทัตตะชีโว

 

โอวาทหลวงพ่อทัตตะชีโว

 

วันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559  

เนื่องในวันมหาปูชนียาจารย์ ณ หอฉันคุณยายฯ 


 

.....วันนี้พวกเราได้พร้อมใจกันมา แสดงความกตัญญูกตเวทีต่อหลวงปู่ และคุณยายอาจารย์ฯทั้งสอง การที่เราระลึกถึงท่านและได้ตั้งใจมาทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศลนี้ หากได้ข้อคิดมุมมองที่ดีๆจะได้ติดตัวไปไว้ภายภาคหน้าด้วย

 

.....หลวงปู่ของเราก็คือพระรูปนึงในพระพุทธศาสนา แม้ท่านยังไม่ได้เป็นพระอรหันต์ ยังไม่หมดกิเลส แต่ว่าหลวงปู่ของเรา ได้สร้างพระคุณอันยิ่งใหญ่ให้กับชาวโลก ยากที่จะหาใครมาเปรียบ ตรงนี้เองที่เราต้องคิด ต้องคิดว่า หลวงปู่ท่านก็เป็นคนเหมือนเรา และเมื่อท่านได้ออกบวชเป็นพระ ท่านได้สร้างผลงานมหาศาล และมีผลถึงเราในปัจจุบันนี้รวมถึงในอนาคตด้วย และการทำบุญของพวกเราในวันนี้ก็จะมีผลต่อเราและหลวงปู่ในอนาคตเช่นกัน เราจะได้มีแนวปฏิบัติในภายหน้า และเป็นต้นแบบให้กับคนมายุคหลัง

 

.....หลวงปู่เราท่านเป็นคนใจเด็ดเดี่ยว ทำอะไรทำจริงและทำให้ดีที่สุด สมัยท่านมีชีวิตฆราวาส เมื่อพ่อท่านสิ้นชีวิต ท่านก็รับภาระการงานการค้าขาย ดูแลน้องๆ ตั้งแต่อายุยังไม่ถึงยี่สิบดี  อยากจะฝากพวกเราเป็นข้อคิด แม้สมัยนั้นการศึกษายังมีไม่มาก แต่ท่านทำการงานไม่เหยาะแหยะ พวกเราที่นั่งอยู่นี้  บางคนก็จบมัธยม บางท่านก็มีปริญญามาแล้ว ไม่ว่าจะปริญญากี่ใบ แต่เป้าหมายชีวิตไม่แน่ก็ยังไม่ชัดเจน แต่หลวงปู่ท่านชัดเจนว่าเกิดมาแล้วต้องแก้ไขนิสัยที่ไม่ดี และกำจัดความไม่รู้เรื่องของโลกและชีวิตไป ท่านจึงตั้งใจศึกษาค้นคว้าเรื่องเหล่านี้มาตั้งแต่เด็ก 

 

.....พอท่านอายุ 19 ปีท่านจึงตัดสินใจว่าหากภาระเสร็จเรียบร้อยแล้ว เมื่อขณะที่ท่านล่องเรือผ่านคลองบางนางแท่น ท่านอธิษฐานจิตเลยว่าเมื่อเกิดมาแก้ไขนิสัยตนเองแล้ว ฉะนั้นหากผ่านที่โจรชุกชุมนี้ เมื่อยามคับขัน ท่านก็นึกถึงบุญ ที่ตนเองทำมาตลอดชีวิต และบุญที่เคยทำมาข้ามภพข้ามชาติ

 

.....แม้ทำบุญมามากแต่หาก ไม่พบพระพุทธศาสนาก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อเราโชคดีได้เกิดมาเป็นมนุษย์ และพบพระพุทธศาสนาแล้ว ท่านก็ตั้งเป้าเอาชีวิตเป็นเดิมพัน บุญทั้งในอดีต ปัจจุบัน และยังบุญในอนาคต ขออย่าให้โจรมาทำร้าย และหากผ่านไปได้ จะขอบวชไม่สึกไปตลอดชีวิต บุญทั้งในอดีตที่เคยทำมาและบุญในปัจจุบันนี้ต้องหมั่นทบทวน ส่วนบุญใหญ่ในอนาคตคือ บุญที่จะตั้งใจปราบทุกข์ปราบกิเลสในตัวนี้เอง ท่านก็ตั้งเป้าแบบนี้

 

.....หลวงปู่ท่านไม่หวังพึ่งอย่างอื่น เอาบุญของตนเอง และยึดพระรัตนตรัยเป็นเป้าหมายนี้เป็นบุญใหญ่ เมื่อท่านเข้าใจชีวิตแบบนี้ พอตั้งใจตั้งเป้าบวชตลอดชีวิตแล้ว พออายุ 22 ปี ทุกอย่างลงตัวจึงได้บวชจริงๆ

 

.....เมื่อบวชแล้ว ก็ทำอะไรทำจริงเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ตั้งแต่บวชวันแรกก็ทำภาวนาไม่เคยเว้นเลย จนเข้าถึงธรรมที่วัดโบสถ์บน บางคูเวียง ท่านจึงมาเป็นหลวงปู่ให้เรากราบไหว้และเป็นต้นแบบต้นบุญให้เรายึดถือและปฏิบัติตาม ท่านมีอะไรก็ทำดีและทำจริงตลอดมา ค้นธรรมะแล้วนำมาปฏิบัติ เมื่อเข้าถึงก็มาสั่งสอนเรา

 

.....ที่วัดเราสร้างมาได้ถึงวันนี้ เพราะมีคุณยายฯที่รับคำสอนมา แม้ท่านเป็นเพียงแม่ชี แต่ก็สร้างวัดมาได้เพราะทำอะไรทำจริง นี้เป็นสิ่งที่หลวงปู่ทำให้เราดู คุณยายฯก็ทำต่อมาทีนี้เหลือพวกเราว่า ทำอะไรต้องทำจริงทั้งการงานและการสร้างบารมี พวกเราขณะนี้มีชีวิตอยู่ขอให้ การถือความเอาจริง ของท่านเป็นต้นแบบ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเราต้องพาตัวให้รอดปลอดภัย

 

.....วันนี้เรามาทำบุญอุทิศถึงท่าน ถึงแม้ท่านจะมีบุญบารมีมากกว่าเรา แต่หากเราทำอะไรให้กับท่านได้เราจะได้ปลื้มใจ การที่เราทำอะไรดีๆ จะได้มีกำลังสู้ต่ออุปสรรคต่อไป การทำบุญให้หลวงปู่วันนี้ แต่ที่แน่ๆคือเราได้บุญ อุปมาแม้หลวงปู่มีบุญดั่งทะเล เรามีบุญเหมือนหยดน้ำ แต่เราจะได้เชื่อมสายบุญกับท่านและได้เกิดมาสร้างบารมีกับท่าน แค่เห็นหน้าท่านจะได้เกิดกำลังใจในการสร้างบารมี รวมถึงดึงสายบุญนักสร้างบารมีให้มาถึงกัน ท่านจะได้ไม่ทิ้งเรา เราก็ไม่ทิ้งท่าน

 

.....กองทัพธรรมจะได้บังเกิดขึ้นมา คือ ทำบุญกับผู้มีบุญจะได้ติดตามกันไปสร้างบารมี พวกเราทุกคน มีหน้าที่เป็นต้นแบบต้นบุญ ให้กับทั้งตนเอง และลูกหลานด้วย เหมือนที่หลวงปู่เป็นต้นบุญต้นแบบให้เรา สายบุญจะได้เกิดต่อๆมา ไม่ว่าจากที่บ้านของเรา เมื่อเราได้ทำบุญกับท่านสถานีสร้างบุญจะได้เกิดที่บ้านเรา 

 

.....เมื่อใครมาโจมตีพระพุทธศานาก็ต้องช่วยกันอธิบายและป้องกันภัย คนดีจะได้อยู่เย็นเป็นสุข ส่วนคนพาลจะได้เปลี่ยนใจ แต่หากพาลจริงๆก็ต้องหลีกหนีไป และในขณะเดียวกันเราก็ต้องป้องกันเต็มที่ 

 

.....เมื่อเรามาทำบุญในวันนี้ให้นึกถึงหลวงปู่และเป็นต้นบุญต้นแบบ เพื่อความดีจะได้เกิดตลอดปีตลอดไปทุกภพทุกชาตินะ.

 #วัดพระธรรมกาย #ธรรมกาย #พระพุทธศาสนา #dhammakaya