กฎเหล็ก 6 ข้อ อุดรอยร้าวในชีวิตคู่

วันที่ 13 กพ. พ.ศ.2559

กฎเหล็ก 6 ข้อ อุดรอยร้าวในชีวิตคู่


    แนวทางเยียวยาและป้องกันไม่ให้เกิดความแตกแยกในชีวิตคู่ มีกฎให้ปฏิบัติง่ายๆ ดังนี้


กฎข้อที่ 1 คู่รักไม่ปะทะกันด้วยวาจา
             ไม่พูดจายั่วยุกันจนถึงขั้นทนกันไม่ไหว เวลามีเรื่องราวที่ทำให้เราโกรธกันจนทนไม่ไหว ขอให้เราออกห่างกันไปสักพักจะดีกว่า คือต่างคนต่างไปหามุมสงบของตัวเอง เช่นถ้ามุมสงบของเราคือครัว เราก็เข้าครัวทำกับข้าว หรือถ้ามุมสงบของเราคือห้องพระ เราก็เข้าห้องพระนั่งสมาธิ หรือจะออกไปเดินเล่นในสวนรอบบ้านก็ได้ ควรหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากันโดยตรงขณะมีอารมณ์โกรธ ไม่ปะทะกันด้วยวาจาที่ยั่วยุ ส่อเสียด ประชดประชันกัน รอจนอารมณ์เย็นลงแล้วค่อยหันหน้ามาคุยกันใหม่อีกครั้งจะดีกว่า

 

กฎข้อที่ 2 คู่รักไม่สั่งสมอารมณ์ขุ่นมัวไว้ในใจ
               ปัญหาขัดแย้งส่วนใหญ่เกิดจากการที่เราไม่ได้ดีท็อกซ์อารมณ์ตนเอง มัวแต่สั่งสมอารมณ์นั้นไว้ แล้วทำทีเหมือนกับว่า เรายังคุยกันดีอยู่ เจอหน้ากันก็ยังยิ้มให้กันอยู่ แต่พอมีเรื่องผิดใจกันนิดหน่อย ก็จะเผลอพูดประชดเรื่องที่ค้างคาใจ นั้นๆ ออกมาทันที อย่างที่ฝ่ายชายมักว่าร้ายฝ่ายหญิงว่า ชอบพูดประชดประชันนั่นเอง แต่บางครั้งฝ่ายชายอาจจะต้องลองมองดูอีกมุมหนึ่งว่า ที่ฝ่ายหญิงกำลังพูดเหมือนประชดประชันนั้น อาจจะเป็นเพียงการเรียกร้องความสนใจ ในเรื่องที่นอนเนื่องอยู่ในใจเธอเท่านั้น ถ้าฝ่ายชายลองทำความเข้าใจอาจจะพบว่า จริงๆคำพูดเหล่านั้นเป็นการแสดงออกให้เราได้รับรู้ว่า ฝ่ายหญิงต้องการให้เราหันไปใส่ใจเธอเท่านั้น เพราะฉะนั้นนี่เป็นวิธีที่เธอเรียกร้อง ฝ่ายชายอย่าไปต่อความยาวสาวความยืด แต่ควรตัด และควรฝึกมีสติมากๆด้วยนั่นเอง

 

กฎข้อที่ 3 คู่รักไม่โกรธกันเกิน 1 วัน
              เราควรตั้งกติกาไว้ในครอบครัวว่า ถ้าจะโกรธกันต้องไม่เกิน 1 วัน คู่รักที่มีปัญหาเลิกรากันส่วนใหญ่ เนื่องจากเวลามีเรื่องราวค้างใจกันแล้วไม่สะสางให้จบภายใน 1 วัน ถ้าคู่ไหนปล่อยให้ไม่เข้าใจกันนานข้ามวันเป็นอันจบทุกรายเพราะเรื่องราวมักจะบานปลายใหญ่โต ต่างฝ่ายต่างไปปรึกษาคนอื่น สุดท้ายก็เกิดปัญหาขึ้นมา เช่น บางคนเวลามีปัญหากันกับคนรัก ก็ชอบนัดคุยนัดกินข้าว ปรึกษากับแฟนเก่าซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะอาจจะทำให้เกิดความเข้าใจผิดกันได้เรามีปัญหากับใครก็ควรเคลียกับคนนั้นซึ่งเขาจะเป็นคนแก้ปัญหาให้เราได้จริงๆ แล้วอย่าปล่อยให้ข้ามวันเด็ดขาด แต่คนเรามักจะชอบเคลียร์ปัญหาความขัดแย้งกันโดยที่ไม่รับผิดชอบผลที่เกิดขึ้นมา ความจริงก่อนจะเผชิญหน้าพูดคุยกันถึงปัญหา ที่เกิดขึ้น เราควรไตร่ตรองให้ดีก่อนว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นนึ้นเกิดจากตัวเราหรือไม่ ส่วนใหญ่ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากคนเพียงคนเดียว ทั้งสองฝ่ายมีส่วนผิดด้วยกันทั้งคู่

 

กฎข้อที่ 4 คู่รักไม่จ้องจับผิดและระแวงสงสัย
              ปัญหาการนอกใจกันส่วนใหญ่เกิดจาก ความระแวงสงสัย ยิ่งระแวงกัน ยิ่งส่งเสริมปัญหาการนอกใจกันพอคู่รักมีปัญหากัน บางทีเราชอบไปพูดคุยปรึกษากับคนนั้นคนนี้ เพราะพอคุยแล้วเรารู้สึกได้ระบายจนสบายใจ แต่ก็อาจจะทำให้เกิดความเข้าใจผิดกันเพิ่มขึ้นจนใช้วาจารุนแรงใส่กัน สุดท้ายต้องแยกทางกัน เพราะฉะนั้นเวลามีปัญหากันในครอบครัว เราไม่ควรหวาดระแวงซึ่งกันและกัน เมื่อตัดสินใจแต่งงานกันแล้วพอมีปัญหาก็ควรหันหน้าเข้าหากัน พูดคุยกันด้วยวาจาสุภาพ สร้างบรรยากาศในการพูดคุยให้ผ่อนคลาย นั่งคุยกันแบบเย็นๆ จิบกาแฟจิบชาไปเรื่อยๆ เมื่อเราทั้งคู่ใจเย็น ปัญหาต่างๆก็จะค่อยๆ ลดลงไปเอง พยายามพูดคุยถึงปัญหากันเองภายในครอบครัว ไม่นำปัญหาออกข้างนอก ให้ยิ่งบานปลายใหญ่โต อาจตั้งวันแห่งครอบครัว มีเวลาอยู่ร่วมกัน ทำกิจกรรมด้วยกัน ใส่ใจซึ่งกันและกันอย่างจริงจัง

 

กฎข้อที่ 5 คู่รักไม่แสดงความเป็นเจ้าของอีกฝ่ายมากเกินไป
            หากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดแสดงอาการครอบงำอีกฝ่ายจนเกินเกณฑ์ ทั้งในบ้านและนอกบ้าน ทำเหมือนกับว่าตนเองเป็นเจ้าของเขา อย่างนั้นไม่ถูกต้อง การแสดงอาการหึงหวงกันจนเกินพอดี จะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกอึดอัดและอยู่ด้วยกันไม่รอด เพราะฉะนั้นเราไม่ควรแสดงความเป็นเจ้าของเขาจนเกินงาม เพราะต่างฝ่ายต่างก็มีเรื่องราวที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของตนเองแตกต่างกันไป เมื่อมาอยู่ร่วมกันแล้ว เราก็ควรแบ่งปันชีวิตกันคนละครึ่ง อีกครึ่งก็ปล่อยให้เป็นเรื่องส่วนตัวครึ่งที่แชร์กันก็ให้มาร่วมกันทำความดีให้ชีวิตคู่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

 

กฎข้อที่ 6 คู่รักไม่ก้าวก่ายความเป็นส่วนตัว
             อีกปัจจัยหนึ่งที่มักจะทำให้เกิดปัญหาระหว่างคู่ชีวิตคือการไม่ขีดเส้นแบ่ง คนทั้งคู่ควรรักษาสมดุลระหว่างความเป็นส่วนตัวกับการใช้ชีวิตร่วมกัน บางคนชอบเอาทุกอย่างมาร่วมกันหมด ผู้ชายส่วนใหญ่ชอบมีชีวิตส่วนตัวในขณะที่ผู้หญิงชอบมีชีวิตที่พึ่งพาแล้วอยู่กับเขาตลอด 24 ชั่วโมง เขาไปไหนก็เกาะติดไปด้วยกันทุกที่ อย่างนี้ไม่ถูกต้อง เราควรแบ่งเวลาให้เขาได้มีเวลาส่วนตัวบ้าง ทุกคู่ควรมีเวลาส่วนตัว และมีเวลาใช้ชีวิตร่วมกันด้วย คือต่างฝ่ายควรรักษาระดับการใช้ชีวิต ขีดเส้นแบ่งความเป็นส่วนตัวไว้ให้ชัดเจน

-----------------------------------------------------------------------------------------

" หนังสือ Secret of Love  รักลูกอย่างไรไม่ให้เสียน้ำตา "

โดย พระมหาสมชาย ฐานวุฑโฒ