เราควรฝึกให้ตนเองคุ้นเคยกับการยับยั้งชั่งใจ

วันที่ 19 กพ. พ.ศ.2559

เราควรฝึกให้ตนเองคุ้นเคยกับการยับยั้งชั่งใจ

            สร้างความคุ้นชินกับการที่มีคนรอบข้างคอยตักเตือนเราด้วย และตั้งใจแสวงหากัลยาณมิตรมาคอยตักเตือนกัน ปวารณาซึ่งกันและกันว่า ถ้าใครเห็นอะไรไม่ถูกต้องก็ให้ช่วยกันแนะนำตักเตือนกันได้โดยไม่โกรธเคืองกัน คือขอร้องให้เขาช่วยเป็นกระจกส่องให้เราได้มองเห็นตนเอง เวลามีใครมาท้วงติงเราอาจจะรู้สึกว่า ตนเองถูกกระทบศักดิ์ศรีและบั่นทอนความเชื่อมั่นของเราลงนิดหน่อย แต่นั่นคือประโยชน์ที่เกิดกับเราอย่างมหาศาล อย่าให้ยิ่งนับวันอายุมากขึ้น ฐานะตำแหน่งสูงขึ้นแต่กลายเป็นนับวันจะยิ่งไม่ฟังใคร นับวันเอาแต่ใจตนเอง ถ้าเป็นอย่างนั้นเราพลาดแน่ๆ

 

            เมื่อใดที่เราคิดได้ว่า เราเหมือนรถที่วิ่งอยู่บนทางโค้ง ต้องตั้งสติให้ดี ระวังอย่าให้หลุดโค้งลงข้างทาง เมื่อนั้นเราจะปลอดภัย แต่ถ้าเมื่อใดเราคิดว่า ตนเองครบถ้วนสมบูรณ์พร้อมคู่ศึกไม่มีแล้ว ให้รู้ไว้เลยว่า ใครที่คิดอย่างนี้กำลังเข้าสู่ความเสื่อมแล้ว เพราะฉะนั้นให้เราตั้งอยู่ในความไม่ประมาท มีกัลยาณมิตรคอยชี้แนะข้อบกพร่องและรู้จักยับยั้งชั่งใจให้ดีด้วย ชีวิตก็จะมีแต่ความสุขความเจริญตลอดไป เรื่องการยับยั้งชั่งใจนี้ มีสุภาษิตโบราณว่า "อดเปรี้ยว ไว้กินหวาน"ซึ่งบรรพบุรุษสอนให้เราอย่าทำกิจกรรมที่ไม่เหมาะไม่ควร รอจนกระทั่งถึงเวลาที่เหมาะสมแล้ว เช่น รอคอยผลไม้ให้สุก เพราะผลไม้สุกนั้นมีรสหวาน เป็นต้น

 

               ในฐานะของพวกเราที่เป็นนักสร้างบารมี เราได้ยินพระเดชพระคุณพระเทพญาณมหามุนี วิ. (หลวงพ่อธัมมชโย)สอนอยู่บ่อยๆ ว่า การเกิดเป็นมนุษย์นั้นไม่ใช่เกิดมาเพื่อเสวยสุข แต่เป็นการเกิดมาเพื่อสร้างบารมี เพราะฉะนั้นระหว่าที่เรามีชีวิตอยู่ ต้องรู้จักยับยั้งชั่งใจในการใช้เวลาของเราให้เป็นประโยชน์มากที่สุด เพื่อเราจะสามารถเพิ่มพูนบุญบารมีให้กับตนเองได้มากที่สุด อย่ามัวเสียเวลาไปกับการเที่ยวเตร่เฮฮา ยุ่งเกี่ยวอบายมุข เมื่อเราตั้งใจทำความดี หลังจากตายแล้วยังไม่หมดกิเลสก็จะได้ไปเกิดบนสวรรค์ ได้เสวยสุขที่ประณีตกว่าบนโลกมากมายอย่างยาวนาน

 

 

-----------------------------------------------------------------------------------------

" หนังสือ Secret of Love  รักลูกอย่างไรไม่ให้เสียน้ำตา "

โดย พระมหาสมชาย ฐานวุฑโฒ