กาละทานะสุตตะคาถา

วันที่ 12 เมย. พ.ศ.2559

กาละทานะสุตตะคาถา , กาลทานสุตตคาถา , สวดมนต์ , วัดพระธรรมกาย ,พระสงฆ์ , บทให้พร

 

 

กาละทานะสุตตะคาถา

      กาเล ทะทันติ สะปัญญา วะทัญญู วีตะมัจฉะรา
กาเลนะ ทินนัง อะริเยสุ อุชุภูเตสุ ตาทิสุ
วิปปะสันนะมะนา ตัสสะ วิปุลา โหติ ทักขิณา
เยตัตถะ อะนุโมทันติ เวยยาวัจจัง กะโรนติ วา
นะ เตนะ ทักขิณา โอนา เตปิ ปุญญัสสะ ภาคิโน
ตัสมา ทะเท อัปปะฏวานะจิตโต ยัตถะ ทินนัง มะหัปผะลัง
ปุญญานิ ปะระโลกัสมิง ปะติฏฐา โหนติ ปาณินันติ ฯ

 

คำแปล ความหมาย กาลทานสุตตคาถา

    ชนผู้เป็นทายกผู้ให้ทานทั้งหลายเหล่าใด เป็นผู้มีปัญญา มีจิตโอบอ้อมอารี เจรจาไพเราะ ปราศจากความตระหนี่, มีจิตเลื่อมใสแล้ว ในพระอริยเจ้าทั้งหลายซึ่งเป็นผู้ตรงคงที่ไม่หวั่นไหว ได้บริจาคทานตามกาลสมัยนิยม ทานที่ชนเหล่านั้นถวายแล้วแก่พระอริยเจ้า ผู้ตรงคงที่ไม่หวั่นไหวนั้น ย่อมเป็นสมบัติอันมีผลเต็มเปี่ยม, อนึ่ง ชนทั้งหลายเหล่าใด ผู้อนุโมทนายินดี และขวนขวายช่วยในการให้ทานนั้น ๆ ชนทั้งหลายเหล่านั้น ย่อมเป็นผู้มีส่วนแห่งบุญนั้น ๆ ด้วย และไม่เป็นเหตุให้ผลทานที่เขาถวายแล้วนั้นบกพร่องลงเลย, เพราะเหตุนั้น ชนผู้เป็นทายกผู้ให้ทานทั้งหลาย ไม่ควรมีจิตท้อถอยให้ทานในที่ใดมีผลมาก ก็ควรให้ทานในที่นั้น, บุญทั้งหลาย ย่อมเป็นที่พึ่งอาศัยของสัตว์ทั้งหลาย ทำให้เกิดความสุขในโลกหน้า ฉะนี้แล ฯ

 


** อ้างอิงจาก หนังสือสวดมนต์แปล วัดจันทาราม (วัดท่าซุง) อ.เมือง จ.อุทัยธานี
*  ขออนุโมทนาบุญกับเสียงสวดมนต์จาก  youtube "ธรรมะ"