สงกรานต์ น้ำเมา กับสึนามิ

วันที่ 03 เมย. พ.ศ.2548

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

.....กระแสข่าวช่วงนี้คงหนีไม่พ้นเรื่องโหรดังรวมตัวกันเตือนภัยปีระกา เริ่มตั้งแต่ภัยสึนามิเรื่อยมา รอจ่อคิวต่อไป คือ สงกรานต์เลือด ที่คนเมาแล้วขับออกมารื่นเริงกันทั่วเมือง อีกทั้งโหรดังยังฟังธงแม่นมั่นว่า เหตุร้ายจะบานปลายอีกอักโขไปจนปลายปี สร้างความประหวั่นพรั่นพรึงให้กับชาวบ้านตาดำๆ อย่างยิ่ง

อ. เก่งกาจ จงใจพระ หมอดูชื่อดังระบุว่า นางสงกรานต์ปีนี้ชื่อ “ มณฑาเทวี” ลักษณะขี้เกียจ เชื่องช้า ยืนหลับตาและขี่ลาโง่ ไม่จำเป็นอย่าเดินทางออกจากบ้าน ตามตำราว่าหากวันสงกรานต์ปีไหนตรงกับวันพฤหัสบดี พยากรณ์ว่า เจ้านายทั้งหลายจะเกิดอาการแพ้ภัยตัวเอง ราชคณะและพระสงฆ์จะเดือดเนื้อร้อนใจมาก จะออกมาเคลื่อนไหว นอกจากนี้ วันศุกร์ที่ ๑๕ เม. ย. ถือว่าเป็นวันเนา ข้าวของ น้ำมัน ค่ารถ ค่าเรือ เกลือ แลข้าวสารจะขึ้นราคา ประชาชนทั่วไปจะประสบปัญหาหนักมาก

ทั้งนี้ ขยายความได้ว่า มหันตภัยที่ผ่านมา นอกจากจะเป็นเหตุการณ์ธรณีพิบัติคลื่นยักษ์สึนามิคร่าชีวิตผู้คนจำนวนมากแล้ว ยังมีการขยายตัวของอบายมุข ทางมาของความเสื่อมเพิ่มขึ้น นั่นคือ กระแสน้ำเมา ที่คึกคักกันไปทั่วทั้งประเทศ โหรดังกล่าวว่าพระสงฆ์จะออกมาเคลื่อนไหวมากที่สุดครั้งหนึ่ง เกิดเป็นข่าวดังไปทั่ว เป็นกระทู้ถามกันหลายกระแส คนที่บอกว่าพระควรจะอยู่เฉยๆ น่าจะคิดสักนิดว่าพระก็เป็นส่วนหนึ่งของสังคม ในฐานะครูสอนศีลธรรมให้กับประชาชน เมื่อยามบ้านเมืองมีภัย กระแสบาปจากน้ำเมาจะหลั่งไหลไปทุกบ้าน ถ้าพระไม่ทำอะไรก็หาว่านิ่งดูดาย อีกทั้งการเคลื่อนไหวของท่านก็ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใคร มายืนสวดมนต์สงบๆ ให้ศีลให้พรเป็นมงคล มิได้ก่นด่าจ้วงจาบผู้ใด จะหาว่าท่านทำวุ่นวายก็มิเป็นการบังควร

เป็นดังหนึ่งคำเตือนของผู้ทรงศีลให้เราระวังภัยไม่ประมาท ผลเสียจะมากกว่าผลได้นับเท่าไม่ถ้วน อีกทั้งบรรดาโหราจารย์ยังทำนายต่อว่า สงกรานต์ปีนี้นางมณฑาเทวีทรงพาหุรัด ทัดดอกจำปา แก้วไพฑูรย์เป็นอาภรณ์ ภักษาหารนมเนย พระหัตถ์ขวาทรงเหล็กแหลม พระหัตถ์ซ้ายทรงไม้เท้า เสด็จไสยาสน์หลับพระเนตรมาบนหลังลา ทายว่าจะมีคนตายจากอุบัติเหตุทางบกมากที่สุดปีหนึ่ง

ภัยเงียบที่คืบคลานอยู่ทุกขณะบนสื่อโทรทัศน์ นำความอยากรู้อยากลองมาสู่เยาวชนไทย เห็นเป็นค่านิยมที่ถูกต้อง คือ พิษภัยจากสุรา ที่ใครหากพลาดแล้วคงไม่มีโอกาสแก้ตัวได้อีก สถิติที่น่าตกใจ ระบุคนไทยวัยรุ่นอายุตั้งแต่ ๑๕ ปี ดื่มแอลกอฮอล์กว่า ๑๕ ล้านคน และมีอัตราการเพิ่มขึ้นมากในทุกปี เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทำลายเซลล์สมอง เซลล์ประสาท รวมไปถึงทำลายทุกระบบในร่างกาย เป็นเหมือนยาพิษที่มีแต่ทุกข์โทษ พบว่าคนที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เสี่ยงต่ออุบัติเหตุมากกว่าคนปกติมากที่สุดถึง ๓๐๐ เท่า

( ๑๓ มี. ค ๔๘) โฆษกกระทรวงสาธารณสุขระบุ อุบัติภัยบนท้องถนนที่มาสาเหตุมาจาก เมาแล้วขับ ส่วนใหญ่เกิดกับวัยรุ่นอายุต่ำกว่า ๒๐ ปี ในช่วง ๖ เดือนแรกของปี ๒๕๔๗ จากการสำรวจอุบัติเหตุในพื้นที่ ๒๑ จังหวัดใหญ่ทั่วประเทศ น่าวิตก มีเยาวชนบาดเจ็บรุนแรงและเสียชีวิตกว่า ๑, ๖๐๐ ราย

พล. ต. ต. ภาณุ เกิดลาภผล ผบก. จราจร กล่าวว่า ผลการตรวจจับผู้ขับขี่เมาสุรา ในปี ๒๕๔๗ ตรวจจับ ๘๖, ๐๐๕ ราย พบแอลกอฮอล์ ๑๕, ๙๖๕ ราย เกินกฎหมายกำหนด ๖, ๗๑๓ ราย ในจำนวนนี้ศาลตัดสินให้คุมความประพฤติประมาณ ๒, ๐๐๐ ราย แม้ตำรวจจะกวดขันต่อเนื่องแต่สถิติยังคงสูงอยู่ จึงได้เพิ่มความถี่ในการตรวจจับ ตั้งแต่ ๑ พ. ย. ที่ผ่านมา โดยให้แต่ละ สน. ตรวจจับ ๔ ครั้งต่อสัปดาห์ พร้อมขยายเวลาตรวจจับจากเดิม ๒๒. ๐๐- ๐๒. ๐๐ น. เป็น ๒๒. ๐๐- ๐๔. ๐๐ น. และจะไปตรวจจับใกล้สถานบันเทิงมากขึ้น

นอกจากนี้ยังได้เสนอแก้ไข พ. ร. บ. จราจรทางบก ปี ๒๕๒๒ ในเรื่องโทษปรับเมาสุรา ไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้ฝ่าฝืนจากเดิมจำคุกไม่เกิน ๓ เดือน หรือปรับตั้งแต่ ๕, ๐๐๐- ๒๐, ๐๐๐ บ. หรือทั้งจำทั้งปรับ เป็นจำคุกไม่เกิน ๑- ๕ ปี ดูจากตัวเลขแล้วนักเลงสุราทั้งหลายคงกระหยิ่มใจว่าเป็นจำนวนเงินเพียงเล็กน้อย แต่หากพลาดพลั้งสักครั้งอะไรจะเกิดขึ้น เชื่อเถิดว่าหากตัวท่านหรือญาติพี่น้องอันเป็นที่รักต้องเสียชีวิตหรือพิการจากอุบัติเหตุเมาแล้วขับ ความสูญเสียที่เกิดขึ้นคงไม่อาจประเมินค่าเป็นเงินได้ ที่สำคัญ ไม่มีอะไรจะสามารถมาทดแทน

ผลพวงของคนพิการในประเทศไทยที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เหมือนแตกตัวได้ พบว่า คนพิการครึ่งหนึ่งของคนพิการทั้งหมด เขาเคยเป็นคนปกติอย่างเราๆ แต่ต้องมาพิการภายหลังอันมีสาเหตุมาจากอุบัติเหตุ

อุบัติเหตุจราจร ! คงมิใช่โรคของเวรหรือกรรม ไม่ใช่เพราะความดวงดี หรือ ดวงตก แต่อย่างใด แต่เกิดจากพฤติกรรมในการใช้รถใช้ถนนของคนขับ ที่ไม่อาจครองสติหรือควบคุมตัวเองได้ เพราะเมาสุราแล้วขับรถ เหตุผลสำคัญที่ทำให้อีกหลายคนต้องสูญเสียชีวิต สูญเสียทรัพย์สิน สูญเสียเลือดเนื้อและอวัยวะ คนเคราะห์ร้ายเหล่านี้เราเรียกว่า “ เหยื่อ”

เหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิที่ผ่านมา โทษใครไม่ได้เพราะเป็นภัยธรรมชาติ ให้ทำบุญใหญ่ระดับประเทศยังพอจะแก้ไขให้อุ่นใจได้บ้าง แต่คนเมาแล้วขับช่วงสงกรานต์ปีนี้ หากเกิดความสูญเสียขึ้นมาเพราะอุบัติเหตุ จะโทษฟ้าโทษฝนก็คงไม่ได้เช่นกัน ต้องโทษตัวเองที่ไม่ตระหนักในโทษภัยของน้ำเมา ซึ่งทุกวันนี้กำลังจะกลายเป็นปัญหาระดับชาติ ฆ่าลูกหลานของเราแบบผ่อนส่งไปทุกวัน

หากผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองไม่เร่งป้องกันและแก้ไข กลับส่งเสริมสนับสนุนกันเช่นนี้ อีกหน่อยโหรดังคงไม่ต้องเสียเวลามาทำนายอนาคตกันให้เมื่อยตุ้ม เพราะคงจะรู้ๆ กันอยู่แล้ว ว่าสถิติเดิมจะเพิ่มขึ้นไม่มีสงสัย ย้อนไปถึงคำทำนาย ปีนี้เดือนเมษาดวงเมืองจะมีดาว ๕ ดวง ทำมุมกากบาท ซึ่งจะตรงกับราหูหรือจะตรงกับสุริยคราสก็ตามเถิด แต่คนที่เกิดราศีกันย์ อักษร ร ล ย ว ส หรืออาจจะถึง ฮ คงจะไม่ประสบภัย

ถ้าชาวพุทธเราทุกคนช่วยกันรักษาศีล ๕ โดยเฉพาะข้อ ๕ งดเว้นจากการดื่มน้ำเมา เพราะหากขาดข้อนี้ไปอีก ๔ ข้อที่เหลือคงขาดกระจุย ด้วยสติในการดำเนินชีวิต… เป็นเรื่องสำคัญ.

 

อุบลเขียว