ทุกวิกฤตคือโอกาส

วันที่ 15 เมย. พ.ศ.2560

ทุกวิกฤตคือโอกาส,วาไรตี้,บทความประจำวัน

 

ทุกวิกฤตคือโอกาส

 

             น้องๆ ที่น่ารักทั้งหลาย ปวงนี้หลายคนคงสอบ กลางภาคเก็บคะแนนไปหลายวิชา

แล้ว เป็นอย่างไรกันบ้าง อ่านหนังสือทันไหม หำ ข้อสอบกันได้หรือเปล่า หลายๆ คนบอก

ว่าไม่มีเวลา ปีญหาที่นัองเจออย่างนี้ สมัยผมเรียนอยู่ก็เจอเหมีอนกัน

 

          พอใกล้สอบกลางภาคหรือปลายภาคก็ตามที หลายๆ คนก็จะมีปัญหา คือ เตรืยมตัว

ไม่ค่อยทัน อ่านหนังสือไม่จบ หรือเครืยดจัดจนบางคนไม่สบาย ซึ่งมักเจอในโรงเรืยนที่มี

นักเรืยนเก่งๆ จำ นวนมาก มีการแข่งขันสูง ทั้งๆ ที่เคยมีผลการวิจัยออกมาว่าผู้ที่ประสบ

ความสำเร็จใ'รชาการความรู้หรือศาสตร์ทั้งหลายที่เล่าเรืยนกันมาไม่เกิน ๑๕% เท่านั้นส่วน

อีก ๘๕% เป็นความสามารถในการประสานสัมพันธ์กับคนอื่นๆ

 

           แต่อย่างไรก็ตาม ตอนนี้คงต้องแนะนำถึงการเตรืยมตัวของผม ให้น้องๆ ฟังดีกว่า

เผื่อจะได้นำไปปรับใช้บ้าง เมื่อถึงคราวสอบครั้งหน้าจะได้ไม่บอกกับตัวเองอีกว่า "คราวหน้า

ฉันจะเตรียมตัวตังแต่เนินๆ เลยจะอ่านหน้งสิอตั้งแต่ตันเทอมเลย" เสร็จแล้ว พอถึงการสอบ

คราวต่อไปก็พูดประโยคเดิมอีก ลองถามตัวเองดูชิว่า น้องๆ เคยเป็นอย่างนี้บ้างไหมเป็น

เพราะปัญหาจากวินัยในตัวของเราเองหรือเป่ล่า

 

        เนื่องจากเมื่อตอนสมัยเด็กบ้านของผม มีอาชีพขายนํ้าเต้าหู้อยู่ข้างถนนในตอนกลางคืน

ก็แถวๆไนท์บาช่าร์ที่เชียงใหม่ ในปัจจุบันนั่นแหละกว่าจะเลิกก็ประมาณเที่ยงคืนซึ่งทำให้ผม

ไม่ค่อยมีเวลาเหมีอนคนอื่นๆเขา เพราะฉะนั้นการบ้านก็ต้องหอบมาทำตอนจัดร้านเสร็จ ก็

อาศัยช่วงหกโมงเย็น ซึ่งเป็นช่วงที่ลูกค้ายังไม่เข้าร้าน ก็จะเอาการบ้านไปทำจังหวะนี้โดย

สสับกับพี่ชาย กว่าจะทำเสร็จก็ประมาณทุ่มหนื่ง ลูกค้าจึงทยอยมาผมก็สามารถสลับมาช่วยแม่

ได้พอดี

 

          อาจจะเป็นบุญเก่าหรืออะไรก็ตามที ทำ ให้แผงลอยที่ขายของนั้นตั้งติดอยู่กับร้าน

หนังสือที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของเชียงใหม่ พอวันไหนไม่มีการบ้านหรือทำงานเสร็จเร็ว

ผมก็จะไปยืนดูข่าวจากหนังสือพิมพ์ ทีเขาพาดโชว์ไว้หน้าร้าน จนรู้ข่าวสารมากกว่าคนอื่นๆ

เพราะอ่านหนังสือพิมพ์ทุกฉบับที่เขามีขาย

 

เนื่องจากการทอดปาท่องโก๋เป็นจำนวนมาก

ตัองมีกระนวนการรอเกิดขี้น เช่น รอสุกได้ที่

ถ้าไฟแรงไปก็จะเกรียมนอก แต่ขัางในไม่สุก

ทำให้ได้ฝึกศิลปะ ในการบริหารเวลาตั้งแต่

ตอนนั้น

 

        บางวันผมก็เดินเข้าไปดูหนังสิอในร้าน และอาศัยความคุ้นเคยยืนอ่าน หรือนั่งอ่านตรง

นั้นเลย พอแม่ขายของดิก็จะตะโกนเรียกหา ผมก็ค่อยวิ่งออกมาช่วยขายของ

 

         บางวันก็ไปตกลงกับพี่ชายว่า เราช่วยแม่สลับกันคนละวัน เพี่อผมและเขาก็จะได้อ่าน

หนังสีอที่ชอบ ผมอ่านจนติดเป็นนิสัยรักการอ่านมาจนทุกวันนี้

 

          ต่อมาภายหลัง พ่อคงจะเห็นว่าขายนํ้าเต้าหู้เพียงอย่างเดียว คงเหมือนขาดอะไรไป

เพราะคนถามหาปาท่องโก๋ เพื่อกินคู่กันด้วย พ่อของผมจึงไปหัดทำปาท่องโก๋ จนหมด

แป้งไปหลายกระสอบ ทำ ให้ผมที่เป็นลูกมือก็พลอยทำเป็นไปด้วย ส่วนการตีแป้งและตัด

เป็นคู่ๆ เพื่อทอดในนํ้ามันเป็นสืมือของคุณแม่ ผมก็พลอยไปหัดทำอีกเช่นกัน จนทำได้

คล่องวันหนึ่งเมื่อทุกคนเห็นว่า ผมทอดออกมาได้น่ารับประทานกว่าคุณแม่ตำแหน่งทอดปา

ท่องโก๋จึงตกเป็นของผม น้องๆ หลายคนที่ขณะนี้อาจเป็นอย่างผมในตอนนั้น ก็คงจะไม่มีเวลา

อ่านหนังสีอเหมือนกัน

        

     แต่อย่างไรก็ตาม ผมก็สามารถจัดการกับปัญหานี้! ดีไม่ยากเย็นเนึ่องจากการทอดปา

ท่องโก๋ เป็นจำนวนมากต้องมืกระบวนการรอเกิดขึ้น เช่น รอสุกได้ที่ ถ้าไพ่แรงไปก็จะเกรียม

นอกแต่ข้างในไม่สุกทำ ให้ได้ฝึกสืลปะในการบรีหารเวลาตั้งแต่ตอนนั้น

 

      น้องๆ คงนึกภาพคนทอดปาท่องโก๋ขายออก เขาจะมืแป้งที่ผสมแล้วแผ่อยู่บนโต๊ะ เมื่อจะ

ทอดก็ตัดมาเป็นเส้นๆ ตีให้แบน แล้วตัดเป็นชิ้นเล็กๆ แตะนํ้า จับเป็นคู่ๆ แล้วลงหย่อนกระทะ

ทอด แล้วแป้งก็พองขึ้นมาอย่างที่เขาชอบพูดเล่นกันว่า เราก็จะไม่พรากจากกันเหมือนปาท่อง

โก๋ยังไงล่ะ

 

     ผมก็ใช้ประโยชน์จากงานนี้ โดยใช้หน้าโต๊ะที่ทอดปาท่องโก๋นั่นแหละ เป็นที่อ่านหนังสือ

ผมนำหนังสือมากางบนโต๊ะ หาอะไรหนักๆ ทับไวัในหน้าที่ต้องการ แล้วเริ่มอ่านทบทวนใน

ขณะที่รอแป้งสุก แม้จะเป็นช่วงลันๆ แต่ผมก็ด้องอ่านหนังสือ

       

      ผมอ่านเสร็จ ท่องเสร็จ ทบทวนเสร็จในคราวเดียวกัน และที่ขาดไม่ได้ คือ กระดาษเปล่าๆ

อีก ๑ แผ่น คู่กับดินสอ เพื่อจะได้จดบันทึกย่อเริ่องที่อ่านเอาไว้ หัดทำจนบางครัง จำ หนังสือ

ทั้งเล่มได้ทุกตัวอักษร และได้บันทึกย่อหัวข้อสำคัญของหนังสือที่อ่านไว้เพียง ๑ หน้ากระดาษ

เท่านั้น เพื่อเอาไว้ทบทวน

 

     บางว้นก็มีเพื่อนๆ มาหา เขาก็จะต้องมายืนพูดข้างกะทะปาท่องโก๋ช่วยกลับตัวปาท่องโก๋

ไปด้วยคุยธุระไปด้วย ถามเรื่องการเรียนไปด้วยทำ ใหัรู้สึกดีไปอย่างที่มีคนมาช่วยงาน

และทบทวนการเรียนข้างกะทะไปด้วยกัน

 

      ด้วยการจดบันทึกย่อไว้นื้เอง ทำให้ผมสอบเข้าเรียนในระด้บมหาวิทยาลัย ได้อย่างสบาย

และกลายเป็นนิสัยติดดัวจนทุกว้นนื้ ทั้งการใช้เวลาว่าง ที่มีอยู่น้อยนิดให้เป็นประโยชน์และการ

มองหาประโยชน์จากป้ญหาที่เผชิญอยู่

 

         เพราะฉะนั้นน้องๆ เมื่อเกิดอะไรชื้นกับชีวิตอย่าเพิ่งไปโทษว่าโชคชะตา หรือฟ้าดิน

กลั่นแกล้ง ให้มองพิจารณาให้ดี เราจะพบมีประโยชน์แฝงด้วอยู่ในนั้น ทุกอย่างจึงอยู่ที่เรา

จะมองหามันออกมา และพลิกความรู้สึกที่วิกฤตตรงนั้น มาเป็นข้อดี ข้อเตือนใจ ข้อกำหนด

วินัยในด้วเอง เพื่อให้กลายเป็นโอกาสที่เราจะทำให้ชีวิตของเราดียิ่งขึ้น