พระรัตนตรัย เป็นแหล่งกำเนิดแห่งความสุข

วันที่ 27 พค. พ.ศ.2560

 พระรัตนตรัย เป็นแหล่งกำเนิดแห่งความสุข,วาไรตี้,บทความประจำวัน

   

       พระรัตนตรัย เป็นแหล่งกำเนิดแห่งความสุข                   

...วันนี้ว้นอาทิตย์ เราก็มารวมประชุมก้นประพฤติปฏิปัติธรรมร่วมกันจึงควรจะทำจิตใจของเรานี้ให้เบิกบาน ให้แช่มชื่น ให้ดีอกดีใจว่าเรามาพบก้นมาทำความดีด้วยก้น มาทำกิจของมนษย์ที่เรียกว่ากรณียกิจ คืองานที่แท้จริงของมนุษย์ในอิริยาบถของพระอริยเจ้าที่ท่านพ้นแล้ว คือท่านั่งขัดสมาธิ ทำสมาธิคู้บัลลังก์ดำรงสติมั่น

    เพราะฉะนั้น ทำใจให้เบิกบาน ให้แช่มชื่นอย่างนี้ แล้วก็ให้เลื่อมใสในพระรัตนตรัย ว่าเป็นที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุด สิ่งอื่นที่จะเป็นที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุด ยิ่งกว่านี้หริอเสมอเหมือนนี้ไม่มี เพราะพระรัตนตรัยเป็นแหล่งกำเนิดแห่งความสูข และเป็นอิสระจากกิเลสอาสวะ ไม่มีใครบังค้บบัญชาได้ สิงสถิตอยู่ภายในตัวของเรา

     นี่แหละคือที่พึ่งที่ระลึก เข้าถึงเมื่อไร ความสุขก็บังเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อนั้น ความบริสุทธิ์ผ่องแผ้วของดวงจิตของเราก็จะ เกิดขึ้นในทันทีความรู้แจ้งของข้วิฅว่า เราเกิดมาทำไม อะไรคือเป้าหมายของข้วิต เราก็จะได้ทราบด้วยด้วของเราเอง และจะทำให้เกิดมหากรุณา มองสรรพสัตว์ทั้งหลายเป็นประดุจเพื่อน เป็นเพื่อนทุกข์เกิดแก่เจ็บตายด้วยกัน

    เพราะฉะนั้น ความคิดที่จะเบียดเบียนเพื่อนทุกข์เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันนั้นไม่มี มีแต่ความปรารถนาดี แจ้วก็มองเหมือนญาติ เหมือนครอบครัวเดียวกัน ที่จะต้องประคับประคองกันไปให้ถึงฝังแห่งพระนิพพานใจของเราจะถูกเปลี่ยนแปลงไปอย่างนี้


    เมื่อเราได้เข้าถึงพระรัตนตรัยในตัว จะมีความสุข ทั้งนั่ง นอน ยืน เดินทั้งหลับ ทั้งตื่น ทั้งปฏิบ้ติภารกิจอ้นใดก็ตาม จะมีความสูขเป็นพื้นฐาน ไม่ว่าจะศึกษาเล่าเรียนก็มีความสูขใจเป็นพื้นฐาน มีปัญญาบริสูทธิ์เกิดขึ้น มีมหากรุณาเป็นพื้นฐาน


    จะประกอบธุรกิจการงาน ก็เป็นธุรกิจที่ไปพร้อมกับจิตใจ คือภายในก็มีความสุขเป็นพื้นฐาน มีปัญญาบริสูทธึ้ ความรู้ที่เกิดขึ้น เกิดขึ้นจากความบริสูทธิ์แล้วก็จะมีมหากรุณา มีความเกื้อกูลเอื้อเพื้อเผื่อแผ่เพื่อนมนุษย์ด้วยก้นและสรรพสัตว์ทั้งหลายทั้งปวง เกิดขึ้นในขณะที่ประกอบธุรกิจการงาน

    เหมือนบัณฑิตในกาลก่อน ที่ท่านเป็นน้กธุรกิจ แต่ว่าจิตใจของท่านเป็นอริยะ ภายในหยุดนิ่ง ข้างนอกก็เคลื่อนไหว ท่านประกอบไปด้วยธรรมดังกล่าวคุณธรรมดังกล่าวคือ ปัญญาบริสุทธิ้ ความผาสุกภายใน มหากรุณา ทำควบคู่ก้บธุรกิจการงาน แล้วก็ทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จ ในดัานเคลื่อนไหวแบบธุรกิจที่ต้องการสภาพคล่อง คล่องแคล่วว่องไว ก็ประสบความสำเร็จ ๑๐๐เปอร์เซ็นต์ ชีวิตแห่งการหยุดนิ่งอยู่กับพระรัตนตรัยในดัวก็สมบูรณ์ เป็นชีวิตอีก ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์

     ชีวิต ๒๐๐ เปอร์เซ็นต์ เกิดขึ้นกับบ้ณฑิตในกาลก่อน ซึ่งเราได้ยินได้ฟังบ่อยๆคือท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี มหาอุบาสิกาวิสาขา เป็นต้น คือมีมากมายก่ายกอง แต่ว่าที่มีปรากฏอยู่ในพระไตรปิฎกยกเอาไว้ ในฐานะท่านเป็นกำลังอย่างสำคัญ สนับสนุนพระพุทธศาสนาเอาไว้ เป็นแบบอย่างได้จารึกชื่อเอาไว้ให้ปรากฏเกิดขึ้น แต่ผู้ที่ดำเนินชีวิตแบบท่านมีมากมายในสมัยโนันเพราะฉะนั้น ปัจจุบันเราก็ทำอย่างนั้นได้ ธุรกิจกับจิตใจไปคู่กัน

     ก่อนที่เราจะปฏิบ้ตธรรมเพื่อให้เข้าถึงพระธรรมกาย เราด้องทำใจของเราให้ปลอดกังวล ไม่ติดในคน ในสัตว์ ในสิ่งของ โดยพิจารณาด้วยปัญญาบริสุทธิ์ที่พระส้มมาสัมพุทธเจ้าท่านสอนเอาไว้ และเป็นส้จธรรมคือเป็นความจริงว่าสรรพส้ตว์และสรรพสิ่งทั้งหลายล้วนมีการเปลื่ยนแปลงเป็นปกติ ทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ มีเชื้อแห่งความทุกข์ เป็นบ่อเกิด เป็นแหล่งกำเนิดแห่งความทุกข์เพราะความไม่เที่ยงนั้น จะเป็นคน เป็นส้ตว์ เป็นสิ่งของ จะเป็นของกิน ของใช้อะไรก็แล้วแต่ มีชีวิตหรือไม่มีชีวิต มีวิญญาณครองหรือว่าไม่มีวิญญาณครองล้วนแต่เป็นสิ่งที่ดำรงอยู่ชั่วคราว เปลื่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา บังคับบัญชาก็ไม่ได้จะให้ได้ดังใจเราไม่ได้

     มีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วเสื่อมสลาย เมื่อเราเข้าใจอย่างนี้ ใจเราก็จะได้เบาสบาย ปลอดกังวล เสื้อเรา แต่ไม่ใช่เสื้อของเรา ร่างกายเราแต่ไม่ใช่ร่างกายของเรา บัานเราแต่ไม่ใช่บัานของเรา เพราะฉะนั้นเราจะบังคับบัญชาอะไรให้ได้ดังใจปรารถนาของเรา เป็นไปไม่ได้

    พอเราคิดอย่างนี้เข้า ใจก็จะได้ปลอดโปร่ง สบาย เมื่อเราเห็นว่าสรรพสิ่งทั้งหลาย เป็นอนิจจ้ง ทุกข้ง อน้ดตา พระพุทธเจ้าสอนอย่างนี้เพื่อให้มองมุมกล้บตรงกันข้ามว่า เมื่อเราอยู่ในสิ่งแวดล้อม อยู่กับสิ่งแวดล้อม และอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เป็นอนิจจ้ง ทุกข้ง อนัตตา ไม่เป็นสาระแก่นสาร เราก็ควรจะมุ่งแสวงหาสิ่งที่เป็นสาระแก่นสาร เป็นแหล่งกำเนิดแห่งความสุข แล้วก็เป็นอิสระจากกิเลส จากการบังคับบัญชาของกิเลสอาสวะของพญามาร เป็นชีวิตที่แท้จริงของเรา เป็นตัวจริงของเรา

     สิ่งที่มีคุณสมบัติอย่างนี้อยู่ในตัวของเรา อยู่ตรงไหนของตัว อยู่ตรงศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ อยู่ในกลางกายของเราที่เหนือจากจุดตัดขึ้นมา ๒ นี้วมือตรงนั้นแหละ เป็นที่สิงสถิตของสิ่งที่มีคุณสมบัติอย่างนี้ นั้นก็คือพุทธร้ตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ

    พุทธรัตนะ ท่านมืลักษณะอย่างไร ลักษณะท่านสวยงาม งามไม่มีที่ติ เมื่อเราเข้าถึงพุทธรัตนะภายในแล้ว จะแจ่มแจ้งในใจของเราทีเดียว ว่าท่านงามจริงๆ แต่ลักษณะคร่าวๆ ก็คือเกตุดอกบัวตูมอยู่บนพระเศียรท่าน อยู่บนจอมกระหม่อม คล้ายๆ บัวสัตตบงกชสวยงามมาก พระวรกายก็ใสบริสุทธิ์ ใสเกินใสงามไม่มีที่ติ สมบูรณ์ทั้งวิชชาและจรณะ คือวิชชาก็สมบูรณ์ จรณะก็สมบูรณ์ นี้แหละพุทธรัตนะ เป็นที่พื่งที่ระลึกอยู่ภายใน


     ส่วนธรรมรัตนะ คลังปริย้ติ คลังแห่งความรูของพระไตรปีฎก ๘๔,๐๐๐พระธรรมข้นธ์ รวมประชุมอยู่ในกลางธรรมรัตนะ และอยู่ในกลางกายของพุทธรัตนะ ลักษณะเป็นดวงใสๆ คล้ายๆ ดวงแก้วกายสิทธิ้เราดูดวงธรรมรัตนะ ความกลมของตวงธรรมนั้นทำให้เราเกิดความรู้สึกที่แปลกว่า ดวงแก้วกลมๆข้างนอกเหมือนไม่กลมอย่างนั้นน่ะ แล้วก็ใสเกินใส งามไม่มีที่ติ เป็นคลังแห่งปริย้ติเมื่อเราจรดใจพระธรรมกายจรดอยู่ในกลางธรรมรัตนะ ความรู้ก็หลั่งไหลพรั่งพรูออกมา เมื่อกายมนุษย์เป็นอ้นหนึ่งอันเดียวกับพุทธรัตนะเข้าก็พรั่งพรู กายมนุษย์ความรู้นั้นก็มาสู่กายมนุษย์ เมื่อ ธมุมกาโย อหิ อิติปี เมื่อตถาคตเป็นอ้นหนึ่งอ้นเดียวกับธรรมกาย หรือตัวเราเป็นอ้นหนึ่งอ้นเดียวกับธรรมกาย ความรู้ก็จะ
เกิดขึ้นอย่างนั้น

       ส้งฆร้ตนะ มีหน้าที่ร้กษาคลังปริยัติคือความรู้ ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์นี้เอาไว้ อยู่ตรงกลางของธรรมร้ตนะ ละเอียดไปอีกชั้นหนึ่ง อยู่ตรงกลางรักษาธรรมรัตนะเอาไว้ ธรรมรัตนะก็ทรงรักษาพุทธรัตนะเอาไว้ ๓ อย่างนั้นน่ะเรียกชื่อต่างกันแต่ว่าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน พรากออกจากกันไม่ได้ แยกออกจากกันไม่ได้ ๓ สิ่งรวมอยู่ในนั้นแหละ เหมีอนเพชรนี่ มีแววดี มีสีดี มีเนี้อดี เราจะเอาแววไปทาง สีไปทาง เนื้อไปทางก็ไม่เรียกว่าเพชร

       อันนี้เหมือนกัน สรณะจะต้องประกอบไปด้วย ๓ คือ พุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ แล้วก็สังฆรัตนะ เรียกชื่อกันคนละอย่าง มีคุณสมบัติคนละอย่าง หน้าที่คนละอย่าง แต่พรากจากกันไม่ได้ ต้องรวมประชุมอยู่ จึงจะเรียกว่า เป็นสรณะที่พึ่งที่ระลึกอันสงสุดอย่ภายในตัวของเรา...

 



วันอาทิตย์ที่ ๒๓ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๓
จากหนังสือ แม่บท
เดินทางข้ามวัฏสงสาร