อานิสงส์การฟังธรรม

วันที่ 19 กค. พ.ศ.2560

อานิสงส์การฟังธรรม

พุทธธรรมทีปนี 1 , Dhamma , Pre-Degree , วัดพระธรรมกาย , DOU , ธรรมกาย , ปริญญาตรี , พรีดีกรี , พระพุทธศาสนา , พุทธศาสตร์ , พระไตรปิฎก , พระสัมมาสัมพุทธเจ้า , อานิสงส์การฟังธรรม

          ธัมมัสวนานิสงส์ คือ อานิสงส์ของการฟังธรรม มีอยู่ 5 ประการ ได้แก่

        1. ผู้ฟังธรรมย่อมได้ฟังสิ่งที่ยังไม่เคยฟัง หมายถึง พระธรรม คำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งมีมากมาย เมื่อมีผู้มาแสดงให้ฟังย่อมได้ฟังสิ่งใหม่ ๆ เพิ่มเติมพอกพูนไปเรื่อย ๆ

          2. สิ่งใดได้เคยฟังแล้ว แต่ไม่เข้าใจชัด ย่อมเข้าใจสิ่งนั้นชัด หมายถึง ธรรมะต่าง ๆ ที่เราเคยได้ฟังมาแล้วจากใครก็ตาม ยังไม่เข้าใจชัด พอได้ฟังที่ท่านขยายความให้ฟังก็เข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง นำไปปฏิบัติได้

       3. บรรเทาความสงสัยเสียได้ หมายถึง ธรรมต่าง ๆ ที่เราฟังมาแล้วเกิดความสงสัยไม่เข้าใจ เราก็ไต่ถามผู้รู้ในขณะฟังธรรมจน คลายความสงสัยได้ หรือเราอาจได้ยินได้ฟังมาจากที่อื่น ซึ่งอาจขัดอยู่ในใจ พอได้ฟังก็คลายความสงสัยได้

         4. ทำความเห็นให้ถูกต้อง หมายถึง ผู้ฟังธรรมบางครั้งอาจมีความเห็นที่ไม่ตรงต่อความเป็นจริง เพราะไม่ค่อยเชื่อในเรื่องกฎแห่งกรรม พอได้ฟังคำชี้แจงขยายความในเรื่องกฎแห่งกรรม เป็นต้น ย่อมทำความเห็นให้ตรงถูกต้องได้ง่าย

       5. จิตของผู้ฟังย่อมผ่องใส หมายถึง จิตที่น้อมไปตามกระแสธรรมที่พระธรรมกถึกบรรยายขยายความ คลายความสงสัยทั้งปวง มีความเข้าใจถูกต้อง ย่อมได้รับผลของความสุขความผ่องใสของใจ

       สรุป อานิสงส์จากการฟังธรรมทั้ง 5 ข้อนี้ ย่อมบังเกิดมีแก่ผู้ตั้งใจฟังธรรมแสวงหาความหลุดพ้น จะได้ผลอย่างเต็มที่ต่อเมื่อผู้ฟังตั้งใจฟังโดยเคารพ มีสติพิจารณาตามกระแธรรมที่ท่านแสดงตลอด ดังพุทธพจน์ที่ว่า ผู้ฟังด้วยดีย่อมได้ปัญญา


เศรษฐีจ้างลูกไปฟังธรรม
       ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีมีลูกชายคนหนึ่ง ชื่อ นายกาละ เขาเป็นคนไม่มีศรัทธาในพระพุทธศาสนา ไม่เคยสนใจที่จะฟังธรรม และไม่เคยบำเพ็ญบุญกุศลใด ๆ เลย ท่านเศรษฐีได้ตักเตือนอยู่บ่อย ๆ เขาก็ไม่ยอมเชื่อฟัง ด้วยความที่เป็นห่วงลูกชาย เกรงว่าเมื่อละจากโลกไปแล้วเขาจะต้องไปบังเกิดในนรก ท่านเศรษฐีจึงบอกลูกว่า "กาละ ถ้าลูกสามารถรักษาอุโบสถศีลและไปฟังธรรมที่วัด พ่อจะให้ทรัพย์วันละ 100 กหาปณะ" ด้วยความที่อยากได้ทรัพย์นายกาละจึงยอมไปวัด ไปรับอุโบสถศีล แต่ก็ยังไม่ยอมฟังธรรมอยู่ดี กลับไปแอบนอนหลับเสียที่อื่น พอรุ่งเช้าก็รีบกลับเข้าบ้านเพื่อรับทรัพย์ เมื่อท่านเศรษฐีเห็นลูกชายกลับมาแล้ว รีบสั่งให้คนรับใช้นำข้าวปลาอาหารมาให้ แต่นายกาละยังไม่ยอมรับประทาน รีบทวงค่าจ้างก่อนเลยว่า "พ่อต้องเอาทรัพย์ 100 กหาปณะมาให้ก่อน จึงจะยอมกินข้าว" ท่านเศรษฐีจึงต้องเอาทรัพย์มามอบให้เขาก่อน

       ในวันรุ่งขึ้นท่านเศรษฐียังไม่ละความพยายาม ที่จะให้ลูกชายเป็นคนดีที่แท้จริงให้ได้ ท่านจึงจ้างเขาให้ไปฟังธรรมอีกด้วยทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นเป็น 10 เท่า โดยบอกเขาว่า "วันนี้ถ้าลูกมาทานอุโบสถศีล และไปฟังพระธรรมเทศนาจากพระบรมศาสดา แล้วจำธรรมะมาได้สักบทหนึ่ง พ่อจะให้ทรัพย์ 1,000 กหาปณะ" นายกาละฟังแล้วดีใจมาก อยากจะได้ทรัพย์นั้นมาก จึงรีบไปวัดเพื่อฟังธรรม โดยตั้งใจว่าพอจำธรรมะได้เพียงแค่บทเดียวเท่านั้น ก็จะรีบกลับบ้านมารับทรัพย์ทันที

       ในขณะที่เขาไปฟังธรรมอยู่นั่นเอง พระบรมศาสดาทรงเห็นอุปนิสัยที่จะได้บรรลุมรรคผลของเขา จึงทรงใช้ฤทธิ์บันดาลให้เขาจำธรรมะไม่ได้ เขาเลยต้องฟังธรรมบทต่อไป แต่ไม่ว่าเขาจะตั้งใจฟังเพียงไร ก็จำไม่ได้เลยสักบทเดียว แต่ถึงแม้จะจำไม่ได้ ในระหว่างที่ฟังธรรมอยู่นั้น ใจของเขาได้ถูกขัดเกลาให้สะอาดบริสุทธิ์ ละเอียดอ่อนขึ้นไปเรื่อย ๆ จนในที่สุด ใจของเขาก็สงบหยุดนิ่ง นุ่มนวล ควรแก่การงาน เมื่อใจหยุดถูกส่วน ก็เข้าถึงธรรมไปตามลำดับ จนกระทั่งเข้าถึงกายธรรมโสดาบัน เป็นโสดาบันอยู่ตรงนั้นเอง

       วันรุ่งขึ้น นายกาละกลับมาบ้าน พร้อมกับอาราธนาพระบรมศาสดาและพระภิกษุสงฆ์ให้มาฉันภัตตาหารที่บ้าน ท่านเศรษฐีเห็นดังนั้นก็ดีใจมาก รีบจัดแจงภัตตาหารมาถวาย เมื่อช่วยกันถวายภัตตาหารแล้ว คนรับใช้ก็นำอาหารมาให้นายกาละ เขาก็รับประทานอาหารด้วยความสงบ โดยไม่เรียกร้องขอทรัพย์ค่าจ้างเหมือนครั้งก่อน

       เมื่อพระบรมศาสดาเสร็จภัตกิจแล้ว ท่านเศรษฐีได้นำทรัพย์ 1,000 กหาปณะ มามอบให้ลูกชาย ณ เบื้องพระพักตร์ของพระบรมศาสดา แต่ตอนนี้นายกาละเป็นโสดาบันแล้ว จึงรู้ซึ้งถึงคุณค่าของธรรมะภายในที่ได้เข้าถึง และรู้สึกละอายใจ ไม่ปรารถนาที่จะรับทรัพย์ค่าจ้างนั้นถึงแม้ท่านเศรษฐีจะคะยั้นคะยอให้รับ เขาก็ยังไม่ยอมรับอยู่นั่นเอง

      อนาถบิณฑิกเศรษฐีจึงถวายบังคมพระบรมศาสดาแล้วกราบทูลว่า "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ วันนี้ข้าพระองค์ชอบใจการแสดงออกของลูกชาย เพราะวันก่อนข้าพระองค์ได้บอกกับเขาว่าจะให้ทรัพย์ 100 กหาปณะ ถ้าหากเขายอมรักษาอุโบสถศีล พอเขาไปวัดกลับมาแล้ว เขาก็เรียกร้องขอทรัพย์ก่อนเลย ถ้าไม่ได้ทรัพย์ก็จะไม่ยอมรับประทานอาหาร แต่ในวันนี้เขากลับไม่ปรารถนาทรัพย์ 1,000 กหาปณะ ที่ข้าพระองค์มอบให้" พระบรมศาสดาจึงตรัสตอบว่า "เป็นอย่างนั้นแหละ ท่านเศรษฐี ธรรมดาของพระโสดาบัน ย่อมยินดีในอริยทรัพย์ภายใน
มากกว่าโลกียทรัพย์ภายนอก เพราะรัตนะภายในประเสริฐยิ่งกว่าสมบัติของพระเจ้าจักรพรรดิประเสริฐยิ่งกว่าทิพยสมบัติในเทวโลก และสมบัติในพรหมโลกเสียอีก"

 

 

*----------------------------------------------------------------------------------------------------------*
หนังสือ PD 007 พุทธธรรมทีปนี 1
หนังสือเรียน DOU หลักสูตร Pre-Degree

 

**บทความ แนะนำ/เกี่ยวข้อง

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร