ทำอย่างไรลูกจึงจะเป็นคนดีได้ตลอดรอดฝั่ง

วันที่ 09 ตค. พ.ศ.2560

ทำอย่างไรลูกจึงจะเป็นคนดีได้ตลอดรอดฝั่ง

จากเนื้อหาทั้ง ๕ บทที่ผ่านมา คุณพ่อคุณแม่คงจะได้ข้อสรุปแล้วว่า

      ๑) ถ้าหากเราอยากให้ลูกไม่แสบ ต้องฝึกให้ลูกยํ้าคิด ยํ้าพูดยํ้าทำในเรื่องความมีวินัย

      ๒) ถ้าอยากให้ลูกไม่โง่ ต้องฝึกให้ลูกยํ้าคิด ยํ้าพูด ยํ้าทำในเรื่องความเคารพ

  ๓) ถ้าอยากให้ลูกไม่แล้งนํ้าใจ ต้องฝึกให้ลูกยํ้าคิด ยํ้าพูดยํ้าทำในเรื่องความอดทนแล้วลูกของเราจะมีคุณสมบัติของคนดี คือ ไม่โง่ ไม่แสบไม่แล้งนํ้าใจเป็นคุณธรรมพื้นฐานที่จะพัฒนาตนเองให้ยิ่งๆ ขึ้นไปด้วยตัวเอง หากคุณพ่อคุณแม่เลี้ยงลูกได้คุณสมบัติเช่นนี้แล้ว ก็เท่ากับว่าประเทศชาติได้เยาวชนดีมีคุณภาพขึ้นมาแล้ว และมีโอกาสที่จะก้าวไปการเป็นผู้นำที่ดีในอนาคตของสังคมอีกด้วย หากได้รับการฝึกอบรมที่ดีต่อไป แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าดูไปแล้ว งานของคุณพ่อคุณแม่นำจะหมดแค่นั้น แต่เมื่อคุณพ่อคุณแม่ไตร่ตรองไปในวันข้างหน้าอีก ก็จะพบว่า คนเรานั้นไม่มีใครอยู่คำฟ้าค่าแผ่นดินได้เสยสักคนเดียว วันหนึ่ง เมื่อถึงเวลาหมดอายุขัย ก็จะต้องตายจากโลกนี้ไปทุกคน ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ทุกๆ คน ไม่ว่าจะรักลูกขนาดไหนก็ตาม ก็จำ เป็นต้องจากลูกไปด้วยเงือนไขของชีวิต คือ ความแก่ ความเจ็บ และความตายที่ยังไม่มีใครหลุดพ้นนี้ทั้งนั้นเมื่อไตร่ตรองเช่นนี้แล้ว ก็จะพบว่า งานเลี้ยงลูกที่ผ่านมานั้น คุณพ่อคุณแม่เพิ่งฝึกให้ลูก "รู้จักรับผิดชอบตนเอง" เท่านั้น คือ ลูกไม่แสบไม่โง่ ไม่แล้งน้ำใจ แต่ถ้าลูกจะออกไปเผชิญโลกกว้าง ยังไม่แน่ว่าลูกจะเป็นคนดีไปได้ตลอดรอดฝัง
ทำ ไมจึงพูดเช่นนี เพราะว่าในสังคมกว้างนั้น ต่างละคนปนกันทั้งคนดีและคนชั่ว ยากจะดูออกได้ง่ายๆ โลกกว้างที่ลูกจะต้องออกไปเผชิญจึงไม่เหมีอนกับนิยายในหนังสือ หรือภาพยนตร์ในโทรทัศน์ ไม่มีความลงตัว และสมบูรณ์แบบเหมือนกับชีวิตของพระเอกนางเอกในละศร เพราะชีวิตจริงๆ นั้น คนชั่วมาได้หลายรูปแบบ มาในรูปของญาติสนิทมิตรสหายก็ได้มาในรูปของครูอาจารย์ก็ได้ มาในรูปของคู่ครองก็ได้มาในรูปของเพื่อนก็ได้ มาในรูปของลูกจ้าง หรือคนรับใช้ก็ได้ ซึ่งล้วนเป็นบุคคลใกล้ตัวที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินดีชั่วของตัวลูกทั้งสิน
เพราะฉะนั้น ถึงคุณพ่อคุณแม่จะเลี้ยงลูกให้เป็นคนไม่แสบ ไม่โง่ ไม่แล้งน้ำใจได้สำเร็จก็ตาม แต่ถ้าไม่ฝึกลูกให้มีคุณธรรมข้ออึ่นๆ ที่ยิ่งๆ ขึ้นไปตามมาสมทบอีกด้วยโดยเฉพาะหิริโอตตัปปะ หรือความละอายต่อบาปและความกลัวผลของบาปแล้วล่ะก็ ลูกก็มีสิทธิถูกคนชั่วชักนำไปทำความผิด ต้องไปติดคุกติดตาราง ประสบความล้มเหลวในชีวิตในที่สุดได้เช่นกันขณะเดียวกัน ลูกเราอาจจะไม่ใช่คนที่เรียนเก่งที่สุดในห้องเรืยน แต่ว่า นอกจากความไม่แสบ ไม่โง่ ไม่แล้งนํ้าใจของเขาแล้ว คุณพ่อคุณแม่ยังฝึกคุณธรรมช้ออึ่นๆ เข้ามาส่งเสริมให้ลูกดียิ่งๆ ขึ้นไปอีก ลูกก็จะมีความพร้อมในการเผชิญโลก เท่าทันกิเลสคน อดทนต่อการกระทบกระทั่งและความเจ็บใจได้ดี รู้จักเลือกคบคนดีเป็น และรักษานํ้าใจคนดีเป็น เขาก็สามารถประสบความสำเร็จในชีวิตได้ แม้จะไม่ใช่คนที่เรืยนเก่งที่สุดจนได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งก็ตามเป็นอันว่า เมื่ออธิบายมาถึงตรงนี้ คุณพ่อคุณแม่คงเห็นแล้วว่าจากเดิมที่ตอนแรก ตั้งเป้าว่า "ทำอย่างไรลูกจึงจะเป็นคนดี" พอเลี้ยงลูกมาได้ตามเป้าหมายนี้แล้ว ยังมีเป้าหมายขั้นต่อไปที่ยกระดับสูงขึ้นอีกนั่นคือ "ทำอย่างไรให้ลูกเป็นคนดีไปได้ตลอดรอดฝั่ง"มีข้อคิดอยู่ว่า คุณพ่อคุณแม่คนหนึ่งสามารถหาทรัพย์สมบัติหมื่นล้านแสนล้านมาให้ลูกได้กินได้1ข้อย่างสุขสบายมากมายเพียงไหนก็ตามแต่ถ้าลูกไปเสียคนตอนโตเท่านั้น คุณพ่อคุณแม่แทบขาดใจทันที รู้ได้ทันทีว่าแม้จะมีสมบัติล้นฟ้าแค่ไหน ก็ไม่สามารถชื้อลูกที่เคยเป็นคนดี แต่เสียคนไปแล้วได้ ความทุกข์ใจที่มีต่อความสิ้นหวังในตัวลูก มันชอกชํ้าในอก อยากจะเอาสมบัติที่หามาได้ทั้งหมดนั้น ไปแลกเอานิสัยดีๆ ของลูกกลับคืนมา สมบัติที่หามาได้ไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้ว สำหรับพ่อกับแม่ขอให้ได้ลูกที่ดีกลับคืนมาก็พอแล้วตรงกันข้าม คุณพ่อคุณแม่อีกคนหนึ่งไม่ถึงกับมีสมบัติพัสถานล้นฟ้าไวให้แก่ลูก ฐานะของบ้าน ก็อยู่ในระดับแค่พออยู่พอกิน ไม่มีหนี้สินทิ้งไว้ให้ แต่ก็ไม่มีมรดกเป็นพันล้านหมื่นล้านเตรียมไวให้ลูก แต่ทว่าการได้เห็นลูกของเราที่เลี้ยงมากับมือนั้น เขาสามารถยืนหยัดต่อไปได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องมีพ่อกับแม่คอยประคับประคองเหมือนแต่ก่อนไม่เป็นภาระของใคร ไม่ก่อปัญหาให้ใครเดือดร้อน สามารถตั้งหลักตั้งฐานเองได้ สามารถเผชิญโลกกว้างได้อย่างสบาย เป็นคนดีไปได้ตลอดรอดฝั่ง และมีกลับมาตอบแทนพระคุณพ่อแม่ให้ชื่นใจได้อีกด้วย เพียงเท่านี้ คุณพ่อคุณแม่ก็สุขใจมหาศาล เพราะบรรลุเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ของการเลี้ยงลูกแล้วนั่นเองเพราะฉะนั้น หลังจากที่เลี้ยงลูกให้มีนิสัยไม่แสบ ไม่โง่ ไม่แล้งน้ำใจแล้ว เป้าหมายใหม่ในการเลี้ยงลูกของคุณพ่อคุณแม่ จึงเกิดขึ้นมาว่า ทำอย่างไรลูกจึงจะเป็นคนดีไปได้ตลอดรอดฝัง แม้ในวันที่พ่อแม่จะไม่อยู่ในโลกนี้เเล้วก็ตามฝึกลูกให้สามารถสร้างเครือข่ายคนดีให้เป็นจากประสบการณ์ของปูย่าตายาย ท่านบอกไว้ชัดเจนว่า คนเราแม้จะพึ่งตนเองได้ แต่ก็ไม่สามารถเอาดีได้โดยลำพังตนเอง จะต้องพึ่งพาอาศัยกัน จะต้องมีการช่วยเหลือ เกื้อกูล  ซึ่งกันและกัน จึงจะได้ดี ซึ่งภาษาสมัยใหม่นี้ เรียกว่า "การสร้างเครือข่าย" นั่นเองด้วยเหตุนี้ คนที่จะเป็นคนดีไปได้ตลอดรอดฝัง ก็จำ เป็นจะต้องมีบุคคลแวดล้อมที่เป็นคนดีเหมีอนๆ กับตนเอง จึงจะสามารถทำความดีได้อย่างเต็มที่ เต็มอิ่ม เต็มไจ และยกระดับความดีของตนเองให้สูงขึ้นไปได้อย่างไม่สินสุด และนี่เองที่เป็นที่มาของ "ผู้นำประเทศที่ดีในอนาคต" ดังนั้น การที่ลูกจะเป็นคนดีไปได้ตลอดรอดฝัง จึงมีความจำเป็นอยู่ว่า คุณพ่อคุณแม่จะต้องฝึกลูกให้รู้จักสร้างเครีอข่ายคนดีให้เป็นการสร้างเครือข่ายคนดี คือ อะไร ?

    การสร้างเครือข่ายคนดี คือ การชักชวนบุคคลรอบข้างมาร่วมกันสร้างความคือย่างต่อเนื่องเป็นทีมและเป็นระบบ เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่เป็นคนคื เอื้อเพื่อต่อการทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำ จิตใจให้ผ่องใสได้อย่างต่อเนื่องตลอดชัวิต และส่งเสริมให้เกิดลักษณะสังคมและเศรษฐกิจที่ดีของประเทศชาติ

    หากคุณพ่อคุณแม่ท่านใดก็ตามที่เลี้ยงลูกให้มีความสามารถสร้างเครือข่ายคนดีเช่นนี้แล้ว ก็เป็นอันหวังได้ว่า เขากำลังจะเติบโตขึ้นมาเป็นผู้นำเยาวชนชั้นเยี่ยมของประเทศชาติ และนั่นหมายความว่าประเทศชาติของเราในอนาคต จะไม่ขาดแคลนผู้นำประเทศที่ดี มีคุณธรรมมีความสามารถมีวิลัยทัศการบริหารประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้ายี่งๆ ขึ้นไป

  แต่การจะฝึกลูกให้สร้างเครีอข่ายคนดีได้ดังกล่าวนี้ ลูกจะต้องมีคุณสมบัติอย่างไรบ้างนั่นเป็นโจทย์ที่คุณพ่อคุณแม่จะต้องศึกษากันต่อไปคุณสมบัติของผู้สร้างเครือข่ายคนดีตอนแรกที่คุณพ่อคุณแม่เริ่มลงมือเลี้ยงลูกให้เป็นคนดีนั้นปูย่าตายายของเรา ท่านก็แนะนำคุณสมบัติของลูกที่ดีไว้ว่า ต้องไม่แสบ ไม่โง่ไม่แล้งนำไจ แต่มาคราวนี้ คุณพ่อคุณแม่จะต้องฝึกลูกให้เป็นผู้นำในการสร้างความดีไนอนาคตปูย่าตายายของเราท่านก็แนะนำไว้อีกเช่นกันว่าผู้ที่จะสร้างเครือข่ายคนดีได้สำเร็จนั้นต้องประกอบด้วยคุณสมบัติต่อไปนี้

๑. มืคุณสมบัติของลูกที่ดีเป็นพื้นฐาน คือมีวินัย มีความเคารพและมีความอดทน
๒. มีความเห็นถูกต้องตามความเป็นจริงของโลกและชีวิต
๓. มีสำนึกแห่งความผิดชอบชั่วดี
๔. มีเป้าหมายชีวิตอันประเสริฐ
๕. มีความริบผิดชอบต่อสังคมและเศรษฐกิจของประเทศชาติ
๖. รู้จักลักษณะของมิตรแท้และมิตรเทียม
๗. มีคุณสมบัติของนักสร้างทีมที่ดี
๘. รู้จักโศรงสร้างเศรือข่ายคนดี
๙. มีหัวใจเศรษฐี
๑๐. หมั่นปฏิบัติธรรมเพื่อการพ้นทุกข์

    คุณสมบัติทั้ง ๑๐ ข้อนี้ เป็นงานสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่จะต้องใช้เวลาอบรมบ่มนิสัยให้แก่ลูก เพื่อเตรียมคุณสมบัติการเผชิญโลกกว้างให้มากที่สุด เพราะเมื่อวันที่ลูกจะต้องจากอ้อมอกของคุณพ่อคุณแม่ไปเผชิญโลกกว้างอย่างเต็มรูปแบบแล้ว ลูกก็จะพบความผิดพลาดน้อยหากเขาไปเจอสิ่งไหนไม่ถูกไม่ต้องในสังคม เขาก็จะเป็นกำลังสำคัญในการแก้ไขไห้กลับคืนดี เพราะเขาสามารถปกครองตนเองได้ดี ปกครองผู้อื่นได้ดี และปกครองงานได้ดี ทำ ให้เขาสามารถสร้างเครือข่ายคนดีของตนเองเกิดขึ้นมาได้สำเร็จ จึงทำให้มีกำลังในการสร้างความดีที่ยิ่งๆ ขึ้นไปส่งผลให้สภาพลังคมและเศรษฐกิจที่เขาไปอยู่ตรงนั้น ดีขึ้นมาทันตาเห็นจึงเป็นเหตุให้เขาสามารถประพฤติปฏิบัติตนเป็นคนดีไปได้ตลอดรอดฝั่งดังที่คุณพ่อคุณแม่ตั้งเป้าหมายไว้ทุกประการสิ่งสำคัญก็คือ เมื่อวันหนึ่งเมื่อความดีของเขามากพอในระดับประเทศแล้ว เขาจะมีโอกาสก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำของประเทศ ทำให้เขาได้มีโอกาสเสียสละศวามสุขส่วนตน มาทำศวามดีอันยิ่งใหญ่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติเพี่อรับใช้เบื้องยุคลบาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ห้วรับใช้พระพุทธศาสนาอันเป็นประทีปส่องทางคนทั้งประเทศ แสะรับใช้ประชาชนทั้งประเทศชาติผู้เป็นพี่น้องร่วมแผ่นดินเกิดของเขา เมื่อนั้นเขาก็จะสามารถใช้คุณธรรมศวามดี ความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์แสะวิสัยทัศน์การบริหารเครือข่ายคนดีนี มาบริหารประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผลให้ทุกหย่อมหญ้าของประเทศเต็มไปด้วยคนดี ปราศจากโจรผู้ร้ายมารบกวนอาทิเช่น เมื่อมองเข้าไปในบ้าน ก็ได้เห็นพ่อแม่ลูกที่ดี มีความสุขครอบครัวอบอุ่นไม่เห็นสภาพครอบศรัวแตกแยกมองเข้าไปในโรงเรืยน ได้เห็นครูอาจารย์และนักเรืยนที่ดี ไม่เห็นอบายมุขอาละวาดในโรงเรียนมองไปที่ผู้กำลังเริ่มต้นชีวิตคู่ ก็ได้เห็นสามี-ภรรยาทีดี มีความรับผิดชอบต่อครอบครัวมองเข้าไปในที่ทำงานก็ได้เห็นเจ้านาย-ลูกน้องที่ดีไม่มีการศอรัปชั่นมองเข้าไปในวัด ก็ได้เห็นพระภิกษุ และพุทธศาสนิกชนที่ดีทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งๆ ขึ้นไปและตรงนี้เองที่จะนำมาซึ่งสภาพสังคมแสะเศรษฐกิจที่ดีที่ทุกคนต้องการ และเป็นการก้าวไปการสร้างเครือข่ายคนดีระหว่างประเทศและระดับโลกในอนาคตอย่างไม่ขาดสายของประเทศไทยและนี่คือ การปฏิรูปการเลี้ยงดูบุตรหลานของคนไทยที่เห็นเป็นรูปธรรมมากที่สุด ซึ่งปู่ย่าตายายของเราเตรียมไว้ให้แล้วในพระพุทธศาสนานั่นเอง

    โดยสรุป การที่ลูกจะเป็นคนดีไปได้ตลอดรอดฝั่ง คำตอบที่กระชับสั้นที่สุด ก็คือ "ฝึกลูกให้สร้างเครือข่ายคนดีให้เป็น" เพราะฉะนั้น ประเด็นต่อมาของการเลี้ยงลูกของคุณพ่อคุณแม่ จึงมาอยู่ที่ "ทำอย่างไรลูกจึงจะมีคุณสมบัติของการสร้างเครือข่ายคนดี" แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากพวกเราไม่ต้องการให้หนังสือเล่มนี้หนาจนเกินไป เพราะจะทำให้ไม่น่าอ่าน พวกเราจึงใคร่ขออนุญาตให้คุณพ่อคุณแม่ แสะคุณผู้อ่านผู้ติดตามอ่านจนจบทุกท่าน ได้ติดตามอ่านภาคที่ ๒ ของหนังสือเล่มนี้ต่อไป ทางชมรมนักคิด-นักเขียนเพื่อสันติภาพโสก จะเป็นผู้จัดพิมพ์ออกมาในโอกาสต่อไป โดยใช้ชื่อหนังสือว่า "สอนสั่งอย่างไร ให้เมืองไทยได้ผู้นำที่ดี"
 

 

 


จากหนังสือ   "เลี้ยงลูกอย่างไร ให้เมืองไทยได้เยาวชนดี"