เป็นหนึ่งไม่มีสอง

วันที่ 15 พย. พ.ศ.2560

เป็นหนึ่งไม่มีสอง

 

 

                      ในการศึกษาวิชชาธรรมกาย คุณยายสามารถตอบคําถามของพระเดชพระคุณหลวงปู่ได้ทุกคําถามเพราะท่านเอาใจใส่ในการทําวิชชาอยู่ตลอดเวลา หากมีใครว่าอะไรท่าน ท่านก็เฉยๆ ไม่ได้คิดโต้ตอบแต่อย่างใดและไม่นํามาใส่ใจ ท่านมีแต่ธรรมะและภารกิจของพระเดชพระคุณหลวงปู่อยู่ในใจ สิ่งที่ท่านกลัวมีเพียงอย่างเดียว คือกลัวพระเดชพระคุณหลวงปู่จะเรียกท่านว่า “ไอ้ขี้ไต้” ซึ่งเป็นคําที่พระเดชพระคุณหลวงปู่ใช้เรียกผู้ทําวิชชาที่ไม่สามารถตอบคําถามได้เพราะธรรมชาติของขี้ไต้จะต้องเขี่ยก่อนจึงติดไฟเปรียบเสมือนผู้ที่ไม่ใส่ใจทําวิชชาต้องให้คอยกระตุ้นเตือนอยู่เสมอ คุณยายไม่ชอบคํานี้และไม่อยากให้เกิดขึ้นกับตัวท่าน ท่านจึงหมั่นเพียรในธรรมปฏิบัติเพื่อให้สามารถตอบคําถามของพระเดชพระคุณหลวงปู่ได้และอย่าให้หลวงปู่รําพึงเรียกท่านว่าไอ้ขี้ไต้เท่านั้น

                   เมื่อถึงเวลาที่คุณยายต้องรับผิดชอบหน้าที่ในโรงงานทําวิชชา พอนั่งเข้าที่แล้วท่านจะเตรียมพร้อมในการตอบคําถามต่างๆ เพราะวิชชาธรรมกายนั้นต้องศึกษาด้วยการถามตอบ และจะต้องมีการส่งผลัดถ่ายทอดต่อกันไปว่า ผู้นี้ได้ทําวิชชาไปถึงจุดนี้แล้วให้ผู้ที่มารับหน้าที่ต่อได้นั่งเข้าที่มองตามไปว่ากลุ่มแรกทําวิชชาไปถึงตรงไหน พอญาณจรดกันได้กลุ่มแรกจึงจะสามารถถอนตัวออกมาเพื่อให้กลุ่มถัดไปรับช่วงต่อ

                   คุณยายเอาใจใส่ต่อการทําวิชชาธรรมกายมาก ท่านจึงจรดใจไว้ที่ศูนย์กลางกายอยู่ตลอดเวลาจนกระทั่งได้รับคําชมจากพระเดชพระคุณหลวงปู่วันหนึ่งหลังจากที่พระเดชพระคุณหลวงปู่ซักถามผู้ทําวิชชาในโรงงานทําวิชชาหลายๆ ท่านรวมทั้งคุณยายแล้ว ครู่หนึ่งท่านก็รําพึงขึ้นมาในท่ามกลางนักทําวิชชาทั้งหลายในที่นั้นว่า “ลูกจันทร์นี้เป็นหนึ่งไม่มีสอง” พระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ํากล่าวคํานี้ครั้งเดียวเท่านั้นแล้วก็นั่งนิ่ง หมายความว่าคุณยายของเราสู้ทําวิชชาอย่างเอาชีวิตเป็นเดิมพันโดยไม่คํานึงถึงสิ่งใดเลย ท่านมุ่งไปสู่ที่สุดเพียงอย่างเดียว คํานี้ไม่ใช่คําที่จะใช้เรียกกันได้ง่ายๆ แม้ดูผิวเผินอาจเป็นคําปกติธรรมดาของคนสามัญ แต่ในที่นี้เป็นคําที่มีความหมายลึกซึ้ง เพราะผู้พูดคือพระเดชพระคุณหลวงปู่ ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย และท่านก็พูดท่ามกลางผู้เชี่ยวชาญวิชชาธรรมกายที่อยู่ในโรงงาน ซึ่งเป็นนักรบแนวหน้าของกองทัพธรรมนั่นหมายความว่า ครูบาอาจารย์กําลังยกย่องศิษย์ในเรื่องความเอาใจใส่ศึกษาวิชชาธรรมกาย ซึ่งเป็นความเอาใจใส่ในระดับที่มหาปูชนียาจารย์อย่างท่านรับรอง แต่กว่าที่คุณยายจะได้รับเกียรติเช่นนี้จากพระเดชพระคุณหลวงปู่ก็ต้องผ่านการพิสูจน์กันอย่างยาวนาน

                    คุณยายรับฟังระคนกับความสงสัยว่า เพราะเหตุใดพระเดชพระคุณหลวงปู่จึงรําพึงขึ้นมาเช่นนั้นคํานี้จึงติดอยู่ในใจท่านมาตลอด แต่ก็ไม่ได้ทําให้ท่านหลงตัวเอง เพราะใจท่านไม่กระเพื่อมเลยสําหรับท่านแล้ว การได้รับคําชมจากครูบาอาจารย์เป็นเสมือนการได้รับมอบภารกิจอันยิ่งใหญ่ที่จะต้องรับผิดชอบด้วยความเสียสละทุ่มเททํางาน ทั้งงานหยาบภายนอกและงานละเอียดภายใน อย่างเอาชีวิตเป็นเดิมพันเช่นนี้ไปจนตลอดชีวิต และการที่คุณยายนํามาเล่าให้หลวงพ่อฟังนี้ก็มิใช่เป็นการโอ้อวดตนแต่เพื่อให้เป็นแบบอย่างในการศึกษาวิชชาธรรมกายว่าจะต้องเอาชีวิตเป็นเดิมพัน เพื่อมุ่งไปสู่ที่สุดแห่งธรรมดังเช่นท่านนั่นเอง