มืด ๘ ด้าน สว่าง ๘ ด้าน คุณกัญญ์ชญามาศ สารกิจ

วันที่ 06 กพ. พ.ศ.2561

พลังบุญธรรมจักร
มืด ๘ ด้าน สว่าง ๘ ด้าน

บุคคลตัวอย่าง, พลังบุญสวดธรรมจักร, ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร, ธรรมจักร,คุณกัญญ์ชญามาศ สารกิจ

คุณกัญญ์ชญามาศ สารกิจ
ขายของออนไลน์

      ก่อนหน้านี้ดิฉันทำอาชีพขายโทรศัพท์มือถือ ขายดีจนขึ้นชื่อในตลาด ทั้งลูกค้า ทั้งร้านค้าด้วยกันค่อนข้างรู้จักเจี๊ยบสมาร์ทโฟนรายได้เดือนหนึ่ง ๓๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ บาท ซื้อบ้านได้ ๒ หลัง ซื้อรถได้ ชีวิตค่อนข้างจะสุขสมบูรณ์ มีเวลาพาลูกไปเที่ยว ส่งลูกเรียนโรงเรียนเอกชน เลี้ยงแม่ให้สุขสบาย เลี้ยงลูกอย่างสุขสบายค่ะ

     อยู่มาวันหนึ่ง เจ้าของพื้นที่ที่ให้เช่าร้านโทรศัพท์มาบอกว่า “ไม่ให้ต่อสัญญาแล้วนะ”เราก็งง อยู่ดี ๆ ไม่ให้ต่อสัญญาเช่าทั้งที่ยังไม่ครบกำหนด เราถามเขาว่า “ทำไมหรือคะ” เขาตอบว่า “ไม่มีเหตุผล” เราเลยคิดว่า แล้วทำไมเราต้องอยู่กับคนที่ไม่มีความยุติธรรมและไม่มีเหตุผลด้วย เลิกก็เลิก เราถือว่าเรามีฝีมือ เราขายเก่ง อยู่ที่ไหนก็อยู่ได้ ไม่จำเป็นต้องง้อตรงนี้ก็ได้ แต่พอเลิกสัญญาปัญหามันมี เราซื้อบ้านหลังละ ๕ ล้านกว่าบาท ผ่อนเดือนละ ๓ หมื่นกว่าบาท ๓๐ ปี ตามสัญญาผ่อนบ้านผ่อนรถเดือนละหมื่นกว่าบาท เลี้ยงลูก ๒ คนส่งเรียนเอกชน ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเดือนละแสนกว่าบาท พอเราไม่มีร้าน รายได้ ๓๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ บาท ก็หายไปด้วยแล้วช่วงนั้นมาจับได้ว่าสามีมีกิ๊กอีก ชีวิตเริ่มมืดไปเรื่อย ๆ แต่ยังมีอีกที่หนึ่งที่เราไปเซ้งไว้ ก็หวังจะพึ่งตรงนั้น ซึ่งตอนนั้นให้เพื่อนขายของอยู่ พอเราไปถึงปรากฏว่าเพื่อนหนีไปเมืองนอกกุญแจร้านไม่อยู่ คนก็ไม่อยู่ ไม่สามารถทำอะไรได้เลย ตอนนั้นมืด ๘ ด้านจริง ๆ ตอนขับรถกลับบ้านร้องไห้เลย เวลาที่เราสวดมนต์นั่งสมาธิในห้องพระ เราจะคุยกับหลวงปู่หลวงพ่อ คุณยาย ว่าทำไมลูกถึงต้องเจอแบบนี้ ทั้งที่เราก็สร้างบุญสร้างบารมีมาตลอดแล้ววันหนึ่งทุกอย่างมันถาโถมเข้ามาทีเดียว

     ช่วงนั้นพอดีมีกระแสเรื่องการสวดมนต์จังหวะนั้นเรานึกถึงคำพูดของคุณยายและหลวงพ่อ ที่สอนให้นึกถึงบุญเยอะ ๆ เวลามีปัญหาให้เอาบุญมาช่วย ช่วงนั้นเราได้มาปกป้องวัด ปกป้องพระศาสนา ได้มาสวดธรรมจักรอย่างจริงจัง เราก็นึกถึงบุญนี้

       ในการสวดมนต์ทุกครั้ง เนื่องจากเราสวดด้วยความเคารพ  ด้วยความตั้งใจ ก็เริ่มมีช่องทางของรายได้เข้ามา เราเริ่มเห็นว่า จริง ๆแล้วเราไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านก็ได้ เพราะว่ายุคใหม่เป็นยุคออนไลน์ ทุกคนอยู่หน้าจอมือถือป้ายโฆษณาข้างทางหรือหน้าร้านไม่จำเป็นแล้ว เราก็เลยคิดว่าจะขายของออนไลน์ จึงเริ่มขายทั้งโทรศัพท์มือถือ รถยนต์มือสอง บ้าน ที่ดิน ทุกอย่างที่เป็นงานสุจริต เป็นช่องทางมาแห่งรายได้ เราทำหมดค่ะ และอยากจะบอกว่าขายดีกว่าตอนที่มีหน้าร้านเสียอีก เมื่อก่อนมีลูกค้าแค่เฉพาะในร้านโซนพระราม ๒ แต่ทุกวันนี้เรามีลูกค้าทั่วประเทศแล้วลูกค้าเชื่อใจเราด้วย ขายดีมาก ตอนนี้เราปลดหนี้ได้ภายใน ๑ ปี สัญญาซื้อบ้านที่ทำไว้ ๓๐ ปี แค่ ๑ ปีจ่ายหมดเรียบร้อย แล้วชีวิตก็ดีขึ้นทุกด้าน ทั้งการงาน การเงิน เรามีลูกค้าเยอะ เขาเชื่อใจเรา ซื้อแล้วเขาก็บอกต่อ ๆ กันไป บางทีเราบอกเขาว่าจะส่งของไปก่อนแล้วค่อยเก็บเงินปลายทางก็ได้ แต่ลูกค้าเชื่อใจเรา โอนเงินให้ก่อน แล้วอย่างสินค้ามือสองที่จริงแล้วเขาต้องดูของก่อนถึงจะกล้าจ่ายเงินแต่เขาเชื่อคำพูดเรา อะไรก็ง่ายไปหมดเลย

     ทุกครั้งที่เราสวดมนต์ เราจะมีความเคารพในบทสวด ตั้งใจสวด ไม่ว่าจะเป็นบทไหนก็ตาม โดยเฉพาะบทธรรมจักร เรานึกถึงองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า นึกว่าพระองค์กำลังสอนปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ นึกถึงเรื่องของอริยสัจความทุกข์ สาเหตุแห่งทุกข์ ความดับทุกข์ และหนทางสู่ความดับทุกข์ แล้วน้อมใจนำบทสวดมาไว้ที่ศูนย์กลางกายของเรา พยายามสวดบ่อย ๆ เมื่อก่อนเวลาว่างเรามักจะฮัมเพลงเป็นปกติ แต่ทุกวันนี้เราสวดบทธรรมจักรแทน วันหนึ่งอย่างน้อยเฉลี่ย ๔ จบ อย่างมาก ๒๕ จบ ที่สำคัญไม่ลืมอธิษฐานจิตทุกครั้งและอธิษฐานด้วยจิตที่นิ่งค่ะ ตั้งใจแน่วแน่ไปแก้ไขข้อบกพร่องของเรา เราขาดอะไรก็อธิษฐานไปเติมตรงนั้น การงานเราดีไหมการเงินเราเป็นอย่างไร ครอบครัวเป็นอย่างไรยังสุขสบายอยู่หรือเปล่า อบอุ่นดีไหม แล้วความรักเป็นอย่างไร อะไรที่เป็นข้อบกพร่องในชีวิตเรา เราสามารถอธิษฐานออกแบบชีวิตเราเองได้ แล้วก็สำเร็จทุกอย่างค่ะ ที่ตัวเราสวดธรรมจักรมา เราสัมผัสได้เลยว่าศักดิ์สิทธิ์มาก มีอานุภาพยิ่งใหญ่ไพศาลมาก อยากให้ทุกคนมาร่วมกันสวดเยอะ ๆ แล้วก็สวดด้วยความตั้งใจ ด้วยความเคารพ แล้วชีวิตจะดีขึ้นทุก ๆ ด้านค่ะ