ความฝันบอกเหตุ

วันที่ 09 มค. พ.ศ.2562

ความฝันบอกเหตุ

              พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสสอนไว้ว่า ความฝันของคนเราเกิดขึ้นได้เพราะเหตุ 4 ประการ คือ ธาตุวิปริต จิตนิวรณ์ เทพสังหรณ์ และบุพพนิมิตจากบุญและบาป บางครั้งเราไม่อาจทราบได้แน่ชัดว่าความฝันนั้นเกิดเพราะเหตุใดและหมายถึงอะไรการทํานายความฝันจึงเป็นวิธีหนึ่งซึ่งนิยมกระทํากันถ้าหากผู้ทํานายฝันนั้นเป็นผู้รู้แจ้งแทงตลอดในธรรมย่อมสามารถทํานายได้อย่างถูกต้องแม่นยํา ตรงไปตามความเป็นจริง ยกตัวอย่างเช่น ครั้งที่พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงพระสุบิน (ฝัน) แปลกประหลาดท่านได้เข้าหาผู้รู้ คือพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อกราบทูลให้พระองค์ทํานายความฝันให้ซึ่งพระองค์ก็ทรงอนุเคราะห์ให้ตามปรารถนา

               ในช่วงที่เป็นนักศึกษาและเรียนธรรมะอยู่กับคุณยาย หลวงพ่อเคยมีความฝันแปลกประหลาดที่ยังจําติดตาได้จนถึงทุกวันนี้ตามปกติเมื่อหลับแล้วหลวงพ่อมักจะไม่ฝัน แต่วันหนึ่ง หลังจากนั่งสมาธิเสร็จแล้วเข้านอน หลวงพ่อฝันไปว่าเห็นถนนเส้นหนึ่ง ซึ่งยาวไกลมาก ไม่รู้ว่าสิ้นสุดที่ไหน ปลายถนนอันไกลลิบนั้นมีความสว่างเจิดจ้าปรากฏอยู่ แล้วหลวงพ่อก็เห็นพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ํามายืนลอยๆ อยู่ด้านซ้ายมือ ท่านเรียกชื่อเดิมสมัยเป็นคฤหัสถ์ของหลวงพ่อแล้วบอกให้เดินไปบนถนน หลวงพ่อจึงออกเดินตามที่ท่านสั่ง แล้วก็พบว่าถนนสายนั้นเต็มไปด้วยเศษแก้วแตกปูเรียงแน่นไปหมดตลอดทั้งสายหลวงปู่กําชับให้หลวงพ่อเดินไปเรื่อยๆ ด้วยความเคารพเทิดทูนที่มีต่อท่าน หลวงพ่อจึงก้าวเดินออกไปด้วยเท้าเปล่า รู้สึกราวกับว่าเดินไปบนลูกรังซึ่งมีคมกดเข้าไปในฝ่าเท้า แต่ไม่สามารถทิ่มตําทะลุผิวหนังเข้าไปได้หลวงปู่คอยให้กําลังใจหลวงพ่ออยู่ข้างๆบอกว่าให้เดินไปเรื่อยๆ หลวงพ่อจําต้องเดินกระย่องกระแย่งไปจนถึงปลายทาง

               เมื่อเดินไปจนสุดทางแล้ว หลวงพ่อได้พบกับชายหาดที่ลาดลงสู่ทะเลกว้างใหญ่มองไม่เห็นฝั่งหลวงปู่สั่งให้เดินต่อไปอีก หลวงพ่อจึงเดินฝ่าชายหาดอันร้อนระอุจนไปถึงริมทะเล เมื่อก้าวลงไปในน้ําปรากฏว่าเท้าไม่จมลงไป แต่สามารถเดินอยู่บนผิวน้ําได้หลวงพ่อจึงเดินต่อไปโดยมีหลวงปู่เดินลอยๆ อยู่เคียงข้าง คอยกําชับให้มุ่งหน้าเดินต่อไปเรื่อยๆหลวงพ่อเดินไปไกลจนถึงที่แห่งหนึ่งกลางทะเลหลวงปู่บอกหลวงพ่อว่า “ตรงนี้เป็นกลางทะเล หยุดอยู่ตรงนี้ แล้วปักหลักลงไป” หลวงพ่อฟังแล้วก็นึกในใจ ว่าจะเอาหลักมาจากไหน พอนึกว่าจะปักหลักก็มีเสาใหญ่มาจากไหนไม่ทราบปักลงไปจนถึงก้นทะเลลึก ในฝันนั้นท่านบอกหลวงพ่อว่านี่เป็นศูนย์กลางของทะเล และบอกให้ปักหลักหลายๆ อันหลวงพ่อก็ไม่ขัดคําสั่ง แล้วหลักก็เกิดขึ้นตามมาอีกมากมาย ท่านเรียกชื่อเดิมของหลวงพ่ออีก แล้วบอกว่าให้คอยอยู่ตรงนี้จากนั้นท่านก็เดินบนผิวน้ําออกไปไกลจรดขอบฟ้า ไม่นานนักหลวงพ่อก็ได้ยินเสียงท่านประกาศก้องให้สัตว์ในน้ำมารวมกัน “มาที่เสาหลักอย่าไปตรงโน้นเพราะเป็นทางของมาร” (ในฝันหลวงปู่ไม่ได้ใช้คําว่า “มาร” แต่ท่านใช้อีกคําที่เป็นภาษาของท่าน) น่าอัศจรรย์ว่าหลวงปู่อยู่ไกลสุดขอบฟ้า แต่เสียงของท่านก้องมาจนถึงจุดที่หลวงพ่อยืนอยู่ได้ว่าแล้วท่านก็หายไป เหลือเพียงสัตว์น้ำจํานวนมหาศาลที่แห่กันมาอย่างโกลาหล ทั้งปลาเล็ก ปลาใหญ่ และสัตว์น้ำนานาชนิด เมื่อมาถึงเสาหลักแล้วจึงกลายร่างเป็นมนุษย์มีอยู่บางตัวเท่านั้นที่มาถึงแล้วว่ายกลับไปในสภาพที่เป็นปลาเหมือนเดิม ฝันถึงตรงนี้แล้วหลวงพ่อก็ตื่นขึ้นทันที

              เมื่อตื่นขึ้นแล้ว หลวงพ่อไม่ค่อยเข้าใจนักว่าความฝันนี้หมายถึงอะไร จึงตัดสินใจว่าต้องไปกราบขอคําปรึกษาจากท่านผู้รู้ซึ่งมีเพียงคุณยายเท่านั้นที่หลวงพ่อคุ้นเคยมากที่สุด เมื่อไปพบคุณยายแล้วหลวงพ่อได้เล่าความฝันให้ท่านฟัง พอเล่าจบคุณยายจึงหลับตาทําสมาธิทันทีโดยไม่ได้ว่ากล่าวหรือตําหนิว่าเป็นเรื่องไร้สาระแต่อย่างใด คราวนี้ท่านนั่งหลับตานานกว่าทุกครั้ง ถ้าเป็นฝันอื่นๆ ท่านจะหลับตาประมาณ 5 นาทีแต่ครั้งนี้ท่านทําสมาธินานเป็นพิเศษประมาณ 10 นาทีจากนั้นจึงพูดทั้งๆ ที่หลับตาราวกับกําลังมองเห็นอะไรอยู่ภายในว่า “ต่อไปคุณจะต้องไปปักหลักสอนธรรมะ แต่ไม่ใช่ตอนนี้ คุณต้องไปปักหลักสอนธรรมะในอนาคตเส้นทางที่คุณจะเดินทางไปเพื่อทําให้เกิดขึ้นก็จะเต็มไปด้วยอุปสรรคมากมาย แต่คุณจะเดินไปได้เพราะมีหลวงพ่อวัดปากน้ําดูแลอยู่ จนกระทั่งหมดอุปสรรคที่เป็นของแหลมคมคอยทิ่มตํา ซึ่งตําอย่างไรก็ไม่เข้าคุณจะต้องเดินทางต่อไป ที่คุณเดินไปบนผิวน้ํา เพราะน้ำคือกาม ปกติแล้วชาวโลกทั่วไปจะติดกาม มักจะครองเรือนกัน ทุกคนลงน้ำแล้วจะจม ส่วนคุณจะไม่ได้ครองเรือนเพราะเดินอยู่บนผิวน้ําโดยมีหลวงพ่อวัดปากน้ํา คอยประคับประคองไปจนกระทั่งถึงกลางทะเล คือสถานที่แห่งการเผยแผ่พระพุทธศาสนาวิชชาธรรมกาย หลักที่ปักลงไปคือการสร้างสถานที่ขึ้นมา ถึงจะมีอุปสรรคอย่างไรก็จะสําเร็จหลักที่ปักลงไปกลางทะเลนั้นปักอย่างมั่นคง เป็นทะเลแห่งความรู้ ปักไปถึงก้นทะเล แปลว่าคุณจะเข้าถึงและแทงตลอดในธรรมคือวิชชาธรรมกายแล้วหลวงพ่อวัดปากน้ําก็จะช่วยตามมนุษย์ผู้มีบุญแต่ยังมีกิเลสอยู่ เปรียบได้กับสัตว์น้ําทั้งหลายที่ตกอยู่ในห้วงแห่งกามอย่างชาวโลก ให้มาที่เสาหลักคือสถานที่เผยแผ่ธรรมที่คุณสร้างขึ้น ปลาที่กลายเป็นมนุษย์ หมายความว่าคนเหล่านั้นเมื่อมาถึงแล้วจะมีจิตใจสูงขึ้น พ้นจากความรู้สึกทั่วไปแบบชาวโลกจะมีอีกส่วนหนึ่งที่มาถึงแล้วก็ผ่านไป คือกลับไปอยู่ในห้วงกามเหมือนเดิม”

               ประมาณหนึ่งปีถัดมา หลังจากที่หลวงพ่อฝันว่าได้ปักหลักลงกลางทะเลแล้ว มีอยู่วันหนึ่งหลวงพ่อได้ฝันแปลกประหลาดอีกครั้ง คืนวันนั้นหลวงพ่อหลับอยู่ในอู่แห่งทะเลบุญตามคําสอนของคุณยาย พอถึงเวลาใกล้รุ่งได้ฝันว่าเข้าไปอยู่ในบ้านใหญ่หลังหนึ่ง ภายในบ้านมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่คล้ายพระประธานในโบสถ์ท่านเรียกชื่อเดิมของหลวงพ่อ แล้วบอกให้ไปยืนรอที่หน้าต่างเพื่อดูอะไรบางอย่าง หลวงพ่อทําตามที่ท่านบอก เมื่อไปถึงแล้วจึงแหงนมองท้องฟ้าภายนอกหน้าต่าง ปรากฏว่ามีดวงดาวทั้งขนาดเล็กและใหญ่มารวมตัวกันอยู่เต็มท้องฟ้า พระพุทธรูปได้กล่าวขึ้นว่า ให้ไปเอาขันมาหนึ่งใบ พอหลวงพ่อหันหลังกลับไปก็ปรากฏว่ามีขันขนาดใหญ่กว่าบาตรพระใบหนึ่งเกิดขึ้นในมืหลวงพ่อจึงนําขันใบนั้นไปวางไว้บนโต๊ะด้านหน้าของพระพุทธรูป พระพุทธรูปบอกอีกว่า ให้ไปเชิญดวงดาวบนท้องฟ้าลงมาอยู่ในขัน หลวงพ่อก็รับคําแล้วปฏิบัติตาม โดยเดินกลับไปที่บานหน้าต่าง แล้วกล่าวเชื้อเชิญดวงดาวทั้งหลายบนท้องฟ้าให้ลงมาอยู่ในขัน จากนั้นเหล่าดวงดาวที่แน่นขนัดอยู่บนท้องฟ้าก็ลอยผ่านเข้ามาทางหน้าต่างแล้วพากันลงมาอยู่ในขันเมื่อมาถึงแล้ว ต่างกลายสภาพเป็นพระบรมสารีริกธาตุต่อหน้าพระพุทธรูปองค์นั้น มีเพียงบางดวงเท่านั้นที่เข้ามาแล้วลอยกลับออกไป หลวงพ่อมองตามว่าลอยไปที่ใด ก็เห็นว่าลอยผ่านหน้าต่างออกไปจนถึงถนนแล้วตกลงไปในแอ่งน้ําข้างถนนนั้น เมื่อตกลงไปแล้วกลับกลายเป็นกุ้ง หอย ปูปลา เห็นดังนี้แล้วจึงหันกลับมามองในขันอีกครั้ง ปรากฏว่าดวงดาวที่เปลี่ยนเป็นพระบรมสารีริกธาตุได้กลายสภาพเป็นพระของขวัญทั้งหมด หลวงพ่อรู้สึกอัศจรรย์ใจแล้วพลันตื่นขึ้น ในวันนั้นจึงรีบไปหาคุณยายเหมือนอย่างเคย

               เมื่อพบคุณยายแล้วหลวงพ่อได้กราบเรียนท่านถึงความฝัน ท่านรับฟังหลวงพ่อด้วยความสงบนิ่งเป็นปกติแล้วนั่งหลับตานานเกือบ 10 นาทีสักพักท่านก็พูดขึ้นทั้งๆ ที่หลับตาอยู่ว่า “ดาวบนท้องฟ้า หมายถึง ผู้มีบุญ มีบารมี มีลาภ ยศ สรรเสริญ เป็นคนที่มีบุญ มีวาสนา จากนานาชาติ จะเดินทางมายังบ้านหลังใหญ่ ซึ่งหมายถึงสถานที่ปฏิบัติธรรมขนาดใหญ่ที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต ส่วนพระพุทธรูปที่พูดได้ ก็คือพระธรรมกายภายในตัว ผู้มีบุญที่เปรียบได้กับดวงดาว เมื่อลอยมาอยู่ในขันแล้วแปรสภาพเป็นพระบรมสารีริกธาตุ หมายถึงเขาเหล่านั้นจะได้บรรลุธรรมด้วยการทําตามคําสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่ดาวบางดวงที่ลอยกลับออกไป ก็คือคนที่มาถึงสถานที่ปฏิบัติธรรมแห่งนี้แล้วจากไปเพื่อคลุกคลีอยู่กับชีวิตทางโลก โดยตกลงไปในแอ่งน้ำซึ่งหมายถึงกาม คือการแสวงหาในเรื่องของทรัพย์และเสพสุขตามอย่างชาวโลกทั่วไป ทําให้จิตใจตกต่ำลงกว่าเดิม เปรียบได้กับสัตว์เล็กอย่างกุ้ง หอย ปู ปลา ส่วนการที่พระบรมสารีริกธาตุในขันเปลี่ยนเป็นพระของขวัญนั้นหมายความว่า ในเบื้องต้น ผู้มีบุญที่มาถึงจะเข้าใจคําสอนเพื่อการบรรลุมรรคผลก่อนต่อมาเมื่ออยู่นานวันเข้าก็จะเข้าใจเรื่องการปราบมารด้วยวิชชาธรรมกายเพื่อมุ่งไปสู่ที่สุดแห่งธรรมเรื่องทั้งหมดจะยังไม่เกิดขึ้นในเวลานี้ แต่จะเกิดขึ้นในอนาคต”

              มาถึงทุกวันนี้แล้ว หลวงพ่อรู้สึกอัศจรรย์ใจในคําทํานายฝันของคุณยาย เพราะท่านเป็นผู้ไม่รู้หนังสือ อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้หมดสิทธิ์ที่จะอ่านหนังสือทํานายความฝันเหมือนคนอื่นๆ คําทํานายของท่านแม่นยํามาก เพราะก่อนบวชนั้น หลวงพ่อเรียนธรรมะอย่างมีความสุข แต่เมื่อบวชแล้วก็ต้องเผชิญกับมาร คืออุปสรรคมากมายหลากหลายรูปแบบได้แต่คิดว่า ขนาดพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้ายังต้องผจญมาร เราเป็นศิษย์ของพระองค์ก็ต้องโดนเบียดเบียนบ้างเป็นธรรมดา เมื่อสร้างวัดพระธรรมกายได้แล้ว ก็มีศิษยานุศิษย์จํานวนมาก จากทุกสารทิศทั้งภายในและต่างประเทศ มาร่วมประพฤติปฏิบัติธรรมกัน ทุกคนล้วนมีโอกาสในการสั่งสมบุญบารมียิ่งๆ ขึ้นไป จะมีอยู่บ้างที่ศึกษาในระดับหนึ่งแล้วเกิดเปลี่ยนใจ ได้ละทิ้งหนทางการสร้างบารมีกลับไปใช้ชีวิตทางโลกเหมือนคนทั่วไปอย่างเดิม อย่างไรก็ตามการทํานายฝันของคุณยายในครั้งนั้น ทําให้หลวงพ่อได้เตรียมตัวเตรียมใจแล้วว่าจะต้องมาสร้างวัดใหม่เพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนาและวิชชาธรรมกายต่อไป โดยต้องเหน็ดเหนื่อยฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการ

 

**บทความ แนะนำ/เกี่ยวข้อง

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร