แค่สวดมนต์จะพ้นได้อย่างไร

วันที่ 22 กพ. พ.ศ.2562

แค่สวดมนต์จะพ้นได้อย่างไร

แค่สวดมนต์จะพ้นได้อย่างไร

       การ "สวด'' เป็นกิริยาการท่องที่เป็นทำนอง เป็นจังหวะ

       ส่วน ''มนต์" คือคำสอนของพระทุทธเจ้า ที่ได้เรียบเรียงเป็นภาษาสำหรับสวดหรือสาธยาย เป็นพระสูตรบ้าง คาถาบ้าง

       "มนต์" หรือ "คาถา" มีความเป็นมาจากการที่พระพุทธเจ้าแสดงธรรมแก่พุทธบริษัท ตรัสเป็นสุภาษิตบ้าง พระสูตรบ้าง เมื่อนำมาสวดหรือสาธยาย

       จึงเรียกว่า "การสวดมนต์"

       การสวดมนต์จึงเป็นการสรรเสริญคุณและทบทวนคำสอนของพระทุทธเจ้า ผู้สวดย่อมเกิดความสุขและได้ความสบายใจ ในขณะกำลังสวดมนต์เราก็น้อมใจตามบทสวด และได้พิจารณาความหมาย ย่อมเกิดความเข้าใจธรรมะในบทสวด

       เมื่อนั้น ใจย่อมเกิดปีติปราโมทย์ เมื่อใจเกิดปีติแล้ว กายย่อมสงบ ผู้มีกายสงบย่อมเกิดความสุข เมื่อมีความสุขทางใจ จิตย่อมตั้งมั่นเป็นสมาธิ เป็นหนทางแห่งการหลุดพ้นได้เช่นกัน กิเลส ทั้งหลายย่อมสงบระงับไป ดังที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในวิมุตติสูตรว่า
 

"การฟังธรรม การแสดงธรรม
การสวดสาธยายมนต์
การตรึกตรองใคร่ครวญธรรม
และสมาธิภาวนา ทั้ง ๕ ประการนี้
เป็นสาเหตุแห่งความหลุดพ้น"


       ชาวพุทธในยุคก่อน อาศัยการฟังธรรมจากพระทุทธเจ้าและพระอริยสาวก ย่อมหลุดพ้นจากความทุกข์ทางใจได้ เช่น นางปฏาจารา ผู้สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างในวันเดียว ทั้งพ่อแม่ ลูก และสามี บ่นเพ้อเหมือนคนเสียสติ พอได้ฟังธรรมะจากพระทุทธเจ้า ก็มีสติเกิดปัญญารู้แจ้งธรรมในทันที

       การแสดงธรรม การสวดมนต์หรือการพิจารณาธรรมด้วย โยนิโสมนสิการ (ด้วยจิตอันสงบ คิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ) ย่อมเป็นเหตุให้เกิดการบรรลุธรรมทั้งนั้น เพราะในขณะนั้น ผู้สวดส่งจิตน้อมตามบทสวด จิตสงบเป็นสมาธิ เกิดความสุขได้เช่นกัน

       แต่คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าการบรรลุธรรมมีวิธีเดียวเท่านั้น คือ การภาวนาหรือนั่งสมาธิ

       การสวดมนต์ภาวนาเป็นการเจริญอานาปานสติควบคู่ไปด้วย เป็นการฝึกลมหายใจให้ยาวและลึก ช่วยให้ได้รับพลังหรือออกซิเจนเวลาหายใจเข้า

       ขณะที่สวดเปล่งเสียงออก เป็นการขจัดคาร์บอนไดออกไซค์ หรือมลพิษออกจากตัว

       ยิ่งสวดได้นานและเป็นจังหวะเท่าไร ก็ยิ่งสามารถขับมลพิษออกไปได้มากเท่านั้น เรียกว่า เป็นการออก      กำลังภายใน และช่วยให้จิตใจแน่วแน่มั่นคง มีความสงบสุข 

       นี้คือผลแห่งการทำวัตรสวดมนต์อย่างรู้ความหมาย การสวดมนต์ย่อมส่งผลไกลถึงความหลุดพ้น อันเป็นเป้าหมายสูงสุดของพุทธศาสนา และเกิดการเปลี่ยนแปลงต่อวิถีชีวิต และมีอานุภาพในการป้องกันรักษา ผู้รู้ทั้งหลายจึงได้ทำวัตรสวดมนต์มามิได้ขาด ทำเป็นประจำทุกวันทุกเช้า-เย็น จนกลายเป็นความเคยชิน

       จึงเรียกว่า ''การทำวัตรสวดมนต์''

       เมื่อทำได้ตามที่กล่าวมาทั้งสวดมนต์และภาวนา เราจึงจะพ้นจากภัยได้จริง ทั้งภัยในชาตินี้และภัยในชาติหน้า สามารถรอดพ้นปัญหาและอุปสรรคทั้งหลาย

       และหลุดพ้นจากความเกิดแก่เจ็บตายได้จริง