รสชาติแห่งชัยชนะ

วันที่ 02 เมย. พ.ศ.2547

รสชาติแห่งชัยชนะ

.....ความอดทนตามตำราเขาหมายถึง การรักษาปกติภาวะของตนไว้ได้ ไม่ว่าจะถูกกระทบกระทั่งด้วยสิ่งอันเป็นที่พึงปรารถนาหรือไม่พึงปรารถนาก็ตาม ผู้หลักผู้ใหญ่ท่านย้ำเตือนเราบ่อยๆ ให้เราหนักแน่นเหมือนแผ่นดิน เพราะแผ่นดินไม่เคยหวั่นไหวกับอะไรทั้งสิ้น ไม่ว่าคนเขาจะเทสิ่งของอะไร จะเหม็นหรือหอมก็ตาม จะสกปรกหรือดีงามแผ่นดินก็รับได้และก็ไม่ได้แสดงความรังเกียจหรือชื่นชอบออกมาให้ใครเห็น

.....เมื่อกล่าวถึงความอดทนผมนึกถึงความเข้มแข็งแว๊บเข้ามาในใจ ปกติแล้วเรามักจะชื่นชมยินดีกับผู้ที่เข้มแข็ง เราเคยมองผู้ที่เข้มแข็งคือผู้ที่ประสบความสำเร็จ อีกแว๊บหนึ่งในชีวิตหลายคนคงเคยคิดเหมือนกันว่า ผู้เข้มแข็งเขาผิดพลาดกันได้อย่างไร ผมว่ามันเป็นประกายความคิดที่ไม่เข้าท่าที่คิดเช่นนั้น และหนึ่งในความไม่เข้าท่านั้นมันรวมผมเขาไปเสียด้วยสิครับ ซึ่งผมก็แอบเก็บเจ้าคำถามนั้นเอาไว้ในใจ อยู่มาวันหนึ่งผมได้คำตอบจากข้อเขียนของ ธีโอดอร์ โรสเวลท์ มันเป็นกระดาษหนึ่งแผ่นทีเขียนคำตอบให้ผมจากคำถามที่ผมเก็บมันไว้โดยไม่ได้บอกที่มาที่ไปว่า ธีโอดอร์ โรสเวลท์ คือใคร แต่อย่าเพิ่งสงสัยหรือสนใจเรื่องอื่นเลยครับ ตามมาดูคำตอบที่โดนใจผมเข้าให้แล้วจะดีกว่า

.....เขาขึ้นต้นหัวเรื่องว่า “คุณเข้มแข็งพอที่จะรับมือกับการวิจารณ์หรือไม่” คำตอบของเขาก็คือ ไม่ใช่นักวิจารณ์ หรือใครอื่นที่จะมาคอยบอกว่าผู้เข้มแข็งผิดพลาดได้อย่างไร หรือคอยบอกว่า คนที่กระทำการใดๆ ควรจะทำการนั้นให้ดีขึ้น คนที่มีสิทธิ์จะพูดเช่นนี้ คือคนที่อยู่ในเหตุการณ์จริง ใบหน้าที่เปื้อนฝุ่น หยาดเหงื่อ และรอยเลือด ของผู้ซึ่งต่อสู้อย่างหาญกล้า ผู้ซึ่งทำผิดพลาดและล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะไม่มีความพยายามใดที่ไม่มีวันผิดพลาดและล้มเหลว คนประเภทนี้จะเสียสละอย่างใหญ่หลวงและเป็นผู้ที่อุทิศตนให้กับงานที่มีคุณค่า และเขาย่อมตระหนักดีว่าผลที่ออกมาคือชัยชนะอันยิ่งใหญ่ และถ้ามันจะเลวร้ายคือเขาพลาดในขณะที่กล้าหาญอย่างที่สุดแล้ว เขาจะไม่มีวันตกต่ำจนเทียบได้กับคนที่อยู่เฉยและเย็นชา ซึ่งไม่มีวันรู้รสชาติของชัยชนะหรือความพ่ายแพ้

.....ความอดทนจนกลายเป็นคนเข้มแข็งในกิจกรรมต่างๆ นานาที่จะนำเราไปสู่ความสำเร็จ กำลังรอการพิสูจน์จากคนจริงที่จะมุ่งไปข้างหน้าอย่างไม่ถอยหลัง เป็นคนกล้าที่จะฟันฝ่าอุปสรรคทั้งปวงแม้เป็นขวากหนามอันแหลมคม ผู้ที่ยอมผิดพลาดครั้งแล้วซ้ำอีกเพื่อที่จะได้มาซึ่งงานอันทรงคุณค่าในชีวิต หากเราปรารถนาจะอยู่เฉยๆอยู่อย่างสบายไม่ยอมขนขวายสิ่งใหม่ใส่ตัว คิดแต่จะรอโอกาสและเวลา แล้วเมื่อไหร่กันล่ะจะรู้กันเสียทีว่า ชัยชนะและความพ่ายแพ้นั้นรสชาติเป็นอย่างไร

นายตั้ม