ความมั่นคงของรัฐขึ้นกับความเคารพ

วันที่ 07 สค. พ.ศ.2562

ความมั่นคงของรัฐขึ้นกับความเคารพ

          วัชชีแคว้นเล็กที่แกร่งด้วยความเคารพ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสถึงเรื่องความมั่นคงของรัฐผูกอยู่กับ
ความเคารพไว้ในวัสสการสูตร*1 ดังนี้

ในสมัยโบราณ ณ ริมฝั่งแม่น้ำคงคา มีหมู่บ้านแห่งหนึ่งชื่อปัฏฏนคาม ดินแดนของหมู่บ้านแห่งนี้ในส่วนที่อยู่ติดแม่น้ำคงคาประมาณ ๘ โยชน์ เป็นของพระเจ้าอชาตศัตรู และอีกประมาณ ๘ โยชน์ เป็นของพระเจ้าลิจฉวี
 

ในหม่บู้านมีคันธชาติ คือ ไม้หอมที่มีค่ามาก ไหลมาจากเชิงเขาปีละครั้ง เมื่อพระเจ้าอชาตศัตรูทรงทราบก็ตระเตรียมข้าราชบริพารไปเก็บกัน ครั้นไปถึงสถานที่นั้น ปรากฏว่าคณะของพระเจ้าลิจฉวีเก็บคันธชาติไปก่อนแล้วทุกปี

พระเจ้าอชาตศัตรูจึงทรงพิโรธมาก ทรงดำริว่าจะต้องประหัตประหารคณะเจ้าลิจฉวีให้ราบคาบ เพื่อที่จะสร้างความมั่นพระทัยว่า การประหัตประหารเพียงครั้งเดียวก็สัมฤทธิผล จึงจำเป็นต้องมีการปรึกษากับบัณฑิตเสียก่อน เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด
 

ท้าวเธอจึงส่งวัสสการพราหมณ์ไปทูลขอคำแนะนำจากพระผู้มีพระภาคเจ้า เหตุที่ท้าวเธอไม่เสด็จไปเองก็เพราะพระพุทธองค์ทรงนิ่งเฉย
 

ขณะที่วัสสการพราหมณ์เข้าไปกราบทูลถึงพระประสงค์ของพระเจ้าอชาตศัตรู ท่านพระอานนท์ยืนถวายงานพัดพระผู้มีพระภาคเจ้า ณ เบื้องพระปฤษฎางค์ พระพุทธองค์จึงตรัสถามพระอานนท์เกี่ยวกับความเคารพธรรมว่า
 

ชาววัชชียังใส่ใจประพฤติปฏิบัติอปริหานิยธรรม ๗ ประการ ของชาววัชชีตามที่พระองค์ได้เคยเทศนาไว้หรือไม่ ก็ได้รับการยืนยันจากพระอานนท์ว่า ตนก็ได้สดับมาเช่นนั้นด้วย ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ คือ
๑. ชาววัชชีหมั่นประชุมกันเนืองนิตย์
๒. ชาววัชชีเมื่อประชุม ก็พร้อมเพรียงกันประชุม เมื่อเลิกประชุมก็เลิกประชุมพร้อมเพรียงกัน

๓. ชาววัชชีไม่บัญญัติสิ่งที่ยังไม่ได้บัญญัติ ไม่เพิกถอนสิ่งที่บัญญัติไว้แล้ว ประพฤติมั่นอยู่ในธรรมของชาววัชชีตามที่บัญญัติไว้ในกาลก่อน
๔. ชาววัชชียังสักการะ เคารพ นับถือ บูชาชาววัชชีผู้ใหญ่ และย่อมสำคัญถ้อยคำของท่านเหล่านั้นว่า เป็นถ้อยคำอันตนพึงเชื่อฟัง
๕. ชาววัชชีไม่ข่มขืนบังคับปกครองหญิงในสกุล
๖. ชาววัชชียังคงสักการะ เคารพ นับถือ บูชา เจดียสถานของชาววัชชีทั้งภายในและภายนอก และไม่ลบล้างพลีกรรมอันชอบธรรมทั้งภายในและภายนอก ซึ่งเคยให้ทำแก่เจดียสถานเหล่านั้น
๗. ชาววัชชีถวายความอารักขา ความคุ้มครอง ป้องกันอันชอบธรรมในพระอรหันต์ทั้งหลายเป็นอย่างดี ด้วยหวังว่า ไฉนพระอรหันต์ทั้งหลายที่ยังไม่มา พึงมาสู่แว่นแคว้น และที่มาอยู่แล้ว พึงอยู่เป็นสุข

 

จากการประพฤติปฏิบัติของชาววัชชีทั้ง ๗ ข้อนี้ พระพุทธองค์ ทรงสรรเสริญว่า ชาววัชชีพึงหวังความเจริญได้แน่นอน ไม่พึงหวังความเสื่อมเลย
 

ครั้นแล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสกับวัสสการพราหมณ์ว่า สมัยหนึ่งเราอยู่ ณ สารันททเจดีย์ใกล้พระนครเวสาลี ณ ที่นั้นเราได้แสดงอปริหานิยธรรม ๗ ประการนี้ แก่ชาววัชชี

ดูก่อนพราหมณ์ อปริหานิยธรรม ๗ ประการนี้ ตราบที่พวกเจ้าวัชชียังประพฤติปฏิบัติใส่ใจเพียงใด ชาววัชชีพึงหวังความเจริญได้แน่นอน ไม่พึงหวังความเสื่อมเลยเพียงนั้น
 

วัสสการพราหมณ์กราบทูลพระพุทธองค์ว่า ชาววัชชีประกอบด้วยอปริหานิยธรรมแม้เพียงประการใดประการหนึ่ง ก็พึงหวังความเจริญได้แน่นอน ไม่พึงหวังความเสื่อมเลย จะกล่าวไยถึงชาววัชชีผู้ประกอบอปริหานิยธรรมครบทั้ง ๗ ประการเล่า
 

อนึ่ง อันพระเจ้าแผ่นดินมคธพระนามว่า อชาตศัตรูเวเทหิบุตร ไม่พึงทำการต่อยุทธด้วยได้ เว้นเสียจากการเกลี้ยกล่อม เว้นเสียจากการยุยงให้แตกกัน ครั้นแล้ว วัสสการพราหมณ์จึงกราบลาพระพุทธองค์ไปพร้อมด้วยชื่นชมอนุโมทนาภาษิตของพระผู้มีพระภาคเจ้า

ทำไมเคารพในอปริหานิยธรรมจึงทำให้รัฐมั่นคง ?
 

เคารพในอปริหานิยธรรมทำให้รัฐมั่นคง เพราะว่าเมื่อทุกฝ่ายเคารพตามที่พระองค์ตรัสไว้ดีแล้ว ทั้งบ้านเมืองย่อมมีแต่การสร้างสรรค์ ไม่มีการบ่อนทำลาย ไม่มีการจับผิด ในทางตรงข้าม หากที่ประชุมใดก็ตาม ถ้ามีแต่การงัดข้อกัน ด่ากัน นั่นคือความหายนะ
 

เพราะไม่ได้มีสภาไว้เพื่อความมั่นคง แม้จะเขียนป้ายอย่างดีว่าสภาแต่ว่าก็มีไว้เพื่อจับผิด ใส่ร้ายป้ายสีกัน ทำลายล้างกันเท่านั้น สภาที่จะสร้างความมั่นคงให้บ้านเมืองได้จริงจะต้องมีความเคารพซึ่งกันและกัน ตั้งแต่ผู้นำก็ต้องประพฤติให้น่าเคารพ คณะรัฐบาลก็ต้องประพฤติตนให้เป็นคณะบุคคลที่น่าเคารพ ฝ่ายค้านไม่
ต้องมีก็ได้ มีแต่ฝ่ายเดียวกันที่มาช่วยกันทำงานก็พอ ประชาชนก็ต้องประพฤติตนให้เป็นที่น่าเกรงใจด้วย
สภาที่ดี*2 จึงต้องคัดคนดีมารวมกัน แต่ถ้ามารวมกันแล้วไม่ให้ความเคารพกัน ความดีก็ไม่สามารถกลั่นออกมาได้

แล้วทำไมจึงได้คนในสภาที่มีแต่ก่อวิวาทะกัน ก็แสดงว่าความสามารถคัดกรองคนเข้าสภาของประชาชนยังดีไม่พอ ในสภาจึงกลายเป็นสถานที่รวมกันด้วยผลประโยชน์ ไม่ได้รวมกันด้วยคุณธรรม คือความเคารพ แต่หากรวมกันด้วยความเคารพได้เมื่อไร ก็จะเป็นสภาที่ดีได้เมื่อนั้น ซึ่งนั่นย่อมหมายความว่า ประชาชนทั้งประเทศก็จะต้องเคารพธรรม ฝึกตนให้เป็นนักสร้างบุญสร้างบารมีด้วย แล้วเมื่อนั้นประเทศชาติย่อมจะเจริญได้สมใจ
 

“ในที่ประชุมใดไม่มีสัตบุรุษ ที่ประชุมนั้นไม่ชื่อว่าสภา
ชนเหล่าใดไม่พูดเป็นธรรม ชนเหล่านั้นไม่ชื่อว่าเป็นสัตบุรุษ”

 

สภาที่จะสร้างความมั่นคงให้บ้านเมืองได้ ต้องคัดคนดีมารวมกัน และมีความเคารพซึ่งกันและกัน ความดีจึงจะกลั่นออกมาได้

จากหนังสือ ที่สุดแห่งธรรม ถึงได้ด้วยความเคารพ1
โดยคุณครูไม่เล็ก

*1 ๑๑ องฺ.สตฺตก. วัสสการสูตร (ไทย) ๓๗/๒๐/๕๓

*2 ๑๒ ขุ.ชา. มหาสุตโสมชาดกที่ ๕ (ไทย) ๖๒/๖๓๘