กรณีศึกษาวิบากแห่งการเคารพหรือไม่เคารพในพระพุทธองค์

วันที่ 17 มค. พ.ศ.2563

กรณีศึกษาวิบากแห่งการเคารพหรือไม่เคารพในพระพุทธองค์

                    อนึ่ง สำหรับบุคคลที่มีโอกาสสร้างบุญกุศลกับพระพุทธเจ้า หรือพระปัจเจกพุทธเจ้าก็ตาม วิบากแห่งกุศลกรรมนั้นจะยิ่งใหญ่สุดจะนับจะประมาณชนิดที่เรียกว่า “เหลือเชื่อ” ทีเดียว ในทางกลับกันบุคคลที่ก่ออกุศลกรรมไว้กับพระพุทธเจ้าหรือพระปัจเจกพุทธเจ้าก็ตาม วิบากแห่งอกุศลกรรมนั้นก็จะมากมายมหาศาลเช่นเดียวกันแต่ก็เทียบไม่ได้กับวิบากแห่งกุศลกรรมเลย ดังมีกรณีศึกษาจากบุคคลในคัมภีร์พระพุทธศาสนา ซึ่งจะขอยกมาเป็นตัวอย่างดังนี้

 

กรณีที่ ๑ นางขุชชุตตรา  


                     ในสมัยพุทธกาล นางขุชชุตตรา ได้ถือกำเนิดมาเป็นหญิงค่อม เป็นนางทาสีคนหนึ่งของพระนางสามาวดี ผู้เป็นอัครมเหสีของพระเจ้า อุเทนแห่งกรุงโกสัมพี นางขุชชุตตราเป็นผู้มีปัญญามาก เมื่อได้ฟังพระธรรมเทศนาของพระพุทธองค์เพียงครั้งแรก นางก็บรรลุโสดาปัตติผลทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านั้น นางได้เคยยักยอกเงินค่าซื้อดอกไม้ที่พระนางสามาวดีจ่ายให้ไปซื้อดอกไม้ถึงกึ่งหนึ่งทุก ๆ วันก็ตาม

 

                     แต่เมื่อบรรลุธรรมแล้ว นางก็หยุดทำอทินนาทานได้โดยเด็ดขาด อีกทั้งยังสามารถแสดงธรรมแก่บรรดาหญิงรับใช้อีก ๕๐๐ คน ของพระนางสามาวดี ให้มีความเข้าใจซาบซึ้งในรสพระธรรม จนกระทั่งหญิงเหล่านั้นพากันยกย่องนับถือนางว่าเป็นมารดาบ้าง เป็นอาจารย์บ้าง อีกทั้งได้สนับสนุนให้นางไปฟังพระธรรมเทศนาที่สำนักพระศาสดาบ่อย ๆ แล้วกลับมาแสดงให้พวกเธอฟัง

 

                     ครั้นต่อมา พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงตั้งนางขุชชุตตราไว้ใน เอตทัคคะผู้เลิศกว่าบรรดาอุบาสิกาและสาวิกาทั้งหลายของพระองค์ ทั้งยังทรงอนุญาตให้ นางเข้าเฝ้าเพื่อทูลขอให้แสดงธรรมได้เสมอ
ครั้งหนึ่ง เมื่อภิกษุทั้งหลายทูลถามถึงบุรพกรรมของนางขุชชุตตราพระพุทธองค์จึงตรัสตอบ ดังนี้

 

                     บุรพกรรมที่ทำให้นางหลังค่อม ก็เพราะชาติในอดีตเธอเคยแสดงท่าทางหลังค่อม เป็นการล้อเลียนพระปัจเจกพุทธเจ้าองค์หนึ่งให้เพื่อน ๆ ของเธอดูเป็นที่ขบขันสนุกสนานเฮฮากัน เพราะกรรมนั้น
เธอจึงได้มาเกิดเป็นคนหลังค่อมในชาตินี้ส่วนบุรพกรรมที่ทำให้เธอเป็นผู้มีปัญญามาก ก็เพราะในสมัย
เดียวกันนั้นเอง วันหนึ่งพระราชาทรงนิมนต์พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลายไปรับบาตรในพระราชวัง ครั้นเมื่อราชบุรุษบรรจุบาตรด้วย


                     ข้าวปายาสเต็มแล้ว พระราชาก็รับสั่งให้ถวายบาตรแก่พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกองค์ เนื่องจากข้าวปายาสยังร้อนอยู่ จึงทำให้บาตรร้อนพระปัจเจกพุทธเจ้าจึงต้องคอยเปลี่ยนมือทั้งสองข้างสลับไปมา
นางขุชชุตตรา (เมื่อในชาติอดีต) เห็นเช่นนั้น นางจึงถอดกำไลงามที่ส่วมข้อมืออยู่ ออกมาถวายพระปัจเจกพทุธเจา้ แต่ละพระองค์ เพื่อให้ใช้รองบาตรที่ยังร้อนอยู่นั้น เพราะผลแห่งบุญนั้น จึงเป็นเหตุให้นาง
เป็นผู้มีปัญญามาก และเพราะเหตุที่นางได้อุปัฏฐากพระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลาย

 

                     จึงส่งผลให้เธอบรรลุโสดาปัตติผลโดยง่ายในชาตินี้ แม้เพียงได้ฟังพระธรรมเทศนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นครั้งแรกบุรพกรรมที่ทำให้นางต้องเป็นทาสรับใช้ผู้อื่น ก็เพราะในสมัยพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า นางได้เกิดเป็นธิดาของเศรษฐีคนหนึ่งในกรงุพาราณสี ผู้เป็นตระกลู อปุฏัฐากภิกษุณี ซึ่งเป็นขีณาสพ (อรหันตเถรี)รูปหนึ่ง

 

                     บ่ายวันหนึ่งภิกษุณีรูปนั้นได้ไปสู่บ้านเศรษฐี ขณะนั้นธิดาเศรษฐีกำลังนั่งแต่งตัวอยู่ เนื่องจากไม่มีสาวใช้อยู่ในบริเวณนั้น ธิดาเศรษฐีจึงใช้ให้ภิกษุณีหยิบกระเช้า เครื่องประดับส่งให้เธอพระเถรีคิดว่า ถ้าไม่ทำตามคำขอร้องของเธอ เธอก็คงจะโกรธและอาฆาต ซึ่งจะเป็นวิบากให้เธอไปเกิดในนรก

 

                      แต่ถ้าหยิบกระเช้าส่งให้เธอ ในภพชาติต่อไปเธอก็จะไปเกิดเป็นหญิงรับใช้คนอื่น ย่อมดีกว่าความเร่าร้อนในนรก ดังนั้นพระเถรีจึงหยิบกระเช้าส่งให้เธอด้วยความเอ็นดู เพราะกรรมที่ใช้พระเถรีในครั้งนั้น เธอจึงได้เกิดเป็นนางทาสีของคนอื่นถึง ๕๐๐ ชาติ

 ขุ.ธ. (ไทย) ๔๐/๒๘๒, ๓๐๑-๓๐๓

จากหนังสือ ที่สุดแห่งธรรม ถึงได้ด้วยความเคารพ 1
                                             โดยคุณครูไม่เล็ก

 Total Execution Time: 0.0025478521982829 Mins