รำลึกถึง “หลวงเตี่ย” พระเดชพระคุณพระธรรมราชานุวัตร

วันที่ 07 พค. พ.ศ.2547

 

 

 

ทองเนื้อแท้แห่งสังฆบดีคู่แผ่นดิน

 


รำลึกถึงพระพ่อผู้ชี้ทุกข์      มาเติมสุขเต็มจิตศิษย์ทั้งผอง
หอมกลิ่นธูปควันเทียนเวียนรับรอง       ร่มโพธิ์ทองศรัทธาธรรมารมณ์              
ไม่ถือชั้นวรรณะจะต่างเพศ      กำจัดเหตุปัจจัยได้เหมาะสม     
เพียงเสียงเทศนาธรรมหลากคำคม       ใจระทมกลับระทึกรู้สึกดี                       
แม้นไม่เอ่ยถ้อยคำขึ้นสำทับ       ก็อิ่มกับรอยยิ้มพริ้มผ่องศรี         
ด้วยสายตาแห่งเมตตาท่านปรานี       ผ่านเดือนปีทุกแบบบท “ยังงดงาม”   


.....พระผู้เปี่ยมด้วยพรหมวิหารธรรม และทรงคุณอันประเสริฐ…

.....การยกย่อง บุคคลผู้สมควรแก่การยกย่อง บัณฑิตและผู้รู้ทั้งหลายย่อมสรรเสริญ แม้มนุษย์และเทวดาทั้งหลายต่างสาธุการ มุ่งจะยกคุณความดีของท่านเหล่านั้นให้เป็นที่ประจักษ์แก่อนุชนคนรุ่นหลัง ในฐานะพระภิกษุสงฆ์ผู้ดำรงตนสมฐานะพุทธบุตรแห่งพระชินสีห์ เป็นดังอัญมณีประดับไว้ในเรือนทองของพระพุทธศาสนา ทอแสงจรัสเจิดจ้าสมคุณค่า นักรบแห่งกองทัพธรรม

.....“ สมณศักดิ์ ” ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ จึงเป็นเครื่องสักการะสะท้อนผลแห่งความดีงามของท่าน ให้ชนทั้งหลายได้ร่วมอนุโมทนา ยังขวัญและกำลังใจให้ท่านบำเพ็ญสมณกิจ รังสรรค์ผลงานอันทรงคุณประโยชน์ทั้งแก่พระพุทธศาสนาและมหาชนตลอดไป

.....พระธรรมราชานุวัตร หรือที่พุทธศาสนิกชนเรียกขานด้วยความเคารพรักว่า “ หลวงเตี่ย ” ท่านจึงสมเป็นทองเนื้อแท้ หนึ่งในสังฆบดีคู่แผ่นดิน แห่งพระมหาธรรมราชาผู้ประเสริฐ และดำรงฐานะเป็นเนื้อนาบุญอันเลิศแก่ชาวพุทธทั้งภายในและต่างประเทศตลอดมา

      ชาติภูมิ

.....หลวงเตี่ยเกิดเมื่อวันพุธที่ ๗ พฤษภาคม ๒๔๖๗ ที่บ้านหมู่ที่ ๑๗ ปัจจุบันเป็นหมู่ที่ ๙ ตำบลบางแขม อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม นามเดิมว่า หว่อยฮั้ว นามสกุล ลิ้มศิริชัย ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น “กมล” เมื่อบรรพชาเป็นสามเณรและสอบนักธรรมชั้นเอกได้แล้ว โยมบิดาชื่อ อ่อง ซึ่งต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ใหญ่บ้าน ชาวบ้านเรียกกันว่า “ผู้ใหญ่อ่อง” โยมมารดาชื่อ หมา เป็นลูกสาวคนโตของ นายพงษ์ และ นางขวัญ แซ่ลี้ ภายหลังเปลี่ยนนามสกุลแซ่ลี้เป็นพงษ์ขวัญ

.....หลวงเตี่ยเป็นบุตรคนที่ ๘ และเป็นแฝดผู้น้อง มีแฝดผู้พี่เป็นหญิง มีพี่น้องร่วมมารดารวมทั้งหมด ๙ คน โยมมารดาของหลวงเตี่ย เลี้ยงดูบุตรชายและบุตรสาวทั้ง ๘ คน ด้วยคุณธรรมอันประเสริฐ ให้ความรักใคร่เสมอกันแก่ลูกทุกคน ท่านได้เข้าเรียนที่โรงเรียนวัดลาดปลาเค้า ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านที่เกิดไม่ไกลนัก จนจบชั้นประถมศึกษา

     บรรพชา

.....โยมบิดามารดาและญาติพี่น้องของหลวงเตี่ยมีความคิดเช่นชาวชนบทสมัยนั้น คือนิยมส่งบุตรหลานได้บวชเรียนตามประเพณี ได้สนับสนุนให้หลวงเตี่ยได้บรรพชาเป็นสามเณร เพื่อมีโอกาสศึกษาเรียนรู้ เมื่อวันที่ ๑๒ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๘๐

.....เมื่อบวชแล้วท่านมีความยินดีพอใจในเพศสมณะ ใคร่จะศึกษาพระปริยัติธรรมให้ยิ่งขึ้นไป จึงได้ย้ายจำพรรษาอยู่ ณ วัดพระเชตุพน ซึ่งเป็นศูนย์กลางการศึกษาพระบาลีในสมัยนั้น เมื่อถึงอายุครบบวช หลวงเตี่ยได้กลับบ้านเกิดที่จังหวัดนครปฐม และได้รับการอุปสมบท ณ วัดพระงาม เมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๔๘๗ พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (เผื่อน ติสฺสทตฺโต) ซึ่งต่อมาดำรงสมณศักดิ์ที่สมเด็จพระวันรัต อธิบดีสงฆ์วัดพระเชตุพน เป็นพระอุปัชฌาย์

     รำลึกถึง “พระพ่อ”

.....หวนระลึกถึงภาพพระเดชพระคุณพระธรรมราชานุวัตร ที่เราคุ้นเคยเอ่ยถึงท่านว่า “หลวงเตี่ย” ท่านเป็นพระผู้ใหญ่ที่งดงามด้วยศีลาจารวัตร ทุกครั้งที่ได้เข้าไปกราบท่าน เราจะได้เห็นรอยยิ้มแห่งไมตรีจิต สัมผัสได้ถึงกระแสความเมตตาของท่าน รู้สึกอบอุ่นใจราวกับนั่งอยู่ต่อหน้าญาติผู้ใหญ่ของเราเอง ยามใดที่เป็นทุกข์ เดือดเนื้อร้อนใจ เพียงแค่ได้เห็นท่านดูราวกับความทุกข์ทั้งมวลถูกย่อส่วนให้เล็กลง ยิ่งได้รับฟังคำสั่งสอนของท่านด้วยแล้ว ทำให้เกิดปัญญาสามารถนำไปแก้ไขเรื่องราวของตนให้ผ่อนคลายลงได้ คำว่า “หลวงเตี่ย” จึงเป็นคำเรียกขานท่าน ที่ออกมาจากใจของศิษยานุศิษย์ที่เคารพบูชาท่านราวกับ “พระพ่อ”

.....พระเดชพระคุณพระธรรมราชานุวัตรท่านเป็นพระผู้ใหญ่ผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกล รอบคอบ มองการณ์ไกล อุทิศชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนา ๕๘ พรรษาในร่มเงาแห่งพระพุทธศาสนา ท่านได้สร้างคุณูปการมากมายฝากไว้เป็นมรดกแก่ศิษย์ศิยานุศิษย์

.....ผลงานของท่านที่เป็นประจักษ์พยานในเรื่องนี้คือ การบุกเบิกสร้างวัดไทยในลอสเองเจอลิส ตั้งแต่ปี ๒๕๑๕ให้เป็นศูนย์รวมใจของชาวไทยในสหรัฐอเมริกา วัดไทยแอลเอลจึงเป็นศูนย์กลางการปลูกฝังศีลธรรมและวัฒนธรรมไทยให้ลูกหลานไทยในต่างแดน โดยท่านได้รับตำแหน่งเจ้าอาวาสของวัดไทยแอลเอ ในปี พ.ศ.๒๕๒๒ พระเดชพระคุณท่านได้ทุ่มเทแรงกาย แรงใจ เพื่องานพระพุทธศาสนาอย่างเต็มที่ เต็มกำลังมาโดยตลอด ไม่พร่องเลยไม่ว่าด้านใด เป็นต้นว่า

.....ด้านการปกครอง ท่านดำรงตำแหน่งเจ้าคณะภาค ๓ ดูแลปกครองงานการคณะสงฆ์ รวม ๔ จังหวัด ได้แก่จังหวัดลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท อุทัยธานี และยังทำหน้าที่ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม

.....ด้านการศึกษา ขณะที่ท่านดำรงตำแหน่งเจ้าคณะภาค ๑๔ ท่านสนับสนุนให้มีการติวเข้ม ก่อนการสอบบาลีสนามหลวง ที่วัดไร่ขิง จ.นครปฐม ทำให้การศึกษาพระบาลีของพระภิกษุสามเณรเกิดความตื่นตัว และมีผลการเรียนดีจนเป็นที่น่าพอใจ

.....ด้านการเผยแผ่ ท่านทำหน้าที่ดูแลการเผยแผ่พระพุทธศาสนาภายในประเทศ เป็นหัวหน้าพระธรรมทูต สาย ๒

.....ด้านการสาธารณูปการ ท่านทุ่มเททั้งกำลังกาย กำลังสติปัญญา ในช่วงบุกเบิกสร้างวัดไทยในแอลเอ เคยมีผู้เห็นท่านทุ่มเท ลงมือก่อสร้าง ถึงขนาดขึ้นไปมุงหลังคาด้วยตนเอง ภาพนั้นเป็นความประทับใจที่ก่อให้เกิดความศรัทธาต่อพระพุทธศาสนาและมีผลทำให้ศาสนสถานแห่งนั้นโดดเด่น เป็นที่ยอมรับ ณ ดินแดนแห่งนั้น

.....ด้านการสาธารณะสงเคราะห์ ในยามเกิดภัยพิบัติ ท่านเป็นที่พึ่งของผู้ทุกข์ยากท่านเป็นผู้นำ เป็นศูนย์รวมใจ ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ เต็มกำลัง

.....แม้ท่านจะอยู่ในวัยกว่า ๗๐ ปีแล้วก็ตาม ท่านยังเป็นพระอาจารย์สอนพุทธศาสนาให้กับนักเรียนตามโรงเรียนต่างๆ เช่น โรงเรียนสวนกุหลาบ โรงเรียนสตรีวิทย์ ฯลฯ

.....นอกจากท่านจะเป็นพระผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกลแล้ว ท่านยังเป็นผู้กล้าหาญยึดถือพระธรรมวินัยเป็นหลัก ในยามที่พระพุทธศาสนาเกิดวิกฤตศรัทธา ท่านเป็นพระผู้ใหญ่รูปหนึ่งที่กล้าออกมายืนยันความถูกต้อง ชี้นำสังคมให้เห็นว่าสิ่งใดถูกสิ่งใดผิด โดยไม่หวาดหวั่นต่อกระแสต่อต้าน ท่านกล่าวว่า ในยามที่พระพุทธศาสนาเกิดวิกฤตศรัทธา อยากให้พระผู้ใหญ่ออกมาแสดงความคิดเห็นชี้ผิดถูกให้ประชาชนได้รับรู้ ตามความเป็นจริง

.....เรื่องราวเกี่ยวกับที่เกิดขึ้น ท่านเคยให้ทัศนะขณะให้สัมภาษณ์รายการโทรทัศน์รายการหนึ่งว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ได้บอบช้ำเฉพาะวัดใดวัดหนึ่ง หรือพระรูปใดรูปหนึ่ง หากแต่บอบช้ำทั้งพระศาสนา ควรที่จะออกมาช่วยกันดับไฟ

.....ภาพ หรือตัวอักษรในหน้ากระดาษแผ่นนี้ คงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของพระคุณอันยิ่งใหญ่ ที่พระเดชพระคุณท่านมีต่อพวกเราเหล่าพุทธบริษัท ผู้ซึ่งไม่อาจประกาศคุณท่านได้หมดสิ้น

.....จึงขอประนมกรก้มกราบด้วยดวงใจ ต่างพวงมาลัยดอกไม้อันงามวิจิตร ต่างธูปหอมเทียนหอม น้อมนบสักการะบูชา พระเดชพระคุณพระธรรมราชานุวัตร “พระพ่อ” ผู้สมเป็นทองเนื้อแท้แห่งสังฆบดีคู่แผ่นดิน ด้วยความเคารพบูชาอย่างสูงยิ่ง

 

 

 

อุบลเขียว.