อายุวัฒนมงคล 83 ปี สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์

วันที่ 26 สค. พ.ศ.2551

 

            สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺญมหาเถระ ป.ธ.9)  กรรมการมหาเถรสมาคม, รองแม่กองงานพระธรรมทูต, ประธานคณะพระธรรมจาริก, เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ (พระอารามหลวง) ,เจ้าคณะใหญ่หนเหนือและแม่กองบาลีสนามหลวง และเป็นคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช
 ชาติภูมิ   นามเดิมว่า ช่วง นามสกุล สุดประเสริฐ   เกิดเมื่อวันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2468 ขึ้น 9 ค่ำ เดือน 10 ปีฉลู บ้านเลขที่ 32 ตำบลราชาเทวะ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ   นามบิดานายมิ่ง สุดประเสริฐ   นามมารดานางสำเภา สุดประเสริฐ                
เมื่ออายุได้ 14 ปี ได้เข้ารับการบรรพชาเมื่อวันจันทร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2482 ณ วัดสังฆราชา  เขตลาดกระบัง  กรุงเทพมหานคร โดยมีพระครูศีลาภิรัต (ทอง) วัดลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร เป็นพระอุปัชฌาย์  อุปสมบทเมื่อวันศุกร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2488 ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 6 ปีระกา ณ พัทธสีมาวัดปากน้ำ เขตภาษีเจริญ กทม. นามฉายา “วรปุญฺโญ”   มีพระครูบริหารบรมธาตุ         (ป่วน เกสโร) วัดนางชี เป็นพระอุปัชฌาย์   พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) หลวงพ่อวัดปากน้ำ เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ ที่ พระครูสมณธรรมสมาทาน เป็นกรรมวาจาจารย์
            การศึกษา
            พ.ศ. 2480 สำเร็จการศึกษาชั้นประถมปีที่ 4 โรงเรียนประชาบาล วัดสังฆราชา เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร

  • พ.ศ. 2484 นักธรรมชั้นโท วัดสังฆราชา เขตลาดกระบัง กทม.
  • พ.ศ. 2490 นักธรรมชั้นเอก สำนักเรียนวัดปากน้ำ เขตภาษีเจริญ กทม.
  • พ.ศ. 2492 เปรียญธรรม 7 ประโยค สำนักเรียนวัดปากน้ำ เขตภาษีเจริญ กทม.
  • พ.ศ. 2497 เปรียญธรรม 9 ประโยค    สำนักเรียนวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เขตดุสิต กทม.

            งานปกครอง

  • พ.ศ. 2475 เป็นเลขานุการสมเด็จสังฆนายก วัดเบญจมบพิตร
  • พ.ศ. 2499 เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ (พระอารามหลวง)
  • พ.ศ. 2500 เป็นพระอุปัชฌาย์
  • พ.ศ. 2507 เป็นรองเจ้าคณะภาค 3
  • พ.ศ. 2508 เป็นเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ (พระอารามหลวง)
  • พ.ศ. 2508-2516 เป็นเจ้าคณะภาค 3 รวม 2 สมัย
  • พ.ศ. 2517-2528 เป็นเจ้าคณะภาค 17 รวม 3 สมัย
  • พ.ศ. 2528-2537 เป็นเจ้าคณะภาค 7
  • พ.ศ. 2532-ปัจจุบัน เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม
  • พ.ศ. 2533-2548 เป็นกรรมการ พ.ศ.ป.
  • พ.ศ. 2533-ปัจจุบัน เป็นกรรมการ ศ.ต.ภ.
  • พ.ศ. 2537-ปัจจุบัน เป็นเจ้าคณะใหญ่หนเหนือ
  • พ.ศ. 2548-ปัจจุบัน เป็นคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชฯ
  • พ.ศ. 2487-2492 เป็นครูสอนพระปริยัติธรรมสำนักเรียนวัดปากน้ำ
  • พ.ศ. 2489 เป็นกรรมการตรวจประโยคธรรมสนามหลวง
  • พ.ศ. 2491 เป็นกรรมการตรวจประโยคบาลีสนามหลวง
  • พ.ศ. 2493-2497 เป็นครูสอนพระปริยัติธรรมสำนักเรียนวัดเบญจมบพิตร
  • พ.ศ. 2498 เป็นผู้นำประโยคบาลีสนามหลวง ไปทำการเปิดสอบในจังหวัดต่าง ๆ เป็นเวลาหลายปีติดต่อกัน
  • พ.ศ. 2499 เป็นอาจารย์ใหญ่สำนักเรียนวัดปากน้ำ
  • พ.ศ. 2508 เป็นเจ้าสำนักเรียนวัดปากน้ำ
  • พ.ศ. 2528-2537 เป็นผู้อำนวยการตรวจธรรมสนามหลวงชั้นตรี ภาค 7
  • พ.ศ. 2532 เป็นรองแม่กองบาลีสนามหลวง รูปที่ 1
  • พ.ศ. 2537 เป็นแม่กองบาลีสนามหลวง
  • พ.ศ. 2538 เป็นกรรมการการศึกษาของคณะสงฆ์

            งานเผยแผ่ในประเทศ

  • พ.ศ. 2537 เป็นรองแม่กองงานพระธรรมทูต รูปที่ 2
  • เป็นรองประธานคณะพระธรรมจาริก รูปที่ 1
  • พ.ศ. 2537 เป็นประธานคณะพระธรรมจาริก

            งานเผยแผ่ต่างประเทศ

  • พ.ศ. 2527 ได้เริ่มสร้างวัดไทยในสหรัฐอเมริกา ตั้งชื่อวัดว่า “วัดมงคลเทพมุนี” เมืองฟิลาเดลเฟีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นที่เผยแผ่และปฏิบัติธรรมของชาวไทยและชาวต่างชาติมาถึงปัจจุบัน
  • พ.ศ. 2540 ได้ริเริ่มก่อสร้างวัดไทยแห่งแรกในประเทศญี่ปุ่นตั้งชื่อว่า “วัดปากน้ำญี่ปุ่น” เมืองชิบะ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเป็นที่เผยแผ่และปฏิบัติธรรมของชาวไทยและชาวญี่ปุ่นภายในวัดมีเสนาสนะบริบูรณ์ และได้สร้างอุโบสถสถาปัตยกรรมไทย ประกอบพิธีผูกสีมาฝังลูกนิมิต เมื่อวันที่ 9-10 เมษายน พ.ศ. 2548
  • พ.ศ. 2545 ได้ริเริ่มก่อสร้างวัดไทยในประเทศนิวซีแลนด์ ตั้งชื่อว่า “วัดปากน้ำนิวซีแลนด์” เมืองทัวรังง่า ประเทศนิวซีแลนด์ เพื่อเป็นที่เผยแผ่และปฏิบัติธรรมของชาวไทยและชาวนิวซีแลนด์ ปัจจุบันกำลังดำเนินการสร้างอุโบสถ และเสนาสนะ

            งานสาธารณูปการ

  • พ.ศ. 2508 เป็นเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ได้ดำเนินการที่เป็นประโยชน์แก่พระภิกษุ สามเณร แม่ชี ผู้อาศัยอยู่ในวัด และเป็นการอำนวยความสะดวกแก่สาธุชนที่มาทำบุญที่วัดปากน้ำ ตราบถึงปัจจุบันนี้ ในเรื่องหลัก 6 ประการ คือ
  • 1. บูรณปฏิสังขรณ์เสนาสนะเก่า
  • 2. ก่อสร้างเสนาสนะถาวรวัตถุใหม่
  • 3. อนุรักษ์โบราณวัตถุ รักษาให้อยู่ในสภาพดี
  • 4. จัดซื้อที่ดินเพื่อขยายอาณาเขตของวัด
  • 5. สร้างถนนกึ่งสะพานเป็นทางเข้าวัด
  • 6. จัดทำระบบไฟฟ้าและน้ำประปาทั่วทั้งวัด

            งานบำเพ็ญสาธารณประโยชน์

  • พ.ศ. 2524 ได้ก่อตั้ง “มูลนิธิหลวงพ่อวัดปากน้ำ” เพื่อนำดอกผลของมูลนิธิใช้ในการบำเพ็ญกุศลต่าง ๆ และได้ชักชวนสาธุชนร่วมสมทบทุนในโอกาสต่าง ๆ มาถึงปัจจุบัน

งานประวัติศาสตร์

  • พ.ศ. 2532 ได้ดำเนินการก่อสร้างมหาวิหารประดิษฐานพระไตรปิฎกหินอ่อนและพระเจดีย์ถวายเป็นธรรมานุสรณ์ ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2530 และรัชมังคลาภิเษก ในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ พุทธมณฑล อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม
  • พ.ศ. 2534 ได้ดำเนินการก่อสร้างอาคารสมุดพระพุทธศาสนา มหาสิรินาถ ในโอกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 5 รอบ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2535 ณ พุทธมณฑล อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม
  • พ.ศ. 2542 ได้ดำเนินการก่อสร้างอาคารสำนักหอสมุดและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ ราชวิทยาลัย อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จนแล้วเสร็จเรียบร้อย และมอบให้มหาวิทยาลัยเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2548

27 สิงหาคม พ.ศ. 2547 ได้เริ่มก่อสร้างพระเจดีย์มหารัชมงคล ขนาดความสูง 80 เมตร กว้าง 50 เมตร ยาว 50 เมตร เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2550 ณ วัดปากน้ำ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร
            งานพิเศษ

  • พ.ศ. 2498 เป็นองค์สังคีติการกคณะสงฆ์ไทย ไปร่วมประชุมปฏิบัติงานสังคายนาพระไตรปิฎก
  • พ.ศ. 2524-ปัจจุบัน เป็นประธานมูลนิธิหลวงพ่อวัดปากน้ำ ม.ส.จ.
  • พ.ศ. 2534 - ประธานคณะอนุกรรมการจัดหาทุนสร้างพุทธมณฑลฝ่าย สงฆ์
  • เป็นกรรมาธิการแห่งสังคีติการกสงฆ์ในการสังคายนาพระธรรมวินัยตรวจชำระพระไตรปิฎก ฉบับเฉลิมพระเกียรติ
  •  เป็นกรรมการมูลนิธิโรงพยาบาลสงฆ์ ฝ่ายบรรพชิต
  •  เป็นคณะอนุกรรมการที่ปรึกษาฝ่ายจัดหาทุนก่อสร้างวัดไทยลุมพินี ประเทศเนปาล

            สมณศักดิ์

  • พ.ศ. 2499 ได้รับพระราชทานตั้งสมณศักดิ์     เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ที่ พระศรีวิสุทธิโมลี
  • พ.ศ. 2505 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์    เป็นพระราชาคณะชั้นราช ที่ พระราชเวที
  • พ.ศ. 2510 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์    เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ที่ พระเทพวรเวที
  • พ.ศ. 2516 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์    เป็นพระราชาคณะชั้นธรรม ที่ พระธรรมธีรราชมหามุนี
  • พ.ศ. 2530 ได้รับพระราชทานสถาปนาสมณศักดิ์   เป็นพระราชาคณะ              เจ้าคณะรอง ชั้นหิรัณยบัฏ ที่ พระธรรมปัญญาบดี
  • พ.ศ. 2538 ได้รับพระราชทานสถาปนาสมณศักดิ์ขึ้นเป็น      สมเด็จพระราชา คณะชั้นสุพรรณบัฏที่ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์

            สมณศักดิ์ต่างประเทศ

  • พ.ศ. 2520 ได้รับสมณศักดิ์จากประเทศบังกลาเทศ ที่ พระศาสนธชมหาปัญญาสาระ
  • พ.ศ. 2524 ได้รับสมณศักดิ์จากประเทศศรีลังกา ฝ่ายอมรปุรนิกาย ที่ พระชินวรสาสนโสภณเตปิฏกวิสารท  คณะปาโมกขาจริยะ
  • พ.ศ. 2525 ได้รับสมณศักดิ์จากประเทศศรีลังกา สยามวงศ์    ฝ่ายอัสสคิริยะ ที่ พระสาสนโชติกสัทธัมมวิสารทวิมลกิตติสิริ
  • พ.ศ. 2525 ได้รับสมณศักดิ์จากประเทศศรีลังกา สยามวงศ์    ฝ่ายมัลลวัตตะ ที่ พระธรรมกิตติสิรเตปิฏกวิสารโท
  • พ.ศ. 2526 ได้รับสมณศักดิ์จากประเทศศรีลังกา    ฝ่ายรามัญวงศ์ ที่ พระ ติปิฏกปัณฑิตธัมมกิติสสิริยติสังฆปติ
  • พ.ศ. 2526 ได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ของประเทศศรีลังกา สยามวงศ์ ฝ่ายโกฏเฏ ที่ พระอุบาลีวังสาลังการะอุปัชฌายะธรรมธีรมหามุนี เถระ
  • พ.ศ. 2538 ได้รับสมณศักดิ์จากประเทศศรีลังกา     ฝ่ายอมรปุรนิกาย        ที่ พระเถรวาทะวังสาลังการะสยามเทสะสาสนธชะ

            เกียรติคุณ

  • พ.ศ. 2532 ได้รับถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยมหา จุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
  • พ.ศ. 2543 ได้รับถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัย ประเทศศรีลังกา
  • พ.ศ. 2546 ได้รับถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากสังฆสภาอินเดีย ประเทศอินเดีย.

            ในวาระอายุวัฒนมงคล   83 ปี  เวียนมาถึงในวันที่  26  สิงหาคม  พุทธศักราช  2551   นี้   กว่า  63  พรรษายุกาล ที่ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ พระมหาเถระผู้มุ่งอุทิศชีวิตในพระพุทธศาสนาและการคณะสงฆ์ไทย     ด้วยวิริยะอุตสาหะอันสั่งสมอบรมมาแล้วด้วยดี    ให้ยังประโยชน์ทั้งแห่งตนและเกื้อกูลแก่ชาวโลก  ด้วยหลักธรรมคำสั่งสอนแห่งองค์พระบรมศาสดาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า   ในเมตตาธรรมแก่ทุก ๆ  คนที่มีโอกาสเข้ารับสนองงาน  ต่างรู้สึกประจักษ์ใจยิ่งในร่มเงาแห่งคุณธรรมจากเจ้าประคุณสมเด็จฯ   จึงเป็นทั้งแบบอย่างและที่พึ่งอันงดงามอันควรแก่การเคารพบูชายิ่ง  

            นับเป็นโอกาสแห่งศิษยานุศิษย์จักได้ร่วมบำเพ็ญบุญกุศล  น้อมถวายแสดงมุทิตาสักการะแด่ท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ  ให้เจริญด้วยอายุยาวนาน  สถิตเป็นที่พึ่ง  ดั่งร่มแห่งธรรมแก่สังฆมณฑล   รวมถึงศิษยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชนทั้งมวล  ยาวนานสืบไป.