ปัตตวรรค สิกขาบทที่ ๑ อติเรกบาตรนั้นภิกษุเก็บไว้ได้เพียง ๑๐ วัน

วันที่ 06 เมย. พ.ศ.2565

ปัตตวรรค สิกขาบทที่ ๑ อติเรกบาตรนั้นภิกษุเก็บไว้ได้เพียง ๑๐ วัน

ปัตตวรรค หมวดว่าด้วยบาตร

ปัตตวรรค สิกขาบทที่ ๑

คำแปลพระบาลีที่เป็นพุทธบัญญัติ
       “พึงเก็บอติเรกบาตรไว้ได้ ๑๐ วันเป็นอย่างยิ่ง เมื่อให้เกินกำหนดนั้นไป เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์”

เนื้อความย่อในหนังสือนวโกวาท
       “บาตรนอกจากบาตรอธิษฐานเรียกอติเรกบาตรอติเรกบาตรนั้นภิกษุเก็บไว้ได้เพียง ๑๐ วันเป็นอย่างยิ่ง ถ้าให้ล่วง ๑๐ วันไป ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์”

อธิบายความโดยย่อ
       คำว่า บาตร ได้แก่ บาตร ๒ ชนิดคือ บาตรเหล็ก ๑ บาตรดินเผา ๑

บาตร มี ๓ ขนาด คือ 
       - บาตรขนาดใหญ่ จุข้าวสุกจากข้าวสารได้๒ ทะนาน ของเคี้ยวหนึ่งในสี่ของข้าวสุก และกับข้าวพอสมควรแก่ข้าวสุกนั้น (จุข้าวสุกกินได้๑๐ คน)
       - บาตรขนาดกลาง จุข้าวสุกจากข้าวสารได้๑ ทะนาน ของเคี้ยวหนึ่งในสี่ของข้าวสุกและกับข้าวพอสมควรแก่ข้าวสุกนั้น (จุข้าวสุกกินได้๕ คน)
       - บาตรขนาดเล็ก จุข้าวสุกจากข้าวสารได้๑ กอบ ของเคี้ยวหนึ่งในสี่ของข้าวสุกและกับข้าวพอสมควรแก่ข้าวสุกนั้น (จุข้าวสุก ๒ คนกินเหลือ ๓ คนกินไม่พอ)
       คำว่า อติเรกบาตร หมายถึงบาตรที่ยังไม่ได้อธิษฐาน ยังไม่ได้วิกัป (คำว่า อธิษฐานและวิกัป พึงดูในจีวรวรรค สิกขาบทที่ ๑)

เจตนารมณ์ของสิกขาบทข้อนี้
       สิกขาบทนี้ทรงบัญญัติไว้เพื่อให้ภิกษุมีความประหยัดในการใช้บาตรได้เพียงใบเดียว ไม่มีนิสัยมักง่ายปล่อยทิ้งบาตรให้ชำรุดเสียหายโดยง่าย และไม่ต้องมีภาระหอบหิ้วบริขารในการจาริกไปในที่ต่างๆ แต่ก็ทรงผ่อนผันให้รับและใช้สอยได้ในเวลาจำกัดด้วยทรงเห็นความจำเป็นบางกรณีเช่นกรณีบาตรหาย บาตรแตก เป็นต้น

อนาปัตติวาร
ในสิกขาบทนี้ท่านแสดงภิกษุผู้ได้รับยกเว้นไม่ต้องอาบัติไว้คือ 
       (๑) ภิกษุอธิษฐานภายใน ๑๐ วัน 
       (๒) ภิกษุวิกัปไว้ภายใน ๑๐ วัน 
       (๓) ภิกษุสละให้ไป 
       (๔) บาตรหายไป 
       (๕) บาตรฉิบหายไป 
       (๖) บาตรแตก 
       (๗) โจรชิงเอาไป 
       (๘) ภิกษุผู้วิกลจริต 
       (๙) ภิกษุผู้เป็นต้นบัญญัติหรือภิกษุอาทิกัมมิกะ ได้แก่ พวกภิกษุฉัพพัคคีย์

 

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล Total Execution Time: 0.023302813371023 Mins