แถลงการณ์เรื่องธุรกิจน้ำเมาขาดคุณสมบัติเข้าตลาดหุ้น

วันที่ 29 กย. พ.ศ.2548

 

                                                        

๑. มติคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) ปี ๒๕๓๘ ที่อนุญาตให้ธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าตลาดหุ้นได้ เป็นมติที่ขัดต่อกฎหมาย เพราะไม่ได้มีการพิจารณาเรื่องโทษต่อสังคมเลย ขัดต่อประกาศคณะกรรมการก.ล.ต.ตั้งแต่ปี ๒๕๓๕ อย่างชัดเจน ที่ได้กำหนดคุณสมบัติธุรกิจที่จะเข้าตลาดหลักทรัพย์ไว้ในข้อ ๔ (๑) ว่าจะต้อง “ เป็นธุรกิจที่เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ” ซึ่งประกาศคณะกรรมการก.ล.ต.ปี ๒๕๓๕ ดังกล่าวเป็นประกาศในราชกิจจานุเบกษา หากฝ่าฝืน คณะกรรมการก.ล.ต.และเลขาธิการก.ล.ต.ซึ่งถือเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย จึงอาจมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.๑๕๗ ในฐานะเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบอีกด้วย

๒. เลขาธิการก.ล.ต.และ/หรือคณะกรรมการก.ล.ต.ชุดปัจจุบัน ตลอดจนผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์และคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ไม่สามารถอ้างมติปี๒๕๓๘ ได้ เพราะการกระทำโดยอ้างอิงมติที่ผิดกฎหมาย ทั้งที่มีผู้ทักท้วงแล้ว ย่อมส่อเจตนาการกระทำที่มิชอบอย่างชัดเจนครบองค์ประกอบความผิด นอกจากนี้ประกาศก.ล.ต.ปี ๒๕๔๓ ที่ กจ. ๑๒/๒๕๔๓ ข้อ ๑๓ (๔)(ก) ได้ย้ำกำหนดหลักเกณฑ์เงื่อนไขเดียวกับประกาศคณะกรรมการก.ล.ต.ในปี ๒๕๓๕ ว่าต้องมี “ธุรกิจหลักเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ”

๓. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีโทษภัยต่อสังคมอย่างชัดเจน เป็นต้นเหตุของปัญหาอาชญากรรม ปัญหาครอบครัว อุบัติเหตุตามท้องถนน โรคร้ายนานาชนิด ฯลฯ ตามหนังสือของกระทรวงสาธารณสุขที่ สธ.๐๔๒๓.๓/๓๘๙๖ ลงวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๔๘และข้อมูลขององค์การอนามัยโลก

๔. แม้ที่ประชุมคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยครั้งพิเศษ ที่ ๑/๒๕๔๘ ก็ได้มีมติชัดเจนว่าจะปฏิเสธธุรกิจที่ไม่มีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมหรือมีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมต่ำ อาทิ การค้าอาวุธ การพนันเสี่ยงโชค ธุรกิจยาสูบ เป็นต้น บุหรี่ยังเอาเข้าตลาดหลักทรัพย์ไม่ได้ น้ำเมาซึ่งร้ายแรงกว่าจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้อย่างไร?

๕. การอนุมัติให้ธุรกิจน้ำเมาเข้าตลาดหุ้นจะเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่ผิดทางสังคม เปิดโอกาสให้ธุรกิจสีเทาทั้งหลาย เช่น ผับ บาร์ ไนท์คลับ กำลังเตรียมกันเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น เพราะเมื่อธุรกิจผู้ผลิตน้ำเมาเข้าตลาดหุ้นได้ ก็ไม่มีเหตุผลจะไปห้ามธุรกิจผู้จำหน่ายน้ำเมาไม่ให้เข้าตลาดหุ้น ทำให้ธุรกิจอบายมุขได้รับการส่งเสริมเฟื่องฟูขนานใหญ่ ส่งผลเสียต่อสังคมไทยอย่างใหญ่หลวงในอนาคต

เราจึงขอวิงวอนต่อคณะกรรมการก.ล.ต.ซึ่งประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ ดังมีรายนามต่อไปนี้

๑. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน

๒. ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล

๓. นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล

๔. นายการุณ กิตติสถาพร

๕. นายพนัส สิมะเสถียร

๖. นายชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์

๗. นายสมพล เกียรติไพบูลย์

๘. นายประสิทธิ์ โฆวิไลกุล

๙. นายวสันต์ เทียนหอม

๑๐.นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เลขาธิการ

ได้โปรดใช้วิจารณญาณอย่างรอบคอบไม่อนุญาตให้ธุรกิจน้ำเมาเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อจะเป็นบรรทัดฐานที่ถูกต้องต่อไป

 

พลตรีจำลอง ศรีเมือง

ประธานกองทัพธรรมมูลนิธิ

ผู้ประสานงานศาสนิกชน ๖๗ องค์กร

และ ๑๗๒ องค์กรเครือข่ายงดเหล้า

๒๗ กันยายน ๒๕๔๘

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร