บทความ ตำนาน พญานาคสองฝั่งโขง ๗ ตอน (ตบะพญานาค)

วันที่ 16 ตค. พ.ศ.2548

 

            "พญานาคบางตน ขณะจำศีลทนคิดถึงนางนาคมาณวิกาไม่ได้ ตบะแตกกลางคัน ต้องกลับวิมานก่อนกำหนดก็มี"

            การออกมาจำศีลของพญานาคนั้น ออกมาทั้งนาคเพศหญิง นาคเพศชาย แต่ โดยส่วนใหญ่ พญานาคเพศชายจะออกมา จำศีลมากกว่า และมักสามารถจะอยู่ได้ตลอด พรรษามากกว่า สาเหตุเพราะโดยปกตินาง นาคมาณวิกามีหน้าที่คอยร้องเพลง ร่ายรำ ระบำ ปรนนิบัติในวิมานของพญานาคเป็น ประจำ จึงติดนิสัยรักสวยรักงาม เต็มไปด้วย ราคะจริต ไม่ค่อยมีความอดทนที่จะอยู่รักษา ศีลให้ตลอดพรรษา

             นาคมาณวิกาส่วนมาก จะออกมาจำ พรรษาเฉพาะวันโกนกับวันพระเท่านั้น จึง ไม่มีกำลังพอที่จะพ่นบั้งไฟพญานาค (กำลัง ในที่นี้หมายถึงกำลังแห่งมหาปีติ) ทำให้บั้ง ไฟพญานาคที่ปรากฏในวันออกพรรษานั้น เป็นของพญานาคเพศชายพ่นขึ้นมาเป็นส่วน ใหญ่ ของพญานาคเพศหญิงก็มี แต่เป็นส่วน น้อย

             ในแต่ละปี พญานาคจะออกมาจำศีล จำนวนไม่เท่ากัน บางปีก็มาก บางปีก็น้อย ขึ้น อยู่กับว่า พญานาคทั้งหลายยังเพลิดเพลิน ในการบริโภคกามมากน้อยเพียงใด ยังสนุก สนานในการร้องรำทำเพลง หลงชื่นชมทิพยสมบัติของภพพญานาคขนาดไหน บางตน ขณะจำศีลทนคิดถึงนางนาคมาณวิกาไม่ได้ ตบะแตกกลางคันต้องกลับวิมานก่อนกำหนด ก็มี

             ขณะจำศีล พญานาคจะมีพุทธานุสติ เป็นอารมณ์ พวกที่เคยเห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในวันเทโวโรหณะ ก็จะระลึกถึงเหตุการณ์ ในวันนั้น แล้วจะบอกเล่าให้ผู้ที่มา ในภายหลัง ให้ระลึกถึงตามไปด้วย


             โอฆินทรนาคราช กับสุวรรณมธุรนาคราช ทั้งบิดา และบุตรได้เห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในวันเทโวโรหณะทั้งคู่ ตั้งแต่ปีนั้น เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน เมื่อถึงฤดูเข้าพรรษา จึงเกิดกุศลศรัทธาแรงกล้า สามารถจำศีลได้ ตลอด ๓ เดือน ตั้งแต่วันเข้าพรรษา จนกระ ทั่งถึงวันออกพรรษา พญานาคจะยึดถือการ นับวันเวลาเข้าและออกพรรษาเอาตามปฏิทิน ของเทวดาชั้นจาตุมหาราชิกา ซึ่งเป็นปฏิทิน เดียวกับที่เจ้าหน้าที่เขตของเทวดา ส่งบัญชี บุญไปให้ท้าวจตุโลกบาลตรวจสอบ และตรง กับวันออกพรรษาของลาว (วันพระ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ตามปฏิทินลาว คือวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ของปฏิทินไทย) ในวันนั้น พระ จันทร์จะกลมโตใสสว่างกว่าวันขึ้น ๑๕ ค่ำ ของไทย

             พญานาคจะพร้อมใจกันกับบริวารพ่นบั้ง ไฟตอนกลางคืน ทั้งๆ ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เสด็จลงจากดาวดึงส์ในตอนสายของวันออก พรรษา หรือขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ที่เป็น เช่นนี้เพราะ

             ประการที่ ๑ เทวดาและพญานาค ทั้งหลายจะยึดวันเวลาตามจันทรคติ จึงใช้ ดวงจันทร์ เป็นเครื่องกำหนดรู้

             ประการที่ ๒ ดวงจันทร์วันเพ็ญนั้น มีอิทธิพลต่อจิตใจของพญานาคมาก เมื่อ พญานาคได้เห็นดวงจันทร์เต็มดวง ก็จะทำให้ มีกำลังปีติมาก มากพอที่จะพ่นบั้งไฟพญานาคออกมา

             ประการที่ ๓ ในคืนเดือนเพ็ญเป็นคืน ที่มนุษย์และเทวดาสามารถรับกระแสบุญ จากพระนิพพานได้อย่างเต็มที่

             หากสังเกตอย่างใกล้ชิดจะพบว่า บาง พื้นที่บริเวณกลางลำแม่น้ำโขง เมื่อก่อนเคย มีบั้งไฟบังเกิดขึ้นในวันออกพรรษา เป็นระยะ ทางต่อเนื่องกันยาวหลายกิโลเมตร แต่ภาย หลังหายไปบางส่วน ทั้งนี้เพราะพญานาครุ่น เก่าๆ ส่วนหนึ่งละโลกไปตามอายุขัย หรือบาง แห่งก่อนหน้านี้ไม่เคยมีบั้งไฟ แต่บัดนี้กลับมามี ก็เพราะได้มีพญานาครุ่นใหม่มาเกิดในบริเวณ นั้น และมีจิตเลื่อมใสในพระรัตนตรัยตามนาค บริเวณอื่นๆ ส่วนบางแห่งเป็นเพียงสระน้ำ ใหญ่ก็มีบั้งไฟพญานาคเกิดขึ้น เพราะใต้สระน้ำนั้นมีพญานาคไปจำศีลอยู่เป็นครั้งคราว อย่างไรก็ตาม พญานาคที่สามารถพ่นบั้งไฟ ได้ จะเป็นเฉพาะพวกกำเนิดในโอปปาติกะกับ พวกสังเสทชะเท่านั้น และจะต้องเป็นพวกที่ จำศีลอย่างเคร่งครัดในช่วงเข้าพรรษาด้วย

             มนุษย์ที่มาคอยดูทั้งสองฝั่งก็มีผลต่อ การพ่นบั้งไฟพญานาคด้วย เพราะถ้าปีไหนมี มนุษย์ไปดื่มเหล้าเมายามาก และต่างพากันส่ง เสียงดังเป็นการรบกวน ก็จะทำให้พญานาค ขาดสมาธิในการกลั่นใจให้เกิดเป็นบั้งไฟ พญานาค ให้เป็นดวงไฟสวยๆ ผ่านท้องน้ำ ขึ้นไปบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบนท้องฟ้า ปีนั้นบั้งไฟก็จะเกิดขึ้นน้อย และเกิดไม่ตรง ตามเวลา ซึ่งน่าเสียดายอย่างยิ่ง

             แต่ถ้าปีไหนมนุษย์ไปรวมกันด้วยความ สงบ มีการสั่งสมบุญต่างๆ ตั้งแต่เช้าของวัน ออกพรรษา เช่น มีการใส่บาตร เจริญภาวนา รักษาศีลและพร้อมใจกันสวดสรรเสริญพระพุทธคุณ ประสานงานร่วมใจกันบูชาพระสัมมา สัมพุทธเจ้าระหว่างมนุษย์และพญานาค ปีนั้น พญานาคก็จะเกิดจิตปีติยินดี สมาธิจะตั้งมั่น เป็นพิเศษ และสามารถสร้างเหตุอัศจรรย์อื่นๆ ยิ่งกว่าบั้งไฟตามมาอีกด้วย

             บั้งไฟพญานาค ไม่ใช่ปรากฏการณ์ตามธรรมชาติหรือสิ่งที่มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้น แต่ เป็นปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ เกิดด้วย แรงปีติ มหาปีติของพญานาค ซึ่งเจริญ พุทธานุสติบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเป็นการร่วมชุมนุมกันเป็นมหาสมาคม เพื่อสร้างบุญใหญ่ประจำปีของเหล่าพญานาค ทั้งสองแผ่นดินนั่นเอง

 

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร