อนาถบิณฑิกเศรษฐี คนอัศจรรย์ ที่บันลือลั่นไปทั่วภพสาม

วันที่ 05 กย. พ.ศ.2547

 

.....มหาเศรษฐีคนสำคัญในสมัยพุทธกาล ที่ถูกบันทึกไว้ในพระไตรปิฎก เป็นท่านหนึ่งที่องค์พระสัมมาสัมพุทธ เจ้าตรัสยกย่องเอาไว้ อุบาสกผู้เป็นต้นแบบมีศรัทธาตั้งมั่นในพระรัตนตรัย เป็นผู้เลิศทางด้านการถวายทาน เกียรติประวัติแบบอย่างแห่งความดีอันงดงาม ที่ควรค่าแก่การศึกษาและเรียนรู้

 

.....พระเดชพระคุณพระราชภาวนาวิสุทธิ์ ( หลวงพ่อธัมมชโย ) ท่านได้เมตตานำเรื่องราวท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี มาถ่ายทอดพร้อมกับจัดทำภาพประกอบเรื่องที่สวยงาม ให้แก่พระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา และสาธุชนผู้รักการปฏิบัติธรรมได้รับชมและรับฟังถ่ายทอดไปยังศูนย์สาขาทั่วโลกมาแล้ว ด้วยเห็นประโยชน์

 

.....และขณะนี้เนื้อหาสาระอันทรงคุณค่าจากข้างต้น ถูกนำมารวบรวมและเรียบเรียงถ่ายทอด เป็นตัวอักษรพร้อมภาพประกอบสวยงามทุก ๆ หน้าทีเดียว กว่า ๔๐๐ หน้า เพื่อจัดพิมพ์เป็นธรรมบรรณาการให้ทุก ๆ ท่าน เพื่อเป็นแบบอย่างการทำความดีตามบัณฑิตในกาลก่อนต่อไป

 

.....ท่านเศรษฐีได้สละทรัพย์สมบัติ เป็นจำนวนมากมาก เพื่อสร้างวัดพระเชตวันถวาย เป็นที่ประทับของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตลอดไปถึงเหล่าภิกษุสงฆ์ และเฝ้าอุปัฏฐากบำรุงเลี้ยง พระภิกษุสามเณรอย่างต่อเนื่อง มิให้ขาดเลยแม้สักวันเดียว จนกระทั่งแม้ทรัพย์ร่อยหรอลงเริ่มจะหมด แม้ถูกคัดค้านห้ามปราบให้ลดเลิก ไปเสียก็ตาม แต่ท่านก็ยังคงให้ทาน อยู่จนตลอดชีวิตของท่าน และยิ่งทำก็ยิ่งได้ จากทรัพย์ที่เกือบจะหมดไป กลับกลายเป็นเพิ่มกลับมาเสียอีก เช่นนี้ให้เห็นถึงบุญกันทันตาหรือไม่ มีที่ไปที่มาอย่างไร เหตุและผลมีกล่าวไว้อย่างชัดเจน

 

.....สถานที่สำคัญในทางพระพุทธศาสนา คือวัดพระเชตวันแห่งนี้ ยังใช้เป็นที่เผยแผ่พระพุทธศาสนา ที่สำคัญแห่งหนึ่งในยุคสมัยนั้น มีการจัดซื้อที่ดินเพื่อทำการสร้างวัด ถวายของเศรษฐีในยุคอดีต สมัยพระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์ ให้เห็นถึงความศรัทธาที่ทุ่มเทจริงจัง เพียงเริ่มต้นการหาที่สร้างก็แสดง ถึงคุณค่าและความสำคัญเป็นอย่างยิ่งแล้ว บางท่านถึงกันซื้อที่ดิน สร้างวัดถวายในพระพุทธศาสนา ด้วยการปูเรียงด้วยอิฐทองคำ บนพื้นที่ ๑ โยชน์ ( ๑๖ กิโลเมตร ) บ้าง ซื้อที่ด้วยการปูตาข่ายทองคำ บนพื้นที่ ๓ คาวุต คือ ๑๐๐ เส้น หรือซื้อจากปูด้วยรอยเท้าช้างทองคำ เต็มพื้นที่ครึ่งโยชน์ ถอดแบบรอยเท้าช้างมา หล่อด้วยทองคำแล้วนำมาปูต่อกัน ปูด้วยอิฐทองคำบ้าง ด้วยเต่าทองคำ ส่วนท่านอนาถบิณฑิกนำเงินมาปูเรียง ๑๘ โกฏิ บนพื้นที่ ๘ กรีส หลังจากนั้นท่านได้สร้างวัดขึ้น โดยเริ่มวางแผนการก่อสร้างวิหารก่อน รวมถึงสิ่งต่าง ๆ ภายในวัดอีกมากมาย จนเสร็จแล้วทำบุญถวายแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทำการฉลองวิหารตลอดอีก ๙ เดือน

 

.....ซึ่งที่จริงในยุคนั้น ผู้ที่ร่ำรวยกว่าท่านอนาถบิณฑิก เศรษฐีมีจำนวนมาก รวยเท่าท่านก็มาก แต่ทว่าคนเหล่านั้น ไม่ได้มีหัวใจอย่างท่านเลย และกว่าจะมาเป็นท่านได้ก็ตั้ง ความปรารถนามานานตั้งแสนกัป ทำบุญแล้วก็อาศัย เพื่อนำบุญมาเป็นตัวตั้งเป้าหมาย ตั้งผังแห่งชีวิตว่าจะต้องมาเป็นผู้บำรุงพระพุทธศาสนา เป็นสุดยอดของฝ่ายอุบาสกผู้ถวายทานของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ใดพระองค์หนึ่ง

 

.....เนื้อหาที่ถูกคัดมานี้ ประกอบด้วย ความศรัทธาเมื่อได้พบ องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ปรารถนาสร้างวัดถวายไว้ในพระพุทธศาสนาของพระองค์ มีเนื้อนาบุญแล้วทั้งสถานที่ บุคคลอันเลิศ จึงเป็นทั้งผู้กระทำเอง และชัก ชวนผู้คนให้มีศรัทธาทำความดีเช่นกัน นำผู้ไม่มีศรัทธาให้กลับมาศรัทธา

 

.....จวบจนวาระสุดท้ายแห่งชีวิตของท่าน ผู้สร้างผังชีวิตที่ดีให้ตนเองเร่ง สร้างบารมีอย่างเต็มที่ตลอดชีวิต และทุกภพทุกชาติที่ท่านเกิดมาเป็นมนุษย์ ทุกชาติไม่มีว่างเว้น จากการสร้างมหาทานบารมี จนสมปรารถนาที่ได้ตั้งใจเอาไว้

 

.....ความปรารถนาไม่ใช่ความโลภเลย เพราะก็คือการตั้งเป้าหมายว่า เราจะเอาบุญที่ทำไปแล้วนี้ ไปเพื่อใช้อะไร มีวัตถุประสงค์อะไร มีท่านผู้รู้ทำมาก่อนแล้วทั้งนั้น

 

.....เกี่ยวกับวัตถุประสงค์การ ให้ทานที่ถูกหลักวิชามีอยู่ด้วยกัน ๔ ประการคือ การให้เพื่อชำระกิเลส ความหวง แหนที่มีอยู่ในใจให้หมดลงเรียกว่า บริจาค ให้เพื่อตอบแทนคุณความดี เรียกว่า ปฏิการทาน การให้เพื่อสงเคราะห์ เรียก สังคหทาน และการให้เพื่ออนุเคราะห์ เรียก อนุคหทาน จาก “ ทาน . บันไดขั้นแรกสู่สวรรค์และนิพพาน ” ผู้อ่านจะเกิดความรู้ ความเข้าใจได้ดียิ่งขึ้น ในสิ่งที่ตนกระทำว่าดีอย่างไร โดยชัดเจน ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร . ๐๒ – ๕๒๔ – ๐๒๕๗ – ๖๓ ค่ะ

 

สุพัฒนะ