จันทร์วันเพ็ญเดือนสิบ หลวงปู่วัดปากน้ำ บรรลุธรรมกาย

วันที่ 27 กย. พ.ศ.2547

 

 

..... “ วันนี้เป็นไงเป็นกัน หากเราไม่บรรลุธรรมที่พระบรมไตรโลกนาถได้บรรลุละก็ เราจะถวายชีวิตเป็นพุทธบูชา หากว่าเราจะต้องตายไปในครั้งนี้ ก็จะได้เป็นเยี่ยงอย่างแก่ผู้ที่จะตามมาภายหลัง จะได้ยึดถือเป็นแบบปฏิบัติต่อไป ก็จะได้อานิสงส์อีกโสตหนึ่ง ”

จั นทร์วันเพ็ญเดือนสิบ ลอยฟ่องฟ้าอยู่ท่ามกลางดวงดาวที่ดารดาษระยิบระยับ สาดแสงนวลลูบไล้ไปทั่ว กระทบพื้นน้ำคลองบางกอกน้อยที่มีลมอ่อนๆ พัดระลอกให้พลิ้วเข้าสู่ฝั่งมิขาดสาย สายฝนที่เพิ่งขาดเม็ดเมื่อตอนค่ำ ยังคงทิ้งหยาดละอองน้ำติดค้างอยู่ตามใบหญ้า สะท้อนรับแสงจันทร์ดูแพรวพราวราวกับหยาดเพชรที่โปรยปรายเอาไว้

ภายในโบสถ์วัดบางคูเวียง ดูเงียบเชียบวังเวง ได้ยินแต่เสียงหรีดหริ่งเรไรดังแผ่วๆ มาจากข้างนอก แสงจันทร์ที่ส่องผ่านหน้าต่างบานใหญ่เข้ามา ช่วยให้มองเห็นพระปฏิมากรประดิษฐานอยู่บนแท่นและทุกสิ่งภายในโบสถ์ได้อย่างชัดเจน บนพื้นเบื้องล่างตรงพระพักตร์องค์พระปฏิมากร สมณะรูปหนึ่งนั่งสงบนิ่งอยู่ในท่าขัดสมาธิคู้บัลลังก์ กายตั้งตรงไม่ไหวติงเสมือนสิ่งไร้ชีวิต นานแสนนาน…

จวบจนแสงจากดวงจันทร์ที่เคลื่อนคล้อยหลังเที่ยงคืน สาดปะทะร่างจนเห็นได้ทั้งองค์ คะเนอายุราว ๓๐ เศษ รูปร่างสันทัด หน้าผากกว้างบ่งบอกถึงลักษณะของผู้ทรงปัญญาอันล้ำเลิศ ลมเย็นพัดมาวูบหนึ่ง ผ้ากาสาวพัสตร์ที่ครองอยู่สั่นพลิ้วน้อยๆ พร้อมกับมีเสียงถอนลมหายใจยาว ดังจนได้ยินชัด รอยยิ้มค่อยๆ ปรากฎขึ้นบนมุมปาก ใบหน้าอิ่มเอิบเต็มไปด้วยความปรีดาปราโมทย์ รำพึงออกมาเบาๆ

“ เออ… มันยากอย่างนี้นี่เอง ถึงไม่บรรลุกัน ความเห็น ความจำ ความคิด ความรู้ ต้องรวมหยุดเป็นจุดเดียวกัน เมื่อหยุดแล้วจึงดับ เมื่อดับแล้วจึงเกิด ”

เสียงรำพึงเงียบลงในฉับพลัน ขยับกายเล็กน้อยคืนสู่ท่าสงบ ขับความปีติที่บังเกิดขึ้นให้หมดสิ้นไป หลับตาเพ่งพิจารณาธรรม ทบทวนให้แน่ใจทั้งอนุโลมและปฏิโลม

ความปีติเป็นศัตรูของสมาธิ แต่ก็เป็นการยากแก่พระภิกษุรูปนี้ที่จะระงับมิให้ความปีติเกิดขึ้นได้ เพราะนับเป็นความสำเร็จในความพากเพียรพยายามเป็นเวลานาน ตลอดระยะเวลา ๑๑ พรรษาในชีวิตสมณเพศ นับตั้งแต่สละฆราวาสวิสัยจากหนุ่มพ่อค้าข้าว ซึ่งในสมัยโน้นพอเอ่ยชื่อ “ สด มีแก้วน้อย” บรรดาพ่อค้าและชาวนาอำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ต่างรู้จักกันดีว่าเป็นพ่อค้าข้าวที่ขยันหมั่นเพียร สัตย์ซื่ออารีอารอบ น่าจะเป็นพ่อค้าที่มั่งคั่งและมีอนาคตไกลคนหนึ่ง

แต่สิ่งเหล่านี้มิใช่สิ่งปรารถนา เพราะได้ตั้งจิตมุ่งตัดปลิโพธและอาลัยเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์อันเป็นธงชัยของพระอรหันต์ ศึกษาธรรมของพระผู้พิชิตมารให้บรรลุจนได้

แม้ว่าคืนนี้จะเป็นคืนวันเพ็ญ เห็นมีเพียงดาวดวงเล็กๆ ที่เพิ่งทอแสงมา ดวงจันทร์ยังถูกบดบังด้วยเมฆครึ้ม แต่ขึ้นชื่อว่า ดวงศศิธร ย่อมอับแสงแห่งรัศมีได้เพียงครั้งคราว ไม่อาจถูกหมู่เมฆบางเบา พลิ้วผ่านบังแสงนวลได้นิรันดร์กาล ฉันใด หมู่ชนผู้หลงทางแห่งอวิชชาก็ฉันนั้น ยังต้องสะทกสะท้านหวั่นไหว ด้วยบุรุษอาชาไนยผู้นี้ หาญกล้าค้นคว้าถากถางหนทางแห่งความหลุดพ้น ที่พระพุทธองค์ทรงสั่งสอนไว้ให้มหาชนได้ประจักษ์ เป็นแสงธรรมสว่างไสว ณ กลางดวงใจตราบนานเท่านาน ท่านทั้งแนะ ทั้งนำ และทำให้ดูเป็นแบบอย่าง ในฐานะ “ ครูผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย”

ย้อนไปเมื่อ ๘๗ ปีที่แล้ว ในคืนเพ็ญ เดือน ๑๐ ปีพุทธศักราช ๒๔๖๐ ภายในพระอุโบสถ วัดโบสถ์ ( บน) ต. บางคูเวียง จ. นนทบุรี คือวันที่โลกจะต้องจารึกลงในหน้าประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ เมื่อพระภิกษุหนุ่มผู้คงแก่เรียนรูปหนึ่ง นามว่า สด จนฺทสโร ผู้บวชเรียนศึกษาพระธรรมวินัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทั้งปริยัติและปฏิบัติอย่างอุกฤษฏ์ ได้ตั้งสัตยาธิษฐานแสดงความอ้อนวอนต่อพระพุทธองค์ เบื้องหน้าพระประธานในโบสถ์ว่า

“ ขอพระองค์ได้ทรงโปรดประทานธรรมแก่ข้าพระพุทธเจ้าด้วยเถิด หากว่าการบรรลุธรรมของข้าพระพุทธเจ้าจะเกิดประโยชน์แก่พระพุทธศาสนาอย่างมหาศาลแล้วละก็ ขอจงได้ประทานเถิด ข้าพระพุทธองค์จะรับอาสา เป็นทนายแก้ต่างให้แก่พระพุทธศาสนา หากว่าไม่เกิดประโยชน์แล้วไซร้ ขออย่าได้ทรงประทานเลย ข้าพระพุทธเจ้าขอถวายชีวิต อัตภาพนี้ เป็นพุทธบูชาแด่พระองค์”

ขณะนั้นฝนเริ่มตกลงมา ทำให้อากาศเยือกเย็นไปทั่วบริเวณ ท่านเริ่มนั่งหลับตา ขัดสมาธิคู้บังลังก์ ภาวนา “ สัมมา อะระหัง” เรื่อยไป

ดวงกลมโตใสบริสุทธิ์ ขนาดเท่าฟองไข่แดงของไก่ ซึ่งติดอยู่ที่ศูนย์กลางกายเมื่อตอนเพล ขณะนี้ยิ่งใสสว่างมากขึ้นและขยายใหญ่ขนาดเท่าดวงอาทิตย์ ใสเหมือนกระจกคันฉ่องส่องเงาหน้า เห็นอยู่อย่างนั้นนานนับหลายชั่วโมง จากทุ่มเศษขณะนี้เลยเที่ยงคืนไปหนึ่งชั่วนาฬิกา ดวงใสก็ยังคงสว่างอยู่อย่างนั้น โดยท่านไม่ทราบว่าท่านจะทำอย่างไร เพราะทุกสำนักที่ท่านได้ศึกษามาไม่เคยมีประสบการณ์เช่นนี้ ขณะที่นิ่งอยู่นั้น...เสียงหนึ่งผุดขึ้นมาจากกลางดวงนั้นว่า “ มัชฌิมา ปฏิปทา ”

อา … ทางสายกลาง ไม่ตึงนักไม่หย่อนนักในความหมายของปริยัติ แต่ขณะที่เสียงแผ่วเข้ามาในความรู้สึก พลันก็เห็นจุดเล็กๆ เรืองแสงสว่างวาบขึ้นมาจากกลางดวง เสมือนจุดศูนย์กลางของวงกลม ความสว่างของจุดนั้นสว่างกว่าดวงกลมรอบๆ ท่านมองเรื่อยไป พลางคิดในใจว่า นี่กระมังทางสายกลาง จุดเล็กที่เราเพิ่งเห็นเดี๋ยวนี้อยู่กึ่งกลางดวงพอดี ลองมองดูซิจะเกิดอะไรขึ้น

พลันปรากฏ จุดนั้นค่อยๆ ขยายแล้วโตเท่ากับดวงเดิม ท่านมองเรื่อยไป เห็นดวงใหม่ลอยขึ้นมาแทนที่ เหมือนน้ำพุที่ลอยขึ้นมาแทนที่กันฉะนั้น ต่างแต่ใสยิ่งขึ้น

ในที่สุดจึงเห็นกายต่างๆ กระทั่งถึง “ พระธรรมกาย” มีลักษณะเป็นองค์พระปฏิมากรเกตุดอกบัวตูม ใสบริสุทธิ์ยิ่งกว่าพระพุทธรูปบูชาองค์ใดที่เคยเห็นมา เสียงพระธรรมกายกังวานขึ้นมาอีกครั้ง ได้ยินกับหูมนุษย์ว่า “ ถูกต้องแล้วๆ ” แล้วก็หับพระโอษฐ์ทันที ความรู้สึกปิติบังเกิดขึ้น

นับแต่นั้นเป็นต้นมา หลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ได้เริ่มศึกษาค้นคว้าเพื่อหาที่สุดแห่งธรรม ยิ่งค้นยิ่งแตกฉานเชี่ยวชาญ เจริญหนักขึ้นจึงเริ่มเผยแผ่คำสอนออกไป กระทั่งมีผู้ปฏิบัติจนรู้เห็นธรรมตามมากมาย ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่า สิ่งที่ท่านได้ค้นพบนั้นมีอยู่จริงในพระพุทธศาสนา

การที่ท่านค้นคว้าวิชชาธรรมกายกลับคืนมาให้เราได้นั้น มิใช่เรื่องง่าย ตัวท่านเองกล่าวว่า ต้องใช้ชีวิตเป็นเดิมพันถึงสองครา จะปฏิบัติให้เข้าถึงเองก็ยาก แม้จะหาผู้ปฏิบัติให้เข้าถึงตามอย่างท่านก็ยาก ครั้นเมื่อท่านได้เข้าถึงแล้ว ก็มิได้เก็บไว้เพียงลำพัง กลับเมตตาแบ่งปันความรู้นั้นให้เป็นประโยชน์แก่ชาวโลก พากเพียรพร่ำสอนอย่างไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย

จึงนับได้ว่าหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ มีพระคุณอันมหาศาลต่อชาวโลกเกินกว่าจะนับประมาณได้ ท่านทำให้มหาชนได้รับรู้ในสิ่งที่ถูกต้อง ถึงคุณค่าแห่งธรรมะที่มีภายในตน

ดังนั้น เมื่อถึงวันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐ ของทุกปี เหล่าศิษยานุศิษย์ไม่ว่าจะอยู่แห่งหนตำบลใด ต่างพร้อมใจกันน้อมนบบูชาครู ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย ด้วยความเคารพสักการะอย่างสูงสุด ร่วมกันรำลึกถึง วันคล้ายวันเข้าถึงธรรมอันสำคัญ ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันอังคารที่ ๒๘ กันยายน พ. ศ. ๒๕๔๗ เพราะหากไม่มีหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ที่ยอมสละชีวิตเป็นเดิมพันในวันนั้น คงไม่มีพวกเราที่พบหนทางสว่างในวันนี้

คนจริง … ย่อมได้พบของจริงในที่สุด เฉกเช่นพระเดชพระคุณพระมงคลเทพมุนี ยอดมหาปูชนียาจารย์ ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย แสดงให้เห็นแล้วว่า บุคคลใดก็ตามเมื่อจะทำงานใหญ่ หรือทำในสิ่งที่ทำได้ยากได้สำเร็จ ย่อมบังเกิดมหาปีติ เกิดกำลังใจพากเพียรไม่ย่อหย่อน มีปัญญาบริสุทธิ์เพิ่มขึ้นทับทวี ต่อไปภายหน้าไม่ว่าจะมีอุปสรรคเกิดขึ้นหนักหนาเพียงใด เรื่องความ ท้อแท้ หรือ

พ่ายแพ้ ไม่ไยต้องเอ่ยถึง

โอกาสของความสำเร็จทุกอย่างอยู่ที่ความตั้งใจ… การรู้จักตน… และการเริ่มต้น

ถ้าเรามีความตั้งใจแน่วแน่ รู้จักนำคุณธรรมความสามารถที่มีอยู่ในตนออกมาใช้อย่างเต็มที่ สำคัญที่สุด คือตัดสินใจเริ่มต้นเสียแต่บัดนี้ จะไม่มีคำว่า ผิดหวัง ในพจนานุกรมชีวิตอีกต่อไป

 

อุบลเขียว

 

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร