122 ปี พระมงคลเทพมุนี

วันที่ 10 ตค. พ.ศ.2549

 

“...กลางนี่ ลึกซึ้งนัก ไม่มีใครรู้ ใครเข้าใจกันเลย
ธรรมที่เรียกว่าข้อปฏิบัติอันเป็นกลางน่ะ
ปฏิบัติ แปลว่า ถึงเฉพาะซึ่งกลาง...”

 

โอวาทพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร)

 

       อมตะโอวาทอันทรงคุณค่า ที่พระเดชพระคุณพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) หลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ได้มอบไว้ให้กับอนุชนคนรุ่นหลังนั้น ไม่ใช่เป็นเพียงคำนิยามทั่วไปที่มีความหมายดาษดื่น แต่คือสุดยอดแห่งธรรมปฏิบัติที่แลกมาด้วยชีวิตเป็นเดิมพัน ทุกคำจึงกลั่นมาจากความบริสุทธิ์ล้วนๆ เป็นดังถ้อยคำเพชร ถ้อยคำพลอยอันสูงส่ง คือ สัจจะวาจา ที่ไม่ทิ้งข้อกังขาใดๆ ไว้ในใจ จึงเป็นที่มาของความหมายว่า “คำเดียว ใช้ไปได้ตลอดชาติ”

 

       10 ตุลาคม พุทธศักราช 2549 เป็นวันที่มีความหมายอย่างยิ่งต่อเหล่าศิษยานุศิษย์ผู้เคารพบูชาพระมงคลเทพมุนี ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย เพราะย้อนหลังไปเมื่อ 122 ปีก่อน ท่านได้ถือกำเนิดขึ้นบนแผ่นดินกลางน้ำ รูปทรงใบบัว ณ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี

 

         การบังเกิดขึ้นของพระมงคลเทพมุนี หรือ หลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความสว่างไสวของโลก เพราะท่านได้อุทิศชีวิตในการค้นพบวิชชาแห่งการตรัสรู้ธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่สูญหายไปหลังพุทธปรินิพพาน 500 ปี และได้ชี้บอกขุมทรัพย์อันยิ่งใหญ่ว่า ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 คือ กุญแจแห่งการไขความลับทั้งมวลของชีวิต ดังนั้น หากไม่มีท่านถือกำเนิดขึ้นมา คงไม่มีพวกเราเหล่าขุนพลกล้าแห่งกองทัพธรรม ที่ได้มาร่วมสร้างบุญบารมีในวันนี้ และ โลกคงมืดมิดด้วยถูกอวิชชาครอบงำต่อไป

 

         ช่องว่างระหว่างสองพันปีที่ความรู้อันทรงคุณค่าได้สูญหาย ช่างเหมือนกับช่วงเวลาแห่งความอาภัพของโลก แม้มนุษย์จะมีพระธรรมกายภายใน แต่หากไร้ซึ่ง “ผู้ชี้แนะ” ชีวิตนี้คงไร้แก่นสาร การบังเกิดขึ้นของหลวงปู่วัดปากน้ำ จึงนับเป็นนิมิตหมายของการปิดนรก เปิดสวรรค์ และชี้หนทางพระนิพพานให้กับมวลมนุษยชาติอย่างแท้จริง
พิธีประดิษฐานดวงแก้ว ณ แผ่นดินกลางน้ำ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี

 

          ในวาระครบรอบ 122 ปี วันคล้ายวันก่อเกิดกายเนื้อของยอดมหาปูชนียาจารย์ ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย อันเป็นจุดเริ่มต้นของ “กายธรรม” อันประเสริฐ เหล่าศิษยานุศิษย์ของหลวงปู่วัดปากน้ำทุกคน จึงพร้อมใจกันร่วมกันสถาปนามหาวิหารพระมงคลเทพมุนี ให้สถิตสถาพรยังแผ่นดินเกิดของท่าน ในวันที่ 10 ตุลาคม 2549

 

         ซึ่งบ้านเกิดของหลวงปู่เป็นเรือนไม้ ตั้งอยู่บนแผ่นดินรูปใบบัว ล้อมรอบด้วยธารน้ำ ณ หมู่บ้านเหนือ ตำบลสองพี่น้อง อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ฝั่งตรงข้ามฟากคลองคือวัดสองพี่น้อง ซึ่งเดิมมีสะพานไม้เชื่อมข้ามคลอง เดินไปมาติดต่อกันได้สะดวก แม้ปัจจุบันนี้หมู่บ้านที่ตั้งเดิมจะเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย แต่ยังคงสภาพผืนดินใบบัวอันศักดิ์สิทธิ์ ที่จารึกเกียรติประวัติอันทรงคุณค่าของพระมหาเถระ ผู้ทรงคุณูปการใหญ่หลวงต่อพระพุทธศาสนา ในยุครัตนโกสินทร์อย่างไม่เสื่อมคลาย

 

          ในวันนั้นเราจะได้พร้อมใจกันประกอบพิธีประดิษฐานดวงแก้ว เป็นปฐมเริ่มในการก่อสร้างมหาวิหารพระมงคลเทพมุนี บนผืนดินใบบัวแห่งนี้ ซึ่งเวลาดี เวลาสว่าง ๑๗.๐๐ น. ลูกหลานหลวงปู่ไม่ว่าจะอยู่แห่งหนใด พร้อมใจกันร่วมประกอบพิธีทั่วโลก

 

         มหาวิหารพระมงคลเทพมุนีที่กำลังจะบังเกิดขึ้น มีลักษณะเป็นรูปทรงภูเขาทอง ๘ เหลี่ยม ภายในบันทึกประวัติการสร้างบารมีของท่านตั้งแต่ปฐมวัย มัชฌิมวัย และปัจฉิมวัย ศูนย์กลางคือรูปหล่อทองคำให้เราได้กราบไหว้บูชา เพื่อจะนำแบบอย่างคุณธรรมของท่านมาเป็นกำลังใจ และแบบแผนในการดำเนินชีวิต อีกทั้งยังเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทิตา สืบสานมโนปณิธานอันยิ่งใหญ่ของยอดมหาปูชนียาจารย์ ที่จะเผยแผ่วิชชาธรรมกายให้กว้างไกลออกไปทั่วโลก

 

          พิธีกรรมในวันนี้ จึงนับเป็นวันประวัติศาสตร์แห่งการสร้างความดีครั้งสำคัญอีกวันหนึ่ง เพื่อความรุ่งเรืองแห่งพระพุทธศาสนาในวันข้างหน้า ไปอีกนานนับพันปี ทุกท่าน ณ ที่นี้ จึงถือเป็น บุคคลประวัติศาสตร์ที่คนรุ่นหลังจักต้องจารึกเป็นตำนาน เล่าขานเรื่องราวการสร้างบารมีอย่างไม่รู้จักจบสิ้น

 

          (กิจกรรมงานบุญในวันอังคารที่ 10 ตุลาคม เริ่มในภาคเช้าที่วัดพระธรรมกาย จ.ปทุมธานี ตั้งแต่เวลา 9.00 น.ปฏิบัติธรรมเจริญสมาธิภาวนา เวลา 11.00 น. ถวายภัตตาหารเป็นสังฆทานแด่พระภิกษุสามเณร ในตอนบ่าย ร่วมรับฟังพระธรรมเทศนา จนกระทั่งในเวลา 15.30 น. ออกเดินทางไปร่วมประกอบพิธีปฐมเริ่มในการ ก่อสร้างมหาวิหารพระมงคลเทพมุนี ณ แผ่นดินรูปดอกบัว อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี )

 

โดย… อุบลเขียว