เกียรติบัตรแห่งความดี

วันที่ 11 ตค. พ.ศ.2549

       การทำทาน เป็นหลักคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ได้จารึกไว้ในพระไตรปิฎก ในเรื่องของมงคลชีวิต ๓๘ ประการ ถือเป็นหลักของการดำรงชีวิตอย่างถูกต้องของเหล่าศาสนิกชนทั้งหลายทั่วโลก ซึ่งการทำทานเป็นการให้ที่ไม่หวังผลตอบแทนโดยหมายให้ผู้ได้รับได้พ้นจากทุกข์ อีกทั้งผู้ให้ยังได้รับความสุขทั้งกายและใจถือเป็นความดีและยังได้บุญกุศลอีกด้วย สมดังคำกล่าวที่ว่า “ควรบำเพ็ญ ซึ่งทาน คือการให้ ท่านว่าไว้ สวยงาม สามสถาน หนึ่งให้ของ สองธรรมะ ขนะมาร อภัยทาน ที่สาม งามเหลือเกิน”

การประพฤติปฏิบัติตามหลักธรรมคำสั่งสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในเรื่องของการให้ทาน ด้วยการทำหน้าที่เป็นผู้ให้การสนับสนุนงานบริการโลหิตของสภากาชาดไทย เป็นต้นนี้ ถือเป็นให้ความมีน้ำใจ การเสียสละต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เป็นการทำบุญเพื่อสงเคราะห์แก่โลก ทั้งนี้วัดพระธรรมกายก็เป็นอีกวัดหนึ่งที่ได้ทำหน้าที่เป็นผู้ให้การสนับสนุนงานบริการโลหิตของสภากาชาดไทยมายาวนานกว่า ๑๐ ปีแล้ว จนทำให้ได้รับเกียรติบัตรจากศูนย์บริการโลหิต สภากาชาดไทยอีกด้วย ทั้งนี้มีวัดที่เข้ารับเกียรติบัตรด้วยกันทั้งสิ้น ๒๗ วัด โดยจัดพิธีมอบเกียรติบัตรประกาศคุณความดี คุณประโยชน์ขึ้นในวันที่ ๒๘ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๔๙ ซึ่งการมอบเกียรติบัตรครั้งนี้ สมเด็จพระพุฒาจารย์ ประธานคณะผู้ปฏิบัตหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร มาเป็นประธานในการมอบเกียรติบัตร และมีนายวัลลภ เจียรนนท์ ประธานคณะกรรมการจัดหาและส่งเสริมผู้ให้โลหิต แห่งสภากาชาดไทย เป็นผู้กล่าวรายงาน โดยมีพระมหาสุราช ชาติชญฺโญ จากวัดพระธรรมกายเป็นตัวแทนในการรับมอบเกียรติบัตรจากศูนย์บริการโลหิต สภากาชาดไทย

หลังจากพิธีมอบเกียรติบัตรเสร็จเรียบร้อยแล้ว สมเด็จพระพุฒาจารย์ ยังได้เมตตาให้โอวาทและกล่าวสัมโมทนียกถา ถึงความเป็นผู้มีน้ำใจมีความเสียสละต่อเพื่อนมนุษย์ถือว่าได้ทำตามพระโอวาทขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างถูกต้องและดีงาม

อนึ่ง การทำหน้าที่เป็นผู้ให้การสนับสนุนงานบริการโลหิตหรือเป็นผู้บริจาคโลหิตนั้น ก็ถือว่าเป็นการให้ทานด้วยการเสียสละเวลาอันมีค่าเพื่อมาอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ที่มาบริจาคโลหิต เพื่อให้เขาได้บุญในการบริจาคโลหิต ทำให้ทั้งผู้ที่ให้บริการและผู้ที่มาบริจาคได้มีความสุขทั้งกายและใจด้วยกันทั้งสองฝ่าย ถือเป็นการปฏิบัตตามหลักคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างแท้จริง