เหตุผลที่ไม่ควรนำบริษัทสุราเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

วันที่ 09 ตค. พ.ศ.2548

         

1.สุรา ไม่ใช่สินค้าธรรมดา

          สุราไม่ใช่สินค้าธรรมดาเหมือนสินค้าอื่น ๆ ทั่วไป เนื่องจากสุราเป็นสินค้าที่มีโทษมาก เป็นสารพิษทำลายอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายมากมาย ก่อให้เกิดอาการเมา ทำให้เกิดการทะเลาะวิวาท และอุบัติเหตุตามมาอีกมากมาย ตลอดจนก่อให้เกิดการเสพติดที่ทำให้ต้องดื่มต่อเนื่องเลิกได้ยาก ยิ่งทำให้ปัญหาต่าง ๆ เรื้อรังยากจะเยียวยา

ผลกระทบจากการเมาและโทษของแอลกอฮอล์เหล่านี้ส่งผลกระทบหลายประการ ได้แก่ การทะเลาะวิวาท ,ความรุนแรงในครอบครัว ,ความรุนแรงนอกครอบครัว ,อาชญากรรม ,ปัญหาสุขภาพ ทั้งกายและจิตประสาท ,อุบัติเหตุ

2.รายได้ไม่คุ้มรายจ่ายสำหรับภาครัฐ

ก) ความเสียหายมีมากมาย เฉพาะที่คำนวณเป็นตัวเงินทางเศรษฐกิจ มีมูลค่าประมาณ 33,652.5 ล้านบาท ได้แก่: ค่าใช้จ่ายในการบำบัดรักษาโรค ,ต้นทุนเวลาในการบำบัดโรค,ต้นทุนเวลาในการขาดงาน ,มูลค่าการสูญเสียชีวิตจากการเจ็บป่วย,มูลค่าการสูญเสียชีวิต และการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ , มูลค่าการรักษาอุบัติเหตุ , มูลค่าการสูญเสียรายได้จากการรักษาอุบัติเหตุ

ข) ที่ยังไม่ได้คำนวณเป็นตัวเงินมีอีกมากมาย ได้แก่ ความเสียหายที่เกิดกับครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่เกิดปัญหากับหัวหน้าครอบครัว ,ความรุนแรงทางสังคม (อาชญากรรม) ,ความสูญเสียอนาคต (รายได้) จากการพิการ, ความเสียหายทรัพย์สินต่าง ๆ ,และอื่น ๆ อีกมากมาย

ค) สิ่งที่หลงเหลือกับครอบครัว สังคม และประเทศชาติ คือ การเจ็บป่วยและ/หรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ,การทะเลาะวิวาท ,โรคต่าง ๆ ,การสูญเสียการผลิต และภาระการดูแลผู้เจ็บป่วยของครอบครัว ภาวะความเศร้าโศกเสียใจ ความเคียดแค้น , อาชญากรรม ความรุนแรง ความไม่ปลอดภัยในสังคม ,ภาวการณ์เลี้ยงดูเด็กแบบไม่เหมาะสม เนื่องจากปัญหาครอบครัว ซึ่งเปรียบเสมือนการสร้างระเบิดเวลาให้สังคม

ง) แม้รัฐได้รายได้จากภาษีสรรพสามิต เช่นในปี 2546 รัฐจัดเก็บได้จากธุรกิจสุราและเบียร์ (ทุกยี่ห้อ) เป็นเงิน 62,633 ล้านบาท แต่รายได้นี้ก็มาจากรายจ่ายของประชาชนไม่ต่ำกว่า 200,000 ล้านบาท

จ) สรุป คือ บริษัทในอุตสาหกรรมสุราได้กำไรมาก,รัฐได้กำไรน้อย ,ประชาชน สังคม และประเทศชาติขาดทุนย่อยยับและเต็มไปด้วยบาดแผลของสังคม

3. เงินทุนมาก ผลิตมาก การตลาดมาก บริโภคมาก ผลกระทบมาก

ก) ธุรกิจสุรารุกขยายตัวอยู่ตลอดเวลา (ทุ่มงบโฆษณาและการตลาด ตลอดจนออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ) ตัวอย่างความเคลื่อนไหว ได้แก่“บาคาร์ดี” ระบุปรับโครงสร้างภาษีกระทบตลาดน้ำเมายิ่งแข่งดุ เร่งเครื่องหาตลาดใหม่ ปูพรมตลาดไวท์ สปิริต ทุ่มงบกว่า 10 ล้านบาท ดันบอมเบย์ แซฟไฟร์แจ้งเกิด ขานรับแทรนด์ค็อคเทล-สถานบันเทิง พรีเมียมบูม พร้อมส่งแบรนด์เกรกุช วอดก้าพรีเมียเสริมทัพ มั่นใจสิ้นปีกวาดรายได้ 1,000 ล้านบาท โต 7 % (ข่าวผู้จัดการรายวัน 10 มี.ค.48)

ข) หากธุรกิจสุราเข้าตลาดได้ จะเกิดผลกระทบที่ส่งผลให้เกิดการบริโภคมากขึ้น

ธุรกิจสุราพร้อมที่จะทุ่มงบประมาณเพื่อทำการตลาดเพื่อขยายฐานลูกค้าหรือรุกเข้าสู่กลุ่มเป้าหมายกลุ่มใหม่ เพื่อให้มีผู้ดื่มมากขึ้น และเพื่อผลกำไรของตนเองซึ่งมากมายกว่าที่ลงทุนไปมาก หากธุรกิจสุราสามารถระดมเงินทุนได้มากขึ้น จะทำให้มีความสามารถในการผลิตมากขึ้น ทำให้ราคาถูกลง ผู้บริโภคสามารถบริโภคในปริมาณที่มากขึ้นในค่าใช้จ่ายเท่าเดิมอีกทั้งเงินทุนที่มาก ทำให้ธุรกิจสุราสามารถทำการตลาดได้มากขึ้นย่อมส่งผลให้เกิดการบริโภคมากขึ้นด้วยแน่นอน

4. ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับธุรกิจสุรามากขึ้น การดำเนินการควบคุมการบริโภคสุราจะทำได้ยากขึ้น

ก)เมื่อธุรกิจสุราเข้าตลาดได้ ย่อมมีผู้ถือหุ้นซึ่งถือเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพิ่มมากขึ้น อาจทำให้เกิดภาวะการปกป้องธุรกิจ ส่งผลให้เกิดการคัดค้านนโยบายควบคุมการบริโภคสุรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายควบคุมด้านอุปทาน ซึ่งได้แก่ มาตรการการขึ้นภาษี,มาตรการควบคุมความแพร่หลายของการจำหน่ายและการดื่ม ,มาตรการควบคุมโฆษณาและการส่งเสริมการขาย,มาตรการควบคุมการน้ำเข้าและการออกแบบผลิตภัณฑ์ ย่อมส่งผลให้เกิดบริโภคมากขึ้นได้เช่นกัน

ข) เนื่องด้วยนโยบายควบคุมการบริโภคสุราจะส่งผลกระทบต่อการทำกำไรของบริษัทสุรา ซึ่งจะส่งผลต่อราคาหุ้นของธุรกิจสุรา อาจเป็นผลให้ตลาดดัชนีหลักทรัพย์ (Set index) อ่อนไหวตาม ย่อมอาจทำให้มีผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมือง จนเกิดผลกระทบกลับมายับยั้งการดำเนินนโยบายเพื่อควบคุมการบริโภคสุราในที่สุด ย่อมส่งผลให้เกิดการบริโภคมากได้เช่นกัน ดังเช่นการวิเคราะห์จากผู้จัดทำการสำรวจคอร์รัปชันในเอเชียของเพิร์ค (บริษัทที่ปรึกษาทางการเมืองและเศรษฐกิจ )ที่ระบุว่า อินโดฯ ครองอันดับหนึ่งของการคอร์รัปชัน และไทยเป็นอันดับที่ 7 ผู้จัดทำการสำรวจระบุว่าประเทศไทยมีภาพลักษณ์ดีขึ้นจากการปราบคอร์รัปชัน แต่ก็ยังมีกฎหมายและวิธีปฏิบัติที่เอื้อประโยชน์อุตสาหกรรม และธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีสัมพันธ์นักการเมืองทรงอิทธิพล (นสพ.กรุงเทพธุรกิจ 9 มี.ค. 48)

5.สร้างค่านิยมใหม่ทางลบแก่สังคม และนำร่องธุรกิจสีเทาอื่น ๆ เข้าตลาดฯ

ก) อันตรายจากธุรกิจสีเทามีมาก

ธุรกิจสีเทา ได้แก่ ธุรกิจที่ล่อแหลมต่อการเกิดผลเสียทางสังคม ได้แก่ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอบายมุขต่าง ๆ เช่น ธุรกิจอาบอบนวดซึ่งเกี่ยวกับการเที่ยวกลางคืน และการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสม ธุรกิจการพนัน ธุรกิจสุรา และยาเสพติดทั้งหลาย เป็นต้น

อันตรายของธุรกิจเกี่ยวกับอบายมุขมีมากมายตั้งแต่ ทำให้ประชาชนหมกมุ่น เสียเวลา เสียเงิน เกิดผลกระทบในครอบครัวและสังคม เช่น การทะเลาะวิวาท และอุบัติเหตุ

ข) แนวโน้มการเข้าตลาดของธุรกิจสีเทา

- มีความพยายามคิดนำธุรกิจอาบอบนวดเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแต่ไม่เป็นผลสำเร็จ (หนังสือมติชนสุดสัปดาห์ วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2548 ปีที่ 25 ฉบับที่ 1279)

- ในประเทศออสเตรเลียมีการจดทะเบียนซ่องโสเภณีในตลาดหลักทรัพย์ (ซ่องแรกและซ่องเดียวของโลก)

ค) สร้างค่านิยมทางลบแก่สังคม (เห็นธุรกิจอบายมุขเป็นเรื่องธรรมดา) และนำร่องธุรกิจสีเทาอื่น ๆ เข้าตลาด

          หากตลาดหลักทรัพย์ยอมรับธุรกิจสุราเข้าตลาดฯต่อไปในอนาคตจะทำให้ประชาชนและเยาวชนรุ่นใหม่เกิดค่านิยมยอมรับธุรกิจอบายมุขเพื่อการทำกำไรสูงสุดโดยไม่คำนึงถึงศีลธรรมและผลกระทบที่เกิดกับสังคม และยิ่งไปกว่านั้นจะเป็นการนำร่องพาธุรกิจอบายมุขอื่น ๆ เข้าสู่การระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ได้ต่อไป (ติดตามตอนจบ ฉบับหน้า)

องค์การยุวสงฆ์แห่งประเทศไทย