‘พระเจ้าแผ่นดิน’ ของประชาชน

วันที่ 26 มิย. พ.ศ.2549

 

 

     ความสุข ความประทับใจอันเปี่ยมล้นจากความทรงจำอันงดงามที่ถูกบันทึกไว้แล้ว ในทุก ๆ ดวงใจของประชาชนแห่งพระองค์.. พระมหากษัตริย์ผู้เป็นที่รักยิ่งแห่งชนทั้งแผ่นดิน จากงานฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ที่ผ่านไปในระหว่างวันที่ ๘-๑๔ มิถุนายน รวมทั้งถือว่าเป็นปีแห่งการฉลองกันตลอดทั้งปีพุทธศักราช ๒๕๔๙ อีกด้วย นับเป็นปีมหามงคลยิ่ง สำหรับประชาชนชาวไทย ดังนี้..

 

“...ไม่ใช่สิ่งที่เกินเลยแม้เพียงนิดเดียว หากจะมีใคร สักคนกล่าวว่า
“ไม่มีที่แห่งใดในประเทศไทยนี้ ที่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวไม่เคยย่างพระบาทไปถึง”
และไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจอย่างแน่นอนหากใครคนนั้นจะกล่าวอีกว่า
“ไม่มีแห่งหนตำบลไหนในประเทศไทยนี้จะปราศจากเสียซึ่งความรัก ความผูกพัน และความจงรักภักดีที่พสกนิกรชาวไทยมอบถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระเจ้าแผ่นดินของประชาชนพระองค์นี้”
ไม่ว่าจะเสด็จพระราชดำเนินไป ณ แห่งหนใด เวลาใดไม่ว่าเช้า-สาย-บ่าย-เย็น ย่ำค่ำ และดึกดื่น ผู้คนหลาก หลายที่รู้ข่าว ไม่ว่าเด็กเล็กผู้ใหญ่และคนชรา จะหลั่งไหล มาเฝ้าแหนแน่นขนัด มิไยว่าจะต้องนั่งคอยเฝ้ารับเสด็จ อยู่ท่ามกลางแสงแดดกล้า กลางควันฝุ่น กลางสายลมหรือกลางสายฝน มิใช่แค่ครึ่งชั่วโมง แต่นานนับชั่วโมง หรือครึ่งค่อนวัน แต่ทุกคนก็ยินดีนักที่จักได้ชื่นชมพระบารมี
พระเจ้าแผ่นดินไทยพระองค์นี้ ดูช่างมีแรงดึงดูด ให้ประชาชนปรารถนาจะเข้าใกล้ยิ่งนัก อานุภาพและกระแสแห่งเมตตาธรรมนั้นใหญ่หลวง และฉายฉานไปทุกทั่วหน้า ด้วยเหตุฉะนี้ ประชาชนจึงไม่เคยห่าง จากพระองค์ มีแต่จะพยายามเข้าใกล้ชิดให้ถึงพระองค์ด้วยความชื่นชมบูชาสวามิภักดิ์และจงรักภักดีอย่างแน่นแฟ้นไม่เสื่อมคลาย
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เคยแสดงเป็นกถาธรรมไว้ครั้งหนึ่งว่า
“ข้อที่พระมหากษัตริยาธิราชเจ้า ทรงประพฤติพระกิริยา พร้อมทั้งพระกาย พระวาจา ให้สะอาดงดงามตามขัตติยราชประเพณี ดำรงด้วยดีในเบ็ญจวรวิรัติ เป็นไปในประชาชน ทำให้ประชาชนมีความอุ่นใจ สบายใจ ไม่ต้องเกรงว่าจะต้องได้รับพระราชภัยจาก องค์พระมหากษัตริย์ สิ่งที่ได้รับจากพระองค์ จึงมีแต่พระมหากรุณาธิคุณ พระบรมราชูปถัมภ์ พระบรมราชานุเคราะห์โดยสถานเดียว ดังจะพึงเห็นได้ว่า เสด็จพระราชดำเนินไปในที่ใด ก็เกิดเป็นสุคติขึ้นที่นั่น เพราะ เสด็จพระราชดำเนินไปด้วยดี ประชาชนชื่นบานรับเสด็จ ไม่ต้องหลีกหลบซ่อน การอาชีพก็เป็นสุขสะดวก เกิด โภคผลต่างๆ ผ่อนคลายความทุกข์เดือดร้อน...

     ในส่วนของพระองค์เอง ในทำนองเดียวกันก็มิเคย ได้ออกห่างจากประชาชน หากแต่ได้น้อมพระวรกายลง ไปร่วมทุกข์ร่วมสุข เคียงบ่า เคียงไหล่ กับพสกนิกรผู้ ยากไร้ของพระองค์ เสด็จรอนแรมไปทุกแห่งหนในท่ามกลางความทุกข์และความสิ้นหวัง ท่ามกลางความยากไร้และกันดาร ท่ามกลางความร้อนและความหนาว ท่ามกลางความไม่รู้และความไม่เป็นธรรม ด้วยน้ำพระทัยที่เปี่ยมล้นด้วยพระเมตตาและความห่วงใยในประชาชนของพระองค์’ เสด็จพระราชดำเนินนำหน้าไป เพื่อจุด ความสว่างในความมืด เพื่อดับทุกข์และสร้างสุข เปลี่ยนความร้อนให้เป็นเย็น ขจัดความยากไร้แร้นแค้นให้เป็น ความสุขสมบูรณ์
พระเสด็จไป ณ แห่งหนตำบลไหน ความสวัสดีมี สุข ก็บังเกิดขึ้น ณ ที่นั้นเหมือนหยาดฝนทิพย์ประพรม นับเป็นบุญกุศลของประชาชนชาวไทยโดยแท้
พระราชกรณียกิจแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่เป็นไปในประชาชน เพื่อเกื้อหนุนและสงเคราะห์ประชาชนนั้นมีอยู่หลากหลายนานัปการ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานด้านการพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งนับเป็นเอกลักษณ์พิเศษของพระเจ้าแผ่นดินไทยพระองค์นี้ ซึ่งยังมิได้มีพระมหากษัตริย์องค์ไหนในโลกจะกระทำอย่างจริงจังทุ่มเทและต่อเนื่องเช่นเดียวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์นี้ พระมหากรุณาธิคุณและพระเมตตาอันกว้างใหญ่ไพศาลนี้ จะบังเกิดมีขึ้นได้ก็ด้วยความรักและความผูกพันในพสกนิกรของพระองค์อย่างแท้จริงเท่านั้น หามิฉะนั้นแล้วจะทรงตรากตรำ เสียสละ ทุ่มเทพระวรกาย ไปเพื่อสิ่งใดเล่า
เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงเป็นสิ่งธรรมดาและเป็นปกติวิสัย แต่อาจมิคุ้นสายตาชาวต่างประเทศที่เมื่อย่างพระบาทไป ณ หนใด จึงมีพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่ารวมตัวกันอยู่ คอยเฝ้ารับเสด็จด้วยความศรัทธาและความจง รักภักดีอันหาที่สุดมิได้ ไม่ว่าที่นั้นจะเป็นที่ใด ริมถนน ใหญ่หรือริมทางเกวียน ในทับกระท่อมหรืออาคารใหญ่ มโหฬาร ผู้คนเหล่านี้ไม่มีความแปลกแยกแตกต่างกันไม่ว่าจะเป็นแถวลุ่มน้ำปิงในเขตภาคเหนือ แถวลุ่มน้ำ ตาปีในเขตภาคใต้ แถวกุดนาขามในภาคอีสาน หรือที่อ่าวคุ้งกระเบน เมืองจันทบุรี และแม้กระทั่งในบริเวณ ท้องสนามหลวง หรือในบริเวณวัดพระศรีรัตนศาสดารามในพระบรมมหาราชวัง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประทับอยู่ที่ไหนประชาชนจะอยู่ที่นั่นเพื่อกราบพระบาทด้วยความจงรักภักดีครั้งแล้วครั้งเล่า มิรู้ท้อรู้หน่าย
พระองค์ทรงเป็น ‘พระเจ้าแผ่นดิน ของประชาชน’ โดยแท้


 

(ที่มา ...ส่วนหนึ่งจากหนังสือ ‘ประทีปแห่งแผ่นดิน’)

วรกานต์