ผ้าป่า1000วัด

วันที่ 22 พย. พ.ศ.2549

 

     จากวิกฤตการณ์น้ำท่วมไม่เฉพาะประชาชนทั้งหลายที่ประสบอุทกภัย แม้พระภิกษุสามเณรก็ได้รับความลำบากด้วยเช่นกัน จากการสำรวจคร่าวๆ คาดว่า วัดที่ประสบอุทกภัยคราวนี้มีกว่า 1,000 วัด จาก พื้นที่ 14 จังหวัด นั่นหมายความว่า สงฆ์เป็นจำนวนนับหมื่นรูปที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ถ้าไม่รีบให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที พระสงฆ์ทั้งหลายท่านจะลำบากมากยิ่งขึ้นและวัดจะอ่อนแอลง เมื่อวัดอ่อนแอลง ย่อมส่งผลต่อพระพุทธศาสนาด้วยเช่นกัน

 

มูลนิธิธรรมกายและวัดพระธรรมกาย โดย พระราชภาวนาวิสุทธิ์ (หลวงพ่อธัมมชโย) ซึ่งได้ส่งตัวแทนพระภิกษุและสาธุชนกัลยาณมิตรออกไปช่วยเหลือทุกวัน โดยนำถุงยังชีพไปถวายพระและแจกจ่ายพี่น้องชาวไทย และได้รับการร้องขอความช่วยเหลือมาจากวัดต่างๆ เป็นจำนวนมาก โดยบางพื้นที่ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปช่วยเหลือ ดังนั้น พระราชภาวนาวิสุทธิ์ (หลวงพ่อธัมมชโย) จึงได้เชิญชวนสาธุชนผู้มีบุญจากทั่วโลกร่วมใจกันจัดงาน “ทอดผ้าป่าช่วยเหลือวัดประสบอุทกภัยจำนวน 1,000 วัด” จากพื้นที่ 14 จังหวัด ประกอบไปด้วย นนทบุรี, ปทุมธานี, พระนครศรีอยุธยา, อ่างทอง, สิงห์บุรี, ชัยนาท, อุทัยธานี, สุพรรณบุรี, นครสวรรค์, พิจิตร,พิษณุโลก,สุโขทัย,อุตรดิตถ์,และนครปฐม เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549 ที่ผ่านมา

 

ท่านเจ้าอาวาสวัดที่ประสบอุทกภัย ได้กรุณาเล่าถึงเหตุการณ์ที่ทางวัดต้องประสบจากน้ำที่ท่วมขังในปริมาณสูง บางที่น้ำหลากมาอย่างรวมเร็ว ต้องเร่งระดมเตรียมแนวป้องกัน และคอยเฝ้าระวังอยู่ตลอดเวลา ซึ่งน้ำก็ได้สร้างความเสียหายทั้งแก่เสนาสนะต่าง ๆ ไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ รวมไปถึงภัยที่มาจากสัตว์ร้ายบางชนิดที่มากับน้ำ ทั้งจระเข้ งู ตะขาบ เป็นต้น พระภิกษุสามเณรต้องได้รับความลำบาก ออกบิณฑบาตไม่ได้ขาดแคลนภัตตาหารขบฉันและเครื่องอุปโภคบริโภคต่างๆ เพราะญาติโยมเองก็ได้รับความลำบากเช่นกัน อีกทั้งหลายวัดยังอยู่ไกลชุมชน ความช่วยเหลือก็เข้าไปไม่ถึง ส่งผลให้พุทธบุตรได้รับความยากลำบากเป็นอย่างยิ่ง

 

การช่วยเหลือจากทางมูลนิธิธรรมกายและวัดพระธรรมกาย โดยพระราชภาวนาวิสุทธิ์ (หลวงพ่อธัมมชโย) เป็นเพียงหน่วยงานหนึ่งที่เข้าไปช่วยเหลือได้ในระดับหนึ่งและยังคงช่วยต่อไปจนกว่าน้ำที่ท่วมขังอยู่จะลดลง ก็ขอเชิญชวนชาวไทยทุกคนได้ส่งความช่วยเหลือไปอย่างต่อเนื่องเพื่อเกื้อกูลพระภิกษุสงฆ์ให้สามารถดำรงอัตภาพอยู่ได้ เป็นการสืบต่ออายุพระพุทธศาสนาให้เป็นที่พึ่งแก่ชาวโลกสืบไป สมดังพุทธพจน์ที่ว่า “สุขา สามัญญตา โลเก … “ความเป็นผู้เกื้อกูลแก่สมณะ นำความสุขมาให้ในโลก”