ศรัทธาสัมปทา ( ต่อ )

วันที่ 29 มค. พ.ศ.2546


.....นอกจากนั้น ศรัทธายังเป็นเรื่องของคนที่มีปัญญาพอตัวอีกด้วย เพราะหากไม่มีปัญญา แม้ได้พบพระพุทธเจ้าแล้ว ก็อาจจะยังไม่รู้ ไม่เข้าใจและเลยไม่เกิดศรัทธา

 

.....ถามว่าทำไมต้องให้มีความเชื่อและไว้ใจในพระพุทธองค์เช่นนั้นก่อน ก็เป็นเพราะเมื่อเชื่อแล้ว ไว้ใจแล้ว ก็พร้อมที่จะประพฤติปฏิบัติตาม ซึ่งการจะมีคุณธรรมในระดับนี้ได้นั้น ไม่ใช่เรื่องเพียงเล็กน้อย เพราะต้องเชื่อในระดับที่ทำให้ใจของเราสว่าง มองเห็นชัดเจนทีเดียวว่าพระองค์ตรัสรู้จริงๆ ไม่ใช่ฟังเขามาเฉยๆ

 

.....หลวงพ่อได้เคยมีโอกาสถามพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย ว่าคุณธรรมในข้อศรัทธาสำคัญขนาดไหน หลวงพ่อท่านตอบชัดดี

 

.....ท่านบอกว่า อย่ามองว่าศรัทธานี่เป็นคุณธรรมเล็กน้อย ศรัทธาในที่นี้หมายถึงใจจะต้องสว่างพอ จนกระทั่งสามารถตรองเข้าใจถึงเรื่องการตรัสรู้ธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้

 

.....พูดง่ายๆ ก็คือ ใจสว่างพอจนกระทั่งเห็นเหตุเห็นผลได้ชัดเจนด้วยใจ แล้วก็เลยเกิดความเชื่อว่าเรื่องบาปเป็นอย่างนี้เอง มองเห็นว่าเรื่องนี้ควร เรื่องนั้นไม่ควร มองเห็นว่าคือนรก นี่คือสวรรค์ ใจสว่างจนกระทั่งตรองเห็นในสิ่งเหล่านี้ แล้วจึงเกิดความเชื่อในปัญญาตรัสรู้ของพระองค์ เชื่อจนกระทั่งใจเลื่อมขึ้นมา เลิกขรุขระทีเดียว เพราะพอตรองแล้วทำให้เกิดใจสว่าง จึงทำให้เชื่อเมื่อเชื่อแล้ว ความระแวงคลางแคลงสงสัยก็หมดไปใจจึงเลื่อมขึ้นมา ไม่ขรุขระ พร้อมที่จะประพฤติปฏิบัติตาม ไว้วางใจเต็มที่เลยในคำสอนของพระองค์ ด้วยเห็นว่าไม่มีพิษไม่มีภัย นั่นแหละเขาเรียกศรัทธา

 

.....ก็เห็นได้ง่ายๆ ว่า เพียงมีศรัทธาขึ้นมาข้อเดียวก็สามารถปิดนรกได้อยู่แล้ว แต่ขนาดนั้นก็ยังไม่มั่นคง ยังอาจเปลี่ยนแปลงได้

 

.....ศีลสัมปทา

 

.....ศีลสัมปทา คือ การเป็นผู้เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์ ตลอดจนเว้นขาดจากการเสพของมึนเมา ก็คือต้องมีศีลข้อที่ ๑-๕ ให้พร้อม จึงจะเรียกว่าศีลสัมปทา และต้องไม่ใช่เพียงละเว้น แต่ต้องตัดออกไปจากใจให้ได้เลย

 

.....ถามว่าทำไมต้องเด็ดขาดขนาดนั้น ก็เมื่อใจทั้งเลื่อม ทั้งใส ทั้งสว่างมองเห็นเหตุเห็นผลได้หมดก็พร้อมที่รักษาศีลทั้ง ๕ ได้ตามที่พระองค์ทรงสอนโดยไม่ต้องมาเสียเวลาอาราธนารับศีลเช้าเย็นกัน
พระพุทธเจ้าทรงเน้นไว้ว่า ในขณะที่ทำมาค้าขายนั้น ต้องมีข้อแม้อยู่ด้วย ว่าอย่าไปคบกับพวกไม่มีศีล ไม่ว่าคนหนุ่มคนแก่ หากไม่มีศีลอย่าไปคบค้าสมาคมด้วย เพราะเดี๋ยวจะยุ่ง ยิ่งถ้าพวกเขาไม่มีศรัทธาในเรื่องกรรม เรื่องบุญเรื่องบาปด้วยแล้ว ยิ่งไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวด้วย

 

.....ในเวลาเดียวกันก็ให้มองหาคนที่เขามีศรัทธาสัมปทา คือหาคนที่มีศรัทธามั่นคงในพระพุทธศาสนา เชื่อในการตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเชื่อในเรื่องกรรม ตั้งใจจะละชั่วและทำความดี ให้ไปศึกษาจากท่านเหล่านี้ให้ลึกซึ้ง หรือถ้าเรามีความรู้ความเข้าใจในเรื่องเหล่านี้ลึกซึ้ง ก็เอาไปแลกเปลี่ยนกัน

 

.....นี่คือความหมายของการศึกษาศีลสัมปทาของท่านผู้ถึงพร้อม ใครมีศีล ใครมีความเสียสละ ใครมีปัญญา อาจจะเป็นผู้ที่อยู่ในวงการค้า วงการทำมาหากินร่วมกัน หรือว่าไม่ได้ทำมาหากินร่วมกันหรอก ท่านอาจจะเป็นพระสงฆ์องค์เจ้า หรือเป็นนักบวชในศาสนาไหนก็ตาม แต่ถ้าท่านมีภูมิธรรมอย่างนี้ก็ให้ไปแสวงหา แล้วก็ถ่ายทอดความรู้จากท่าน เป็นการบำเพ็ญปัญญาบารมีไปในตัว เป็นการสร้างเครือข่ายคนดีไปในตัว เท่ากับเป็นการใช้ทรัพย์สินเงินทองไปในการสร้างคนดีให้กับสังคม

 

.....คนที่ทำมาหากินไป แล้วสร้างคนดีไปด้วย อย่างนี้จะไม่ค่อยพบว่าถูกหักหลัง หาคนมาใช้งานไม่ค่อยได้ หาคนร่วมมือไม่ค่อยได้ หาลูกมือไม่ค่อยจะได้ ก็ถ้าไม่สร้างขึ้นกับมือแล้วจะตกมาจากท้องฟ้าอย่างไร สิ่งเหล่านี้ต้องสร้างขึ้นมากับมือ เห็นใครพอมีแววจะรับการอบรมสั่งสอนพอจะถ่ายทอดความรู้ความดีให้ได้ ก็ถ่ายทอดให้เขา พร้อมกันก็ดูว่าตัวเราเองจะซึบซับความดีจากคนอื่นมาได้อย่างไรบ้าง ไม่นานเครือข่ายก็กว้างขึ้นเอง