ฝึกตายก่อนตาย !

วันที่ 05 มค. พ.ศ.2546

 

 


.....พูดถึงความตายช่างน่าเป็นเรื่องน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก คนเราเมื่อเกิดมาแล้วหลักยึดเหนี่ยวยังไม่เกิดขึ้นกับชีวิต หลักประกันว่าเกิดมาแล้วไม่เสียชาติเกิดก็ยังไม่แจ่มชัด ฉะนั้นเมื่อพูดถึงความตายจึงทำให้ทุกคนต้องหลีกเลี่ยงและไม่อยากพูดถึงให้ใจขุ่นข้องหมองมัว

 

.....คำสะท้อนหูขณะสวดมนต์ภาวนาตอนเย็น " …เรามีความตายเป็นธรรมดา เราจักล่วงพ้นความตายไปไม่ได้ …" เป็นคำสั่งสอนที่พระพุทธองค์ทรงตอกย้ำให้พุทธบริษัทที่ใฝ่ในธรรมนั้นว่า อย่าประมาทในความตายอย่างเด็ดขาด เพราะถึงอย่างไรเราก็ไม่อาจล่วงพ้นความตายได้ ยาจกเข็ญใจหรือผู้ยิ่งใหญ่เหนือชั้นจักรพรรดิ์ ความตายนั้นรออยู่ ต่างกันที่ช้าหรือเร็วเท่านั้นเอง

 

.....การเตรียมตัวตายของมนุษย์ที่ชาญฉลาด จึงไม่ใช่การสาบแช่งให้ตัวเองถึงกาลวิบัติก่อนเวลาอันควร หากแต่เป็นผู้มีปัญญาที่จะเลือกทางเดินในที่สุดทางของชีวิต การที่ใจเราคุ้นเคยกับสิ่งใดที่ทำอย่างเป็นประจำ นอกจากจะเป็นความชำนาญเฉพาะตัวแล้ว จิตใต้สำนึกยังบันทึกและจดจำไว้ เพื่อเปิดฉายเหมือนภาพยนตร์เรื่องสำคัญของชีวิต เมื่อเราใกล้จะตาย และภาพยนตร์เรื่องนี้ก็จะส่งผู้นั้นไปสู่ดินแดนที่เสวยผลบุญและผลกรรมที่ทำมา หากทำบุญอยู่เนืองนิจภาพที่ปรากฏชัดก็เป็นภาพที่ชุ่มเย็นด้วยกุศลสุดสายปลายชีวิตย่อมสงบสุขในแดนสวรรค์ ในทางตรงกันข้าม การก่อกรรมทำชั่วความหมองมัวเร่าร้อนจะเผาผลาญใจให้หดหู่ และดำดิ่งสู่นรกแห่งความทุกข์แน่นอน

 

.....โปรดเถิดดวงใจชีวิตบั้นปลายของเรานั้นเป็นทางสองแพร่ง เป็นศึกชิงภพที่ทุกคนควรจะผวากลัวเสียยิ่งกว่าความตาย จงทำความคุ้นเคยกับกุศลผลบุญและความดี หมั่นฝึกใจให้เดินทางตามฐานที่เจ็ดอย่างมีสติ แม้จะหลับตาลาโลก เราจะคุ้นและอิ่มเอิบกับความดี

 

.....ฝึกเดินทางของใจให้ถูกทางและชำนาญในหนทางสู่สุคติ ได้ชื่อว่าเป็น หนทางที่ประเสริฐแล้ว สำหรับบัณฑิตที่ไม่ประมาท เมื่อรู้หนทางเดินที่จะไปทางร้ายและดี จะเปลือยใจไปในทางแห่งทุกข์ต้องโทษกรรมที่บังตาจนมืดมิด

 

 

นายตั้ม

 

 

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร