เหนื่อยเกินไปหรือเปล่า

วันที่ 06 มค. พ.ศ.2546

 

 


.....ทุกวันนี้เราจะเห็นหลายคนดิ้นรนชนิดที่ว่า "กลางคืนเป็นควัน กลางวันเป็นไฟ" ไม่ค่อยมีเวลาพักผ่อน ไม่มีเวลาให้กับครอบครัว ยิ่งชวนเข้าวัดเข้าวาด้วยแล้วจะรีบปฏิเสธทันที อ้างว่าแค่ทำมาหากินก็เหนื่อยจนสายตัวแทบขาดอยู่แล้ว

 

.....ผมลองมาพิจารณาดู คนเราทุกวันนี้ทำตัวเองให้เหนื่อยเกินไปหรือเปล่า สิ่งที่จำเป็นในการดำรงชีวิตจริงๆ แล้วมีเพียงที่อยู่อาศัย อาหาร เสื้อผ้า และยารักษาโรคเท่านั้น นอกจากนี้ถือว่าเกินความจำเป็น บางคนเปลี่ยนรถใหม่ ทั้งที่คันเดิมยังใช้ได้ดีอยู่เลย เหตุผลเพียงเพื่ออยากให้ดูหรู ดูดีขึ้นแค่นั้น ทำให้ต้องดิ้นรนหาเงินแทบตาย ทำงานมานานไม่มีเงินเก็บเลย วัยรุ่นหลายคนใช้โทรศัพท์มือถือโดยไม่มีความจำเป็นอะไร ผู้หญิงหลายคนซื้อเสื้อผ้าใหม่โดยที่ตัวเดิมยังไม่เก่าเลย รองเท้าที่ซื้อใหม่ไม่ได้หมายความว่าคู่เดิมพังแล้วเสมอไปนะครับ เสื้อผ้าเต็มตู้แทบทะลักออกมาถมที่ได้แล้วก็ยังซื้อมาเพิ่มอีก ถามเหตุผลคือกลัวคนอื่นจำได้ว่าชุดนี้เคยใส่แล้วเมื่ออาทิตย์ก่อน นี่คือสาเหตุหนึ่งหรือเปล่าครับที่ทำให้เราต้องเหนื่อยสายตัวแทบขาด หาเงินได้เท่าไรก็ไม่มีวันพอ เป็นทาสเงินไปจนตาย เพราะรั่วไหลไปกับเรื่องไร้สาระเกินความจำเป็นมากมาย เปรียบเหมือนการตักน้ำใส่เข่งที่มีรูรั่วทั้งใบใส่เท่าไรก็ไม่เต็มสักที เราลองนำชันมาอุดรูเข่งแล้วปล่อยให้ไหลออกแค่สี่รูก็พอคือปัจจัยสี่ที่จำเป็นจริงๆเท่านั้นเริ่มตั้งแต่ที่อยู่อาศัยตั้งใจไว้เลยว่ามีไว้เพียงเพื่อกันแดดกันฝนหลับนอนได้พอสบายๆเท่านั้นก็พอ อย่าให้เกินตัวนึกถึงคำนี้ให้ดีว่า "นกน้อยทำรังแต่พอตัว" ให้ที่อยู่อาศัยมีไว้เพื่ออาศัยอยู่อย่างปลอดภัยเท่านั้น ไม่ใช่เพื่อให้โก้หรูอวดผู้อื่น อาหารก็เพื่อยังชีพให้อยู่ได้เท่านั้น ไม่ได้ทานเพื่อความสนองความอยาก เสื้อผ้านุ่งห่มเพื่อปกปิดความน่าละอาย กันหนาวร้อน ไม่ได้สวมใส่เพื่อยั่วกามราคะ ส่วนยารักษาโรคทานเพื่อรักษาให้หายจากโรคจริง ไม่ใช่เพื่อบำรุงอะไรที่ไร้สาระเช่นเพื่อเสริมสมรรถภาพทางเพศถือว่าผิดวัตถุประสงค์

 

.....เรามาช่วยกันอุดรูรั่วกันเถอะครับ เราจะเหนื่อยน้อยลง มีเวลามากขึ้นเอาไว้พักกายพักใจให้สงบ ไม่ต้องดิ้นรนจนเกินไป มีเวลาศึกษาหาความรู้ที่สำคัญแก่ชีวิตมากๆ หากเราเกิดมาเพื่อทำใจให้บริสุทธิ์ยิ่งๆขึ้นไป เวลาทุกนาทีคงมีค่าไม่สูญเปล่าครับ

 

 

 

โชติกะ จิตบรรจง