พูดแต่เรื่องดี... ดีกว่า

วันที่ 13 มค. พ.ศ.2557

พูดแต่เรื่องดี... ดีกว่า


       ไม่มีอะไรที่ทำความชื่นใจแก่ผู้ฟังได้มากเท่าคำพูด เช่นเดียวกันไม่มีอะไรที่ทำความเจ็บช้ำน้ำใจแก่ผู้ฟังมากเท่าคำพูด เพื่อนสนิทคบกันมานับสิบปี มาเลิกคบกันเพราะคำพูดไม่กี่วินาทีก็มีมาก สามีภรรยาอยู่ด้วยกันมาเกือบชั่วชีวิตผิดใจกันจนถึงขั้นเลิกร้างกันไปก็เพราะ คำพูดไม่กี่คำ

 

       ปัญหาใหญ่โตที่ทำให้ทะเลาะกัน เจ็บแค้นกัน สาวไปสาวมาส่วนใหญ่สาเหตุมาจากการมอบถ้อยคำที่ไม่ดีให้กัน ในการดำเนินชีวิตทุกวันนี้มีความทุกข์เป็นปกติอยู่แล้ว เราไม่ควรที่จะเพิ่มทุกข์สร้างปัญหาเพิ่มด้วยการพูดในเรื่องไม่ควร ถ้าหมดเรื่องพูดควรหยุด ถ้าคิดไม่ออกว่าจะพูดอะไรก็ไม่ต้องพูด บางคนใช้เวลาว่างไปกับการสุมหัวนินทาคนโน้นคนนี้ ยิ่งพูดยิ่งมัน ติดลม เสียเวลาไปมาก

 

       บางคนทำตัวเหมือนนักโบราณคดีชอบขุดคุ้ยเรื่องเก่า เรื่องเสียๆมาด่าว่า มาซ้ำเติมกันในครอบครัวเกิดความร้าวฉาน บ้านเลยร้อนรุ่มลุกเป็นไฟ เกิดปัญหาครอบครัวแตกแยกสืบเนื่องมาจากวาจานั่นเองคำพูดใครคิดว่าไม่สำคัญถือว่าคิดผิดมาก หลายคนมีความสามารถในการทำงานสูงมากแต่ไม่ก้าวหน้า ไม่ได้รับความไว้วางใจ ให้เข้าประชุมสำคัญๆในแผนงานของบริษัท เพียงเพราะเขาพูดมากเกินไป เก็บความลับของบริษัทไม่อยู่ ชอบนำไปคุยโม้โอ้อวด เจ้าตัวก็ได้แต่น้อยอกน้อยใจว่าทำไมตนทำงานมาหลายปีแล้วยังไม่ก้าวหน้าสักที ตามเพื่อนฝูงไม่ทัน โดยไม่ได้ย้อนมองตนเองเลยว่าเพราะปากของตนนั่นเอง

 

ก่อนที่จะพูดสิ่งใดออกไป มีหลักง่ายๆ ดังนี้

๑.มีจิตเมตตา

๒.เรื่องที่จะพูดเป็นเรื่องจริง 

๓.เกิดคุณประโยชน์

๔.เหมาะสมกับกาละ เทศะ

 

         ทุกอย่างที่คิด ทุกสิ่งที่ทำ ทุกคำที่พูด ล้วนแต่จะถูกบันทึกไว้ในกล้องที่ยอดเยี่ยมที่สุดคือใจของเรา บางคนอ้างว่าถึงตนจะพูดจาไม่ดี แต่ตนก็ทำดี อยากให้ดูที่การกระทำของตนมากกว่า ดิฉันคิดว่าแหมไหนๆจะให้ดีก็ควรดีทั้งกาย วาจา ใจ เพราะสิ่งที่ทำ ถ้อยคำที่พูดออกมามันส่อถึงใจว่าเป็นอย่างไรด้วยนะคะ ยิ่งเวลาที่เรารู้สึกว่าไม่รู้จะพูดอะไรดีให้สร้างสรรค์ ง่ายที่สุดคือไม่ต้องพูด เพราะ "คนโง่ที่สุดยังดูฉลาดอยู่เสมอ ตราบใดที่ยังไม่ได้พูด"

 

 

วนาลี