ภารกิจเพื่อความมั่นคงแห่งพระพุทธศาสนา ตอนที่ ๒

วันที่ 04 มค. พ.ศ.2557


.....พระเดชพระคุณพระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙, ราชบัณฑิต) ปาฐกถาธรรม "ภารกิจเพื่อความมั่นคงแห่งพระพุทธศาสนา" ในโอกาสบำเพ็ญกุศล สวดพระพุทธมนต์ฉลองมหารัตนอัฐิธาตุ ของคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง และพิธีถวายภัตตาหาร ปัจจัยไทยธรรมเป็นสังฆทานแด่พระเถรานุเถระ พระสังฆาธิการ จำนวน ๒,๐๐๐ กว่าวัด ณ สภาธรรมกายสากล วัดพระธรรมกาย จ.ปทุมธานี วันอาทิตย์ที่ ๒ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๔๕


.....(ต่อจากตอนที่๑ ฉบับวันเสาร์ที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๔๕)….

๒. พระพุทธศาสนา เป็นดั่ง...ต้นไม้ใหญ่

 

.....ท่านพระเถรานุเถระ ญาติโยมสาธุชนทั้งหลาย ในขณะนี้เป็นที่ทราบกันดีอยู่ว่า วิกฤติการณ์พระพุทธศาสนาที่เกิดขึ้นอยู่นี้เป็นเรื่องที่ท้าทายความรู้ความสามารถ ของพวกเราชาวพุทธที่เป็นพระและ เป็นคฤหัสถ์ญาติโยมเป็นอย่างมาก ถ้าจะเปรียบพระพุทธศาสนาเป็นเหมือนต้นไม้ใหญ่ ต้นไม้ต้นนี้กำลังจะถูกบ่อนเบียนด้วยสัตว์เล็ก ๆ บ้าง ด้วยลมฟ้าอากาศบ้าง สัตว์เล็กๆ เช่น มอดไม้ ก็พยายามเกาะกิน ชอนไชลำต้นและกิ่งก้านของต้นไม้นี้อยู่ ลมฝนก็พยายามพัดกระพือให้กิ่งบ้าง ใบบ้างของต้นไม้นี้สั่นคลอนอยู่เรื่อยๆ

 

.....และบางครั้งก็โหมกระหน่ำแรง ทำให้ใบร่วง ทำให้กิ่งหักไป เมื่อเป็นดังนี้ แม้จะมีลำต้นที่แข็งแรงอย่างไร แต่ถูกแรงลมแรงฝนและแมลงมาบ่อนเบียนอยู่เสมอ ก็ทำให้ลำต้นและรากแก้วของต้นไม้ คือพระพุทธศาสนาไหวคลอนไปได้ในบางครั้งบางขณะ

 

.....เมื่อเกิดวิกฤติการณ์อย่างนี้ขึ้น ก็จำเป็นที่เราท่านทั้งหลายจะต้อง ช่วยกัน คำว่าช่วยกัน ในที่นี้ถ้าจะถามว่าจะให้ช่วยอย่างไร วิธีการที่จะช่วยได้นั้นความจริงท่านทั้งหลายก็ทำกันอยู่แล้ว หากแต่ยังไม่ทั่วถึงเท่านั้น

 

.....ดีที่สุดต้องใช้หลักของพระพุทธเจ้าที่ตรัสสอนไว้ว่า อัตฺตา หิ อัตฺตะโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งของตน เราจะไปพึ่งคนอื่นเห็นจะไม่ได้แล้ว ในฐานะที่เราท่านทั้งหลายเป็นส่วนหนึ่งของต้นไม้ ต้นไม้นั่นแหละจะต้องช่วยตัวเอง รักษาตัวเอง ดูแลตัวเอง ป้องกันตัวเอง และพัฒนาตัวเอง จะไปอาศัยคนอื่นมาป้องกัน ดูแลรักษา และพัฒนานั้น ก็เหมือนกับยืมจมูกคนอื่นมาหายใจ อาจติดขัดขึ้นได้ในบางครั้ง หากเกิดติดขัดขึ้นมาและช่วยตัวเองไม่ได้ ต้นไม้นี้ก็จะถูกโค่น หรือไม่ก็ยืนต้นตายไปเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่เราทุกท่านไม่ปรารถนา


.....ในช่วงระยะเวลานี้เป็นช่วงรีบด่วน ที่เราจะได้ช่วยกันสร้างกำลัง บำรุงกำลังของตัวเองให้แข็งแรงเป็นเบื้องต้น เพื่อที่จะได้ต่อสู้กับแมลงที่จะมาบ่อนเบียนภายใน และในขณะเดียวกันก็เพื่อต่อสู้กับแรงลมแรงฝนที่ กระหน่ำมาจากข้างนอก นอกจากนั้นก็พยายามดูดซับดูดซึมแร่ธาตุต่างๆ เข้ามาไว้ในลำต้นให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพื่อจะได้ขยายกิ่งก้านสาขา ให้กระจายออกไป ให้มีกิ่งมีใบดกหนาเป็นพุ่มใหญ่ สู้กับแรงลม แรงฝนให้ได้ และสุดท้ายก็ทำลำต้นให้เจริญเติบโตแข็งแรงเข้าไว้

 

๓. สร้างพลังให้เกิดขึ้น

 

.....ที่พูดดังนี้ก็เพื่อชี้ให้ทราบกันว่าอันดับแรกนั้น ต้องพึ่งพาตัวเองก่อน การพึ่งพาตัวเองที่เรียกกันว่า อัตฺตา หิ อัตฺตะโน นาโถ ที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ ก็คือ สร้างพลังให้เกิดขึ้นในหมู่บริษัทของตัวเอง

 

.....คำว่า หมู่บริษัท ก็คือ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก และอุบาสิกา แม้ว่าใน ปัจจุบันจะไม่มีภิกษุณีแล้วเหลือ ๓ บริษัท ก็เพียงพอที่จะรักษาพระพุทธศาสนา เข้าไว้ได้ บริษัทที่เป็นแกนนำ ได้แก่ พระภิกษุและพระภิกษุที่เป็นผู้นำ ได้แก่ พระสังฆาธิการและพระสังฆาธิการที่เป็นผู้นำ ก็คือพระสังฆาธิการที่เป็นเจ้าหมู่เจ้าคณะ พระสังฆาธิการที่เป็นพระสังฆเถระ ท่านพระสังฆาธิการที่นั่ง อยู่ในที่นี้จำนวน ๒,๐๐๐ รูปเศษ ซึ่งก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของพระสังฆาธิการ ที่เป็นกำลังสำคัญของพระพุทธศาสนาในประเทศไทย ที่จะสามารถพยุงบำรุงรักษาพระพุทธศาสนาเข้าไว้ได้

 

๓.๑ การป้องกัน

 

.....ก่อนที่จะพูดต่อไปว่าจะต้องทำอย่างไร ก็ขอให้ท่านทั้งหลายมองดูภาพรวมๆ เสียก่อนว่า วิธีการที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนานั้น ต้องทำเป็นขั้นตอน ทำเป็นระบบ คืออันดับแรกต้องป้องกัน ป้องกัน หมายความว่า ไม่ให้อันตราย เข้ามาทำร้าย เบียดเบียน หรือทำลายพระพุทธศาสนาได้ นี่เรียกว่าป้องกัน เหมือนกับเรามีบ้าน ไม่ต้องการให้ขโมยเข้ามา ไม่ต้องการให้ถูกแดด ถูกลม ถูกฝน เราก็สร้างเครื่องป้องกันไว้ เช่นสร้างฝาบ้านบ้าง รั้วบ้านบ้าง หลังคาบ้านบ้าง ประตูหน้าต่างบ้าง ทั้งหมดนี่ล้วนเป็นเครื่องป้องกันบ้านทั้งนั้น


.....หรือบางครั้งก็อาจถึงต้องติดสัญญาณกันขโมย ติดกล้องวงจรปิด หรือทำอย่างอื่นเพื่อให้มองเห็นศัตรูได้ง่ายๆ นี่เป็นระบบป้องกัน ….

(อ่านต่อตอนที่ ๓ ฉบับวันเสาร์ที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๔๖)