ภารกิจเพื่อความมั่นคงแห่งพระพุทธศาสนา ตอนที่ ๖

วันที่ 08 กพ. พ.ศ.2546


.....พระเดชพระคุณพระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙, ราชบัณฑิต) ปาฐกถาธรรม "ภารกิจเพื่อความมั่นคงแห่งพระพุทธศาสนา" ในโอกาสบำเพ็ญกุศลสวดพระพุทธมนต์ฉลองมหารัตนอัฐิธาตุ ของคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง และพิธีถวายภัตตาหาร ปัจจัยไทยธรรมเป็นสังฆทานแด่พระเถรานุเถระ พระสังฆาธิการ จำนวน ๒,๐๐๐ กว่าวัด ณ สภาธรรมกายสากล วัดพระธรรมกาย จ.ปทุมธานี วันอาทิตย์ที่ ๒ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๔๕



(ต่อจากตอนที่ ๕ ฉบับวันเสาร์ที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๔๖)

 

๘.เป็นและสร้างพระดีพระแท้ให้ญาติโยม

.....เมื่อต้องการที่จะสร้างพระ เพื่อสนองความต้องการของญาติโยม ก็ต้องสร้างพระประเภทดีนอกและดีใน

 

.....จะส่งพระไปอยู่ที่ไหนก็ต้องเป็นพระประเภทนี้เป็นอย่างน้อย เมื่อตัวพระดีแล้ว ขั้นต่อไปก็ฝึกฝนอบรมให้พระเหล่านี้มีศักยภาพในการปฏิบัติภารกิจ คือให้ฉลาดรู้ในการแสดงออกที่เราเรียกว่าให้มีศิลปะ ศิลปะก็คือการแสดงออก การนำสิ่งที่เรียนรู้และปฏิบัติออกมาใช้ให้เป็นประโยชน์ หากมีดีอยู่ในตัว คือมีความรู้ดี การปฏิบัติดีแต่แสดงออกมาให้ปรากฏแก่ผู้อื่นไม่ได้ เทศน์ไม่ได้ สอนไม่ได้เป็นได้แต่เนื้อนาบุญอย่างเดียว แต่ป้องกันดูแลรักษาและพัฒนาศาสนาไม่ได้ ก็ดีเฉพาะตัวเท่านั้น พระศาสนาอาศัยไม่ได้

 

.....พระเครื่อง คือพระองค์เล็กๆ จะเป็นพระสมเด็จหรือพระอื่นๆ จะเป็นรูปสี่เหลี่ยมหรือสามเหลี่ยมหรือรูปกลมก็แล้วแต่ หากจะดูว่าเป็นพระแท้ พระเทียม ก็ดูกันโดยอาศัยแว่นมาส่องและมีคู่มือ มีตำราดู ว่าพระลักษณะอย่างนี้ มีเนื้ออย่างนี้ มีตำหนิอย่างนี้ เรียกกันว่าพระรุ่นนั้นรุ่นนี้ เป็นพระหายาก มีพุทธคุณดีอย่างนี้เป็นต้น เป็นที่ต้องการของวงการเป็นต้น

 

.....การป้องกัน การรักษาและการพัฒนาศาสนานั้น ต้องอาศัยความสามารถเป็นหลัก ความสามารถก็คือศิลปะ เอาความรู้ออกมา เอาดีออกมา เช่น

 

.....เอาความรู้ดีในด้านปริยัติออกมาเทศน์ มาสอนชาวบ้าน สอนคำสอนของพระพุทธเจ้าด้วยการเทศน์บ้าง บรรยายบ้าง ปาฐกถาบ้าง พูดคุยธรรมกับญาติโยมบ้าง หรือเอาแนวปฏิบัติการฝึกฝนจิตที่ตัวเองมีอยู่แล้ว เอามาบอกญาติโยม แนะนำสั่งสอนแก่ญาติโยมให้ทำตามบ้าง นี่แสดงว่าเอาดีออกมาให้ญาติโยม เผื่อแผ่ไปถึงญาติโยม หรือท่านรูปใดมีความสามารถในเชิงช่างก็เอาออกมาพัฒนาวัด รูปใดมีความสามารถในการประชาสัมพันธ์ มีความสามารถในการเขียนหนังสือ เขียนตำหรับตำราก็ว่ากันไปตามถนัด แสดงความสามารถออกมากันทุกรูปแบบได้อย่างนี้ ก็จะสามารถแก้ไขวิกฤติการณ์พระพุทธศาสนาได้แน่นอน

 

๙.ความเสียสละ

.....แต่ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับเงื่อนไขเพียงอย่างเดียวเท่านั้นเอง เงื่อนไขที่ว่านั้นก็คือความเสียสละ ทุกอย่างที่มีจะดีเลิศประเสริฐศรีขนาดไหนแต่ขาดความเสียสละเสียแล้วก็ไม่เกิดมรรคเกิดผลอะไร พระพุทธเจ้าของเรา พระสาวกในอดีต พระเถรานุเถระบูรพาจารย์ของเราท่านเป็นนักเสียสละตัวยง ทำตัวอย่างให้เห็นมาแล้ว พระพุทธเจ้าก่อนจะเสด็จออกผนวช ทรงอยู่ในรั้วในวังแสนสุขสบาย ออกผนวชแล้วต้องมานอนกลางดินกินกลางทราย ลำบากตรากตรำพระวรกายก่อนตรัสรู้ ๖ ปี หลังจากตรัสรู้แล้วอีก ๔๕ ปี

 

.....รวมแล้วทรงลำบากอย่างล้นเหลืออยู่ถึง ๕๑ ปี ไม่ทรงท้อแท้ท้อถอยเลย พระสาวกทั้งปวงก็เหมือนกันพากันสละเหย้าเรือน สละความสุขส่วนตัว ทรัพย์สินเงินทอง ครอบครัว ออกบวชกันเพื่อพระพุทธศาสนา เรียกกันว่า

 

.....มอบกายถวายอกแก่พระพุทธศาสนา ถึงทุกท่านที่นั่งอยู่ในที่นี้ ก็เสียสละกันมาแล้วในเบื้องต้น เพราะฉะนั้น ก็สามารถที่จะสละต่อไปได้อีก แต่ว่าลำพังเราท่านทั้งหลายเพียงแค่นี้ก็คงเสียสละกันได้ และก็คงได้ผลเท่าที่รู้เท่าที่เห็นกัน ซึ่งก็ยังไม่เพียงพอ จะต้องสร้างบุคลากรที่มีความเสียสละให้มากกว่านี้ หรือตัวเราเองต้องเสียสละเพิ่มขึ้นให้มากกว่านี้ จะเสียสละอะไรบ้างนั้น ท่านทั้งหลายซึ่งเป็นนักเสียสละอยู่แล้ว ย่อมทราบดีว่า ได้เสียสละอะไรไปบ้าง ได้ช่วยเหลือพระศาสนาอะไรไปบ้าง แต่อยากจะฝากให้คิดสักนิดหนึ่ง เท่านั้นว่าที่เสียสละกันมาน่าจะยังไม่พอ

 

๑๐.ภารกิจเร่งด่วน

.....ศักยภาพของท่านทั้งหลายนั้นมีมากกว่านี้แน่นอน สามารถที่จะทำอะไรเพื่อพระศาสนาของเราได้มากกว่านี้ ความเสียสละนั้นก็อยู่ที่กำลังใจ ไม่ท้อแท้ ไม่ท้อถอย ซึ่งเกิดจากการที่มีดีในนั่นเอง เมื่อมีดีในมีจิตใจมั่นคงดีก็สามารถที่จะเสียสละอะไรได้มาก ช่วยเหลือพระศาสนาได้มาก ในรายละเอียดว่าจะต้องทำอะไรกันบ้างนั้น เป็นเรื่องที่ต้องพูดกันยืดยาว ขอฝากไว้ตอนนี้ก่อนว่า เวลานี้บุคลากรเราไม่พอ ต้องเร่งสร้างบุคลากร …

(อ่านต่อตอนจบ ฉบับวันเสาร์ที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๖)