ขายนาส่งใครเรียน

วันที่ 17 กพ. พ.ศ.2546

ขายนาส่งใครเรียน

....." หักห้ามใจบ้างเถอะครับป้าแดง คนตายไปแล้วฟื้นคืนไม่ได้ …เสียใจเท่าไหร่คงไม่มีประโยชน์ " เสียงชายหนุ่มแผ่วเบาจนเกือบไม่ได้ยิน เขาเลื่อนเก้าอี้ขยับเข้ามานั่งใกล้หญิงชราพร้อมกับยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ ทอดถอนใจเหมือนไม่รู้จะพูดอะไรให้ดีกว่านี้

.....ควันธูปลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศ ดอกไม้หลากสีสันตกแต่งงดงามรายรอบศาลา สายตาของป้าแดงจับจ้องอยู่เบื้องหน้า นิ่งและนาน ภายในโลงไม้สีทองฉลุลวดลายวิจิตร เป็นที่ที่บุตรชายคนเดียวนอนหลับไหล เมื่อนึกได้ว่าลูกจะไม่มาพูดคุยหยอกเย้าเหมือนอย่างเคย ความทุกข์โทมนัสของผู้เป็นแม่พรั่งพรูอย่างสุดกลั้น

 

....." คุณป้าช่วยลงชื่อในเอกสารรับรองตรงนี้ด้วยครับ เงินงวดแรกของการขายที่ดิน ๑๕๐ ไร่ พร้อมผลิตผลในที่นา ซึ่งได้ตกลงกันไว้กับทางบริษัท ผมได้นำเช็คมาให้เรียบร้อยแล้ว "ชายหนุ่มแสดงท่าทีไม่สนใจอาการเศร้าโศกของป้าแดง เลื่อนเอกสารมาไว้ตรงหน้า พร้อมปากกาลงชื่อ หญิงชรามองกระดาษสีขาวแผ่นนั้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย พี่น้องของป้าแดงมี ลุงสมร และน้าสายสุนีย์ พร้อมด้วยลูกๆหลานๆ นั่งล้อมหน้าล้อมหลัง เหมือนกำลังลุ้นระทึกเหตุการณ์สำคัญในชีวิต ทุกคนมีประกายความหวังฉายชัดในแววตา

 

.....ป้าแดงนึกถึงลูกชาย เงินจำนวนนี้ตั้งใจจะเก็บไว้เป็นทุนเล่าเรียนของเขา แต่เวลานี้มีคนมากมายหมายตาเงินก้อนใหญ่ หรือเธอจะต้องเจอเรื่องร้ายจากการสูญเสียอีกอนิจจา ! ลูกแม่ ยังหนุ่มยังแน่นอยู่แท้ๆ ทำไมอายุสั้นอย่างนี้ อุตส่าห์ส่งเสียให้เล่าเรียนหนังสือในกรุงเทพฯ แม่ต้องอาบเหงื่อต่างน้ำทำมาหากินเพื่อหาเงินมาเป็นค่าเทอมให้หนู ที่ดินผืนนี้เป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายของครอบครัวเราแล้ว พ่อของลูกก็มาตายจาก เหลือเพียงเราสองคนเท่านั้น แล้วทำไมหนูถึงทำอย่างนี้ ทำไมถึงทำอย่างนี้ละลูก !!

 

.....เสียงป้าแดงตะโกนตัดพ้อในใจ น้ำตาไหลพรากลงอาบแก้ม ในวันที่โชคชะตาไม่เข้าข้าง อะไรก็ดูจะเลวร้ายไปหมด "เป้" ลูกชายตายเพราะความเครียดที่การเรียนตก ทั้งที่เรียนได้ที่หนึ่งมาตลอด รับสภาพความคาดหวังสูงของคนรอบข้างไม่ได้ ตัดสินใจกระโดดลงมาจากตึกอาคารเรียนแพทย์ เป็นที่น่าเวทนาของผู้พบเห็น …ถ้าป้าแดงเลือกได้ จะไม่เคี่ยวเข็ญให้ลูกเรียนหนักจนกดดันแบบนี้ …ที่นา ๑๕๐ ไร่ ไม่มีความหมาย…เมื่อไม่มีชีวิตของลูก

 

.....คิดพลันป้าแดงฉวยเอกสารสำคัญที่อยู่ตรงหน้า ขึ้นมาฉีกอย่างแรงด้วยความโกรธ" ฉันไม่ขาย ฉันไม่ขายได้ยินไม๊!!" ตะโกนใส่หน้าพลางขว้างเศษกระดาษชิ้นเล็กชิ้นน้อยเข้าใส่หมู่ญาติที่มองอย่างตกตะลึง ทุกคนหลบไปคนละทิศละทาง ได้ยินเสียงร้องไห้ดังขึ้นอีกครั้ง

 

.....ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ จะขอรักลูกอย่างเข้าใจ และสนใจที่จะถามความรู้สึกของเขาบ้าง ไม่เพียงแต่เลี้ยงให้โต จะขอเลี้ยงใจให้เขามีความสุข ให้ความอบอุ่นในยามต้องการ แต่กว่าจะรู้…ก็สายเกินไป !
 

อุบลเขียว

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร