โทษแห่งสุรา

วันที่ 21 กพ. พ.ศ.2546

.....ทุกข์และโทษจากการล่วงละเมิดศีล ล้วนมีความรุนแรงและน่ากลัว ความรู้ในเรื่องนี้จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะเตือนใจให้เป็นผู้ไม่ประมาทในการดำเนินชีวิต ดังนั้นการเรียนรู้จากเรื่องราวในอดีต จึงเป็นสิ่งที่เราทั้งหลายไม่ควรมองข้าม

.....มีเรื่องราวของพระภิกษุรูปหนึ่ง ซึ่งเคยมีชีวิตที่บริสุทธิ์สะอาด เพียบพร้อมด้วยคุณธรรม ความสามารถ และมีฤทธิ์เดชเป็นที่เลื่องลือ แต่ฤทธิ์ของท่านที่ว่าแน่ ยังต้องพ่ายแพ้แก่สุราเมรัยที่สามารถออกฤทธิ์ทำลายคุณงามความดีทุกประการจนหมดสิ้น

.....พระสาคตเถร*

.....ในสมัยพุทธกาล เมื่อครั้งที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงจำพรรษาอยู่ ณ กรุงสาวัตถี ครั้นออกพรรษาพระพุทธองค์ได้เสด็จไปสู่เจติยชนบท จนกระทั่งมาถึงบ้านภัททวติกคาม เมื่อคนเลี้ยงสัตว์ต่าง ๆ ตลอดจนชาวนา และคนเดินทาง ได้แลเห็นพระองค์ก็พากันกราบทูลว่า

....."ข้าแต่พระองค์ ขอได้โปรดอย่าเสด็จไปสู่ท่าอัมพะเลย เพราะมีพญานาคตนหนึ่งซึ่งมีพิษร้ายแรง อาศัยอยู่ใกล้อาศรมชฎิล หากพระองค์เสด็จไป พญานาคนั้นก็จะทำอันตรายแก่พระองค์"

.....แม้คนเหล่านั้นจะทูลห้ามถึง ๓ ครั้ง แต่พระองค์ก็ยังทรงนิ่งเฉย เข้าไปประทับอยู่ที่ภัททวติกคาม
.....คราวนั้น พระสาคตเถรผู้สำเร็จโลกิยฌาน จึงได้ไปยังอาศรมชฎิลที่นาคนั้นอาศัยอยู่ ท่านเข้าไปยังโรงบูชาไฟ แล้วปูหญ้าลงรองนั่งท่าสมาธิคู้บัลลังก์ ตั้งกายตรง

.....เมื่อนาคมองเห็นพระสาคตเถร ก็รู้สึกขุ่นเคืองพ่นพิษเข้าใส่ พระสาคตเถรจึงบันดาลพิษโต้ตอบกำจัดพิษนาคนั้น นาคพ่นไฟสู้อีก

.....พระสาคตเถรจึงเข้าเตโชสมาบัติ บันดาลไฟโต้ตอบจนนาคนั้นยอมแพ้ จากนั้นท่านได้สั่งสอนให้นาคตั้งอยู่ในไตรสรณคมน์ แล้วท่านจึงกลับมาเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ภัททวติกคาม

.....เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประทับอยู่ที่ภัททวติกคามตามสมควรแก่พระประสงค์แล้ว จึงเสด็จกลับสู่เมืองโกสัมพี เมื่อชาวเมืองโกสัมพี มารับเสด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และได้ทราบว่าพระสาคตเถรมีชัยชนะแก่พญานาค จึงพากันเข้าไปถามพระสาคตเถรว่า "สิ่งใดที่เป็นของหายาก เป็นของชอบใจของพระคุณเจ้า พวกเราจะจัดถวาย"

.....ครั้งนั้น ยังมีภิกษุผู้มีความริษยาในพระสาคตเถร ได้แกล้งตอบไปว่า "สุราใสสีแดงเหมือนสีเท้าของนกพิราบ เป็นของหายาก และเป็นของชอบใจของพระคุณเจ้า ท่านทั้งหลายจงจัดเตรียมสุรานั้นไว้ถวายจึงจะดี"

.....คนเหล่านั้นจึงพากันทำตามคำแนะนำ โดยเวลาที่พระสาคตเถรไปบิณฑบาต ต่างก็ขอให้ท่านดื่มสุรา พระสาคตเถรได้ดื่มสุราทุก ๆ เรือนไป จนในที่สุดก็ล้มลงที่ประตูเมือง ด้วยความมึนเมา

.....พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จออกจากเมือง พร้อมด้วยภิกษุเป็นจำนวนมาก ได้ทอดพระเนตรเห็นพระสาคตล้มกลิ้งอยู่ที่ประตูเมือง จึงตรัสสั่งให้ภิกษุทั้งหลายช่วยกันพยุงพระสาคตเถรไป แล้วจัดให้นอนหันศีรษะมาทางพระองค์ แต่พระสาคตเถรกลับพลิกตัว นอนเอาเท้าทั้งสองมาทางพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

.....ลำดับนั้น พระพุทธองค์รับสั่งถามภิกษุทั้งหลายว่า

....."ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย สาคตะมีความเคารพ มีความยำเกรงในตถาคตมิใช่หรือ"

.....ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลว่า

....."เป็นดังรับสั่ง พระพุทธเจ้าข้า"

....."ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้สาคตะมีความเคารพยำเกรงในตถาคตอยู่หรือ"

....."ไม่มีเลย พระพุทธเจ้าข้า"

....."ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สาคตะได้ต่อสู้กับนาคภัททวติกคามใช่หรือไม่"

....."ใช่ พระพุทธเจ้าข้า"

....."ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้แม้แต่งูน้ำ สาคตะจะสามารถทำการต่อสู้ได้หรือไม่"

....."ไม่ได้ พระพุทธเจ้าข้า"

....."ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย น้ำที่ดื่มเข้าไปแล้ว ถึงวิสัญญีภาพนั้นควรดื่มหรือไม่"

....."ไม่ควรดื่ม พระพุทธเจ้าข้า"

....."ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การกระทำของสาคตะไม่เหมาะ ไม่สม ไม่ควร ไม่ใช่กิจของสมณะ ไฉนสาคตะจึงดื่มน้ำที่ทำให้ผู้ดื่มมึนเมา การกระทำของสาคตะนั้น มิได้เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งขึ้น ของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว"

.....ฤทธิ์ของสุราจึงไม่เพียงแต่ทำให้ พระสาคตเถรสิ้นฤทธิ์ แต่ยังทำให้ความประพฤติอันดีงาม กลับเสื่อมทรามสิ้นสง่าราศี จากผู้เป็นที่เคารพศรัทธา กลับกลายเป็นบุคคลที่น่ารังเกียจเดียดฉันท์ แม้จิตใจที่อาจหาญของท่าน ยังกลับกลายเป็นใจที่เสื่อมสิ้นกำลัง

.....ทั้งที่สภาพใจของท่านแต่เดิมนั้น เป็นใจที่ตั้งมั่น ทนทานต่อการทำลายไม่ว่าจากภัยใดๆ แต่แล้ว กลับเปลี่ยนสภาพไปอย่างง่ายดาย ด้วยการดื่มสุรา

.....ใจที่มัวเมาสิ้นกำลังเช่นนี้ จะพาชีวิตไปสู่ที่ใด

.....การดื่มสุราเมรัย จึงเป็นวิถีชีวิตสู่ความหายนะโดยแท้

.....อ้างอิง : พระสูตรและอรรถกถาแปล ฉบับมหามกุฏฯ เล่มที่ ๔ หน้า ๖๓๐

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร