คำอธิษฐาน

วันที่ 27 กพ. พ.ศ.2546

 

วันวานช่างมืดมิด

ดวงชีวิตช่างไร้ค่า

กัลยาณมิตรช่วยนำพา

ให้ได้มาพบแสงธรรม

วันนี้ฟ้าสดใส

นำหัวใจเปี่ยมสุขล้ำ

มาเถิด…มาช่วยนำ

ประทีปธรรมสู่กลางใจ

 

....."เสียงสายฝนโปรยปรายอยู่ภายนอก ทำให้บรรยากาศในห้องปฏิบัติธรรม ชุ่มฉ่ำด้วยไอเย็นธรรมชาติ ดวงใจของพวกเราทุกคนสงบนิ่ง ทว่าเปี่ยมสุขเกินกว่าจะพรรณนาเป็นคำพูด ท่ามกลางความเงียบ..ประหนึ่งกำลังนึกทบทวนเรื่องราวในอดีต ซึ่งผ่านวันคืนแห่งการแสวงหาบนหนทางหลากหลาย แล้วหนทางเหล่านั้น ได้นำพาเราให้มาพบกัน ในวันฟ้าใสไร้เมฆหมอกของผู้ปรารถนาความสุข..ความสงบ..จากการได้ศึกษาตัวตนของเราอย่างแท้จริง

 

....ฉันนึกถึงความสุขที่เคยได้รับ ตลอดชีวิตวัยเด็ก สู่วัยรุ่น และเริ่มก้าวสู่วัยผู้ใหญ่ในวันนี้ ไม่มีความสุขครั้งใดเลยจะเทียบเท่ากับวันนี้ มีบางคนเคยบอกฉันว่า การมีพ่อมีแม่หรือไม่นั้น ไม่ใช่ความโชคดีหรือโชคร้าย แต่การได้รับการเลี้ยงดูมาอย่างไรต่างหากจึงได้เรียกว่า โชคดี หรือโชคร้าย อย่างแท้จริง ฉันเคยคิดว่าเขาพูดถูก และเชื่อตามนั้น สำหรับคนที่ไม่ได้ข้อแรก แต่ได้ข้อสอง อย่างน้อยๆเขายังโชคดีที่มีคนดูแล แล้วสำหรับคนที่ไม่ได้ทั้งสองข้อเหมือนฉันล่ะ พอจะเรียกว่า โชคร้าย ได้หรือไม่ ไม่มีทั้งพ่อแม่ และไม่ได้ใครคอยดูแล…มีอะไรจะเลวร้ายไปกว่านี้อีกไหม

 

.....แต่วันนี้…ฉันได้เรียนรู้แล้วว่า เราเป็นคนโชคดีที่สุดในโลก ไม่ใช่เพราะไม่มีพ่อแม่ หรือไม่ได้รับการเหลียวแล แต่โชคดีที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ ได้พบพระพุทธศาสนา ที่ทำให้ฉันซาบซึ้งว่าพระคุณบิดามารดา นั้นมีมากล้น แค่ให้กายเนื้อก้อนนี้ มาสร้างความดีเท่ากับให้ต้นทุนบวกกำไรที่ชดใช้ไม่หมดแล้ว ฉันขอขอบคุณการ " อบรมสมาธิแก้ว " ที่ทำให้มีวันนี้

 

.....ไม่นึกเลยว่าคำอธิษฐาน เมื่อวัยเด็กจะกลายเป็นความจริง วันที่มืดมนไร้หนทางออก ฉันอธิษฐานขอให้พระพุทธเจ้ามาปรากฏกาย ต่อหน้าฉันสักครั้ง อยากขอพรท่านให้ฉันพ้นจากทุกข์ พบความสุขที่แท้จริง

 

.....แล้ววันหนึ่ง ฉันได้พบท่านจริงๆ เมื่อวันที่นั่งหลับตา ทำใจนิ่งๆ ณ กลางกาย ตามกระแสเสียงที่พระอาจารย์ท่านแนะนำ เพียงครู่เดียว ใจรู้สึกโปร่ง โล่ง เบาสบาย ดวงกลมใสสว่างประดุจดวงอาทิตย์ยามเที่ยง ได้ผุดขึ้นมากลางใจ แผ่กระแสความชุ่มเย็นไม่มีประมาณออกมา ความปวดเมื่อยต่างๆที่บังเกิดขึ้น ได้หายไปเป็นปลิดทิ้ง หยุดนิ่งดิ่งเข้ากลางเรื่อยไป ปรากฏพระธรรมกายแก้วใสเกตุดอกบัวตูม สมบูรณ์ด้วยลักษณะมหาบุรุษ…อา! พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ฉันพบแล้ว ฉันได้พบท่านจริงๆ

 

..หยาดน้ำตาแห่งความปีติรินไหลมิอาจกั้น ฉันรู้สึกสงบ ตั้งมั่น ไม่นึกหวาดหวั่นกับอะไรทั้งนั้น เหมือนกับองค์พระที่เห็นเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวที่แท้จริงของชีวิต

 

.....วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการอบรม ฉันนั่งมองเปลวเทียนสว่างไสว ที่เราจุดต่อๆกันไปเป็นวงกลม ปักลงบนถาดดอกไม้สวยสด ..เวลานี้ฉันรู้ว่า เทียนเล่มน้อยเพียงเล่มเดียว..ยังสว่างไสวถึงเพียงนี้ ถ้าพวกเรามารวมกันแสงเทียนย่อมประดุจแสงธรรมที่ จะส่องนำทางชีวิตบนเส้นทางอันยาวไกล ในวัฏสงสารได้อย่างแน่นอนเสียงเพลง จากธรรมคีตายังดังกังวาลอยู่ในความรู้สึก เพลงแล้วเพลงเล่า บอกกล่าวเรื่องราวของการหยุดนิ่ง ช่วยจรรโลงสรรพสิ่งให้พบสุขแห่งธรรม

 

ขอบคุณความสว่างในใจ ที่ทำให้ฉันคืนสู่ฝั่งแห่งความสุข…อันงดงาม …

ขอบคุณมิตรแท้รอบข้าง ที่คอยสรรค์สร้างกำลังใจซึ่งกันและกัน

และขอบคุณ…สมาธิแก้ว ที่ทำให้มีวันนี้.."

 

.....จากใจของเยาวชน คนหนึ่งผู้ผ่านการอบรมสมาธิแก้ว บอกเล่าความรู้สึกประทับใจ ที่ได้รับจากการอบรม หากคุณเป็นคนหนึ่งที่แสวงหาความสุขสงบ ปรารถนาการค้นพบศักยภาพภายในด้วยตัวคุณเอง การอบรมสมาธิแก้ว คือการค้นพบสิ่งอัศจรรย์ของใจ…ที่คุณไม่ควรพลาด

 

.....สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมู่บ้านปฏิบัติธรรม โทร.0-2831-2230-3 หรือ 0-1482-8545 รับสมัครตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๔๖ อมรมระหว่างวันที่ ๑๖ มีนาคม-๒๕ พฤษภาคม ๒๕๔๖

 

……เส้นทางแห่งความดี มิใช่มีเพียงแค่ความฝัน….