พวงมาลัยกับไอศกรีม

วันที่ 08 มีค. พ.ศ.2546

พวงมาลัยกับไอศกรีม

.....ดิฉันขับรถมาติดไฟแดงอยู่ที่สี่แยกแห่งหนึ่ง เป้าหมายการเดินทางอยู่ที่โรงแรมชื่อดังริมแม่น้ำเจ้าพระยา ค่ำแล้วแต่การจราจรยังคับคั่ง ดิฉันติดไฟแดงอยู่นานจนมีเวลาสังเกตเห็นแม่ค้าขายพวงมาลัยคนนั้น เธอสวมชุดนักเรียนค่อนข้างเก่า สองมือถือพวงมาลัยดอกมะลิ เดินเร่ไปยืนข้างรถ ปากเธอบอกว่า "วันนี้วันพระ ซื้อพวงมาลัยไปบูชาพระมั้ยคะ?" เธอเดินผ่านรถดิฉันไป เพราะดิฉันไม่มีทีท่าว่าต้องการสินค้าของเธอ

 

 

.....ดิฉันหลงทาง ขับรถวนย้อนกลับมาผ่านสี่แยกเดิมอีกครั้ง แต่คราวนี้โชคดีไฟเขียวผ่านได้ตลอด ดิฉันเห็นแม่ค้าพวงมาลัยคนเดิม นั่งอยู่ที่เกาะกลางถนน มีสมุดเล่มหนึ่งกางอยู่บนตัก ท่าทางกำลังใช้ความคิดกับการบ้านของเธอ กว่าจะมาถึงที่หมาย ดิฉันผิดนัดไปเกือบชั่วโมง ดีที่ไม่มีใครต่อว่า ดิฉันสั่งไอศกรีมสำหรับตัวเองเยื้องจากโต๊ะของเราไป มีชายวัยกลางคน ๗ คน นั่งคุยไป ดื่มไปอย่างออกรสชาติ เสียงดังเป็นระยะๆ คนหนึ่งส่งเสียงเรียกบริกร ออกคำสั่งให้ต่อโต๊ะเพิ่มอีก ๗ - ๘ ที่ครู่เดียวมีเด็กกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามา บางคนยังใส่เสื้อนักเรียน แต่เปลี่ยนจากกระโปรงเป็นกางเกงขาสั้น

 

.....เด็กหญิงกลุ่มนี้ทรุดตัวลงนั่งด้วยอาการเกร็งๆ เขินอาย ราวกับกำลังอยู่ต่อหน้าครูฝ่ายปกครอง น่าเสียดายที่ชายอายุคราวพ่อทั้งเจ็ดคนไม่ใช่ครู ท่าทางเหมือนนายพรานมากกว่า สายตาพวกเขาสำรวจรูปร่างหน้าตาของเด็กหญิง มีอำนาจสร้างความปั่นป่วนที่กระเพาะลำไส้ดิฉัน จนต้องผลักไอศกรีมที่บริกรเพิ่งเอามาวางตรงหน้าออกไปบริกรสาวเข้าไปถามเด็กๆ ว่าจะดื่มอะไร เด็กหญิงตัวเล็กที่สุดในกลุ่มบอกว่า "น้ำเปล่า" เธอถูกเพื่อนใช้ศอกกระแทกสีข้างทำนองไม่เห็นด้วย บริกรสาวรู้ใจถามว่า "ดื่มเบียร์ไหมคะ?" ดิฉันอยากจะดีด ยายเด็กเสริฟคนนี้จริงๆ ก็เห็นอยู่ว่าเด็กหญิงทั้ง ๗ คนนั้นยังเรียนไปจบชั้นมัธยมต้นด้วยซ้ำไป ยังมีแก่ใจชวนดื่มเบียร์มีเด็กหญิงอีกคนที่โตกว่าเพื่อนเข้ามาสมทบ นั่งคุยสักพัก ก็ขอตัวออกไปคุยโทรศัพท์ ท่าทางเธอกร้านชีวิตเหลือเกินในความรู้สึกของดิฉัน

....."นั่นน่ะ แม่เล้า!"

....." รู้ได้ไง?" ดิฉันหันไปถามคนแสนรู้ พร้อมส่งสายตาระแวงแคลงใจ

....."โธ่! อาครับ..มองปราดเดียวก็รู้แล้ว"

 

.....ก่อนงานเลี้ยงจะเลิกรา การเจรจาของคนสองวัยยังดำเนินต่อไป ดิฉันไม่ได้อยู่รอถึงบทส่งท้าย เสียดายที่วันนั้นดิฉันไม่มีเบอร์โทรศัพท์ของคุณปวีณา หงษ์สกุลขากลับดิฉันผ่านสี่แยกนั้นอีกครั้ง ดิฉันมองหาแม่ค้าพวงมาลัยตัวน้อยแต่ไม่พบ อยากให้กำลังใจและบอกเธอว่า ขอให้เธอจงภูมิใจคุณค่า และศักดิ์ศรีของมนุษย์ผู้หญิงเถิด งานที่เธอทำนั้น อย่างน้อยที่สุดก็ช่วยให้ผู้คนได้ระลึกถึงความดี ระลึกถึงพระรัตนตรัย ดิฉันอยากซื้อพวงมาลัยของเธอไปบูชาพระ และอธิษฐานขอให้พระคุ้มครองเด็กๆ ของเรา

 

 

ภัทรา ประภาชล

 

 

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร