รีบสุจริต

วันที่ 10 มีค. พ.ศ.2546

รีบสุจริต


.....ดึกแล้ว เสียงร้องระงมของกบอึ่งอ่างยามหลังฝน ยังคงแว่วมาจากท้องทุ่ง ที่ใต้ถุนเรือนยกพื้นแบบบ้านชนบททั่วไป ตาไพรยังคงนั่งปั้นดินเหนียว เป็นรูปควายธนูอยู่อย่างแข็งขัน โดยมีเสียงเพลงจากวิทยุเครื่องเก่า รายการจิ๊กโก๋นอนดึกเป็นเพื่อนคลายเงียบเหงา แล้วทันใดนั้น มีมือเหี่ยวๆคู่หนึ่งเอื้อมมือมาอย่างช้าๆจับขอบหน้าต่างๆไว้ สายตาคมกริบราวเหยี่ยวโฉบเหลียวมองในทันใด มือคู่นั้นวับหายไปในบัดดล

 

....." ใครบังอาจมาล้อเล่นกับข้า ! " ตาเฒ่าคำรามลั่น ในใจฮึกเหิมอยู่ไม่นาน พลันรู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยียบที่แล่นเข้ามาในอก จุกเสียดแน่นจนหายใจไม่ออก ความรู้สึกค่อยๆดับวูบลง

.....…" พ่อๆ พ่ออย่าเพิ่งเป็นอะไรนะ " ได้ยินเหมือนเสียงใครเรียกอยู่ข้างๆ ตาไพรค่อยๆลืมตาขึ้น สายตาพร่ามัวเริ่มชัดเจน พบตัวเองนอนอยู่ในโรงพยาบาล โดยมีเจ้าเตยลูกสาวคนเดียวนั่งหน้าตาตื่นอยู่ข้างๆ เขาค่อยเรียกความทรงจำทั้งมวลกลับคืนมา นึกลำดับเหตุการณ์เมื่อคืนว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วทำไมถึงมานอนอยู่ที่นี่ หรือว่า..ภูตผีที่เลี้ยงไว้จะมาเอาชีวิต ตาไพรเริ่มคิดสับสน จับต้นชนปลายไม่ถูก
ประตูถูกผลักออก คุณหมอในเสื้อกาวน์สีขาวสวมแว่นหนาเตอะเดินเข้ามา เขากวาดตามองทุกคนในห้องครู่หนึ่ง ก่อนจะยกแผ่นกระดาษในมือมาอ่านสีหน้าเคร่งเครียด " ผลตรวจเลือดของคุณออกมาเป็นบวกครับ อาจจะยังไม่ถึงขั้นร้ายแรง อาจจะรักษาได้หรือไม่ได้ ผมไม่แน่ใจ ขึ้นอยู่กับโชคชะตาและกำลังใจของคุณ ช่วงนี้เป็นช่วงดูอาการ หมออนุญาตให้คุณกลับบ้านได้ " จบคำพิพากษาของหมอทั้งห้องก็เงียบงัน แทบไม่รู้สึกว่าเขาสองคนเดินออกไปจากห้องตั้งแต่เมื่อไหร่

 

.....หลังจากวันนั้น ตาไพรเปลี่ยนเป็นคนละคน เขาหยิบเอาของขลังทั้งหลายที่สะสมมาหลายสิบปี เผาไฟทิ้งเสียกลางทุ่งหลังบ้าน ตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากิน ใบเตยรู้สึกเหมือนพ่อคนใหม่กลับชาติมาเกิด พ่อเลิกกินเหล้า เลิกสูบบุหรี่ พาลูกสาวไปตักบาตรทำบุญที่วัด จนใบเตยนึกอยากให้วันเวลาอย่างนี้อยู่กับเธอชั่วชีวิต ใครบางคนเคยพูดว่าเมื่อรู้ถึงวันสุดท้ายของชีวิตเมื่อไหร่ นั่นคือ วันเริ่มต้นใหม่ในชีวิต ตอนนี้เขาได้รู้แล้ว เขาเพิ่งรู้สึกอยากจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ อยากทำในสิ่งที่อยากทำ อยากจะทำความดีบ้างในขณะที่ไม่รู้ว่าโลกหน้าคืออะไร เขายังไม่แน่ใจว่าสิ่งที่มองไม่เห็นนั้น จะ ไม่มี เสมอไป เขาไม่ควรประมาท ครบสามเดือนตาไพรกลับไปหาหมอตรวจเลือดอีกครั้งหนึ่ง ปรากฏตรวจไม่พบเชื้อเลือดบวก น้ำตาแห่งความดีใจใหลท่วมท้น …เขานึกถึงเพื่อนรักอยากเตือนว่าอย่าหลงผิด

.....….อย่าต้องรอให้เฉียดตาย ถึงจะรู้ว่า สายเกินไป….........

อุบลเขียว

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร