ดินแดนเลื่องชื่อ ณ เมืองชุมพร

วันที่ 27 มีค. พ.ศ.2546

 



.....ภายใต้ท้องฟ้าสีครามคลื่นทะเลสีเงิน ยวงสะท้อนแสงแดดจรดเส้นขอบฟ้า หาดทรายสีขาวสะอาดตาทอดตัวขนานกับแนวสน รู้สึกได้ถึงลมเย็นที่พัดผ่าน ไม่ว่าจะมองไปทางไหนเห็นแต่สวน มะพร้าวกว้างขวาง เบื้องหน้าเป็นเงื้อมผาสูงตระหง่าน ที่ประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ใหญ่ เป็นหลักเป็นประธานในดินแดน เลื่องชื่อ ณ เมืองชุมพรแห่งนี้

 

.....เมื่อเอ่ยถึง จังหวัดชุมพร คนส่วนใหญ่คงนึกถึง บุคคลสำคัญท่านหนึ่ง คือ พลเรือเอกพระบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หรือที่ชาวเราเรียกชื่อท่านสั้นๆว่า " ท่านเจ้ากรมฯ" ทหารหาญแห่งสยามประเทศผู้มีคุณูปการต่อแผ่นดินมากมาย ประวัติชีวิตของท่าน ถูกบันทึกไว้ให้เป็นตัวอย่างแก่อนุชนคนรุ่นหลัง

 

.....หากใครมีโอกาสไปเที่ยวเมืองชุมพร พลาดไม่ได้ที่จะไปนมัสการรูป เคารพของท่านเจ้ากรมฯ นอกจากนี้ยังมีสถานที่น่าสนใจหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นวัดเจ้าฟ้าศาลาลอย แวะกราบนมัสการร่างของหลวงปู่สงฆ์ พระสุปฏิปันโนในอดีต และยังธรรมชาติงดงามมากมาย เช่น หาดทรายรี ล้วนเป็นสถานที่สำคัญ และมีความหมายต่อชาวชุมพรทั้งสิ้น

 

.....ตั้งแต่โบราณกาล เมืองชุมพรเป็นดินแดนของ พระพุทธศาสนาที่เจริญรุ่งเรือง สืบทอดเรื่อยมา ในภาวะการณ์ปัจจุบันแม้ สังคมไทยกำลังประสบปัญหาเรื่องศีลธรรม แต่ทุกฝ่ายต่างไม่ได้นิ่งนอนใจ ร่วมกันหาแนวทางการแก้ไขสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น มุ่งเน้นเยาชนของชาติที่จะต้องเติบโต ไปเป็นทรัพยากรบุคคลอันมีค่าต่อไป จึงเกิดการตื่นตัวด้าน การฝึกอบรมพัฒนาศีลธรรมขึ้น ตามนโยบายของรัฐบาลภายหลัง จากปราบปรามปัญหายาเสพติดมาได้ระยะหนึ่ง มีนโยบายให้ทุกศาสนาร่วมกันอบรมศีลธรรม ให้กับเยาวชนเพื่อเป็นการวางรากฐาน คุณธรรมและเป็นการป้องกันในวันข้างหน้า ไม่ใช่เพียงแก้ไขปัญหาปลายเหตุเพียงอย่างเดียว ซึ่งทุกส่วนงานต่างเห็นด้วยและให้ความสนับสนุนเต็มที่

 

.....สำหรับเมืองชุมพร ยกตัวอย่าง เช่น วัดพลับพลา ร.๕ นับเป็น " บุญสถานที่สร้างคนดีให้กับสังคม " อีกแห่งหนึ่ง ซึ่งจัดกิจกรรมส่งเสริมศีลธรรม ให้กับเยาวชนอย่างต่อเนื่อง ความเป็นมาของสถานที่แห่งนี้ ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕ เนื่องเพราะเคยเป็นที่ประทับของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งเสด็จประภาสยังจังหวัดชุมพร จึงได้ทำการปลูกสร้างพลับพลารับเสด็จ แต่ต่อมาประชาชนละแวกนั้น จึงได้ร่วมกันสร้างวัดเพื่อระลึกถึง พระมหากรุณาธิคุณของท่านในครั้งนั้น

 

.....วัดพลับพลา ร.๕ แห่งนี้ เป็นวัดที่สวยงามร่มรื่น สะอาดสอ้านเป็นระเบียบเรียบร้อย มีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงามากมายเหมาะแก่การประพฤติปฏิบัติธรรม

 

.....เมื่อได้เข้าไปกราบนมัสการท่านเจ้าอาวาสคือ พระประยูร อตถลทโธ ท่านมีศีลาจารวัตรงดงามน่าเลื่อมใส ท่านเริ่มต้น โครงการสอนศีลธรรมร่วมกับพระภิกษุ ร่วมจำพรรษาอีก ๔ รูป เมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๔๔ จัดอบรมศีลธรรม ให้กับเยาวชนในละแวกใกล้เคียง และที่ครูอาจารย์จากโรงเรียนต่างๆพามา เริ่มจาก โครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน ซึ่งจัดต่อเนื่องกันเป็นประจำทุกปี หลังจากการอบรมได้ผลตอบรับ จากผู้ปกครองดีมาก ว่าเด็กมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น มีระเบียบวินัยมากขึ้น รู้จักผิดชอบชั่วดี มีมาตรฐานการตัดสินใจ ที่อยู่บนรากฐานของคุณธรรมมากขึ้น และทางวัดเองส่งเสริมให้การศึกษา แก่บุตรหลานผู้มีความสนใจ อยากบวชต่อหลายรูป เด็กจะได้เรียนรู้การฝึกฝนตนเองขั้นพื้นฐาน ด้วยการทำทาน รักษาศีล และเจริญสมาธิภาวนา ตามหลักพุทธวิธี

 

.....สำหรับในปีนี้เปิดรับสมัคร นักเรียนตั้งแต่ชั้น ป.๔-ม.๓ เข้าอบรมโครงการบรรพชา สามเณรภาคฤดูร้อน รับสมัครตั้งแต่วันนี้-๒๙ มีนาคม ๒๕๔๖ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.๐๑-๖๒๙๓๑๒๘ ขอเชิญแวะชมกิจกรรมของวัดและร่วมบุญเป็นเจ้าภาพได้ทุกวัน

 

.....แม้จะกลับจากชุมพร มาได้หลายวันแล้ว แต่กลิ่นอายของคลื่นลม ทะเลยังเป็นมโนภาพ สวยงามอยู่ในความคิด ผสมผสานกับ ภาพสีเหลืองของผ้ากาสาวพัสตร์ ที่เป็นประดุจธงชัยของพระอรหันต์ พระภิกษุเหล่านี้ท่านทำหน้าที่ประดุจต้นหนเรือ คอยคัดท้ายนาวาธรรมฝ่าคลื่นลมแรงเข้าสู่ฝั่ง หวังเพียงให้แสงแห่งธรรม ของพระบรม ศาสนาไปส่องสว่าง ในดวงใจคนทั้งหลาย แต่เรือลำนี้จะไปถึงจุดหมายได้ ต่อเมื่อพวกเราพุทธบริษัท ๔ ช่วยกันโอบอุ้มทำนุบำรุง…