กัฏฐหาริชาดก ชาดกว่าด้วยการถือชั้นวรรณะจัด

วันที่ 04 มค. พ.ศ.2549

นิทานชาดก

กัฏฐหาริชาดก ชาดกว่าด้วยการถือชั้นวรรณะจัด

chadok490204.jpg

นิทานชาดก

กัฏฐหาริชาดก
ชาดกว่าด้วยการถือชั้นวรรณะจัด


สถานที่ตรัสชาดก

เชตวันมหาวิหาร นครสาวัตถี
 

สาเหตุที่ตรัสชาดก

        ครั้งหนึ่ง เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับ ณ เชตวันมหาวิหาร ทรงทราบว่า พระนางวาสภขัตติยา พระราชธิดาของพระเจ้ามหานามแห่งศากยวงศ์ ได้ถูกถอดออกจากตำแหน่งพระอัครมเหสีของพระเจ้าปเสนทิโกศล พร้อมกับพระราชโอรสของพระนาง แต่ความอาลัยรักยังมีอยู่มาก จึงยังคงให้อาศัยอยู่ในพระราชวังได้ดังเดิม

        พระบรมศาสดามีพระทัยเปี่ยมล้นด้วยความเมตตากรุณาใคร่จะอนุเคราะห์นางกับพระราชโอรสผู้ปราศจากความผิด จึงตรัสถามเรื่องนี้กับพระเจ้าปเสนทิโกศลว่า

        “นางมาที่เมืองนี้ มาหาใคร ใครไปขอให้มา หรือนางมาเอง”

        พระราชาทูลว่า “ข้าพระพุทธเจ้าไปสู่ขอนางมาเป็นพระมเหสีเองพระเจ้าข้า”

        “ดูก่อน มหาบพิตร นางเป็นธิดาของพระราชา มาสู่พระราชาเหมือนกัน ได้โอรสก็โดยอาศัยพระราชา ไฉนพระราชโอรสนั้นจึงไม่ควรได้เป็นเจ้าของราชสมบัติของพระชนกเล่า อย่าว่าแต่ครั้งนี้เลย แม่แต่โบราณกาล พระราชามีโอรสกับหญิงเก็บฟืนที่อยู่ร่วมกันเพียงครู่เดียว พระองค์ยังทรงยอมมอบราชสมบัติแก่พระโอรสนั้นได้”

พระพุทธองค์จึงตรัส กัฏฐหาริชาดก มีเนื้อความดังนี้


เนื้อหาชาดก

        วันหนึ่ง พระเจ้าพรหมทัต แห่งนครพาราณสี ได้เสด็จประพาสพระราชอุทยาน พร้อมด้วยหมู่ข้าราชบริพาร พลันได้ยินเสียงสตรีขับร้องเพลงดังมาจากป่าใกล้ๆ ทรงมีจิตปฏิพัทธ์รักใคร่ และได้เสด็จไปอยู่ร่วมด้วย

        ต่อมานางตั้งครรภ์ จึงกราบทูลให้พระเจ้าพรหมทัตทรงทราบ พระองค์จึงพระราชทานพระธำมรงค์วงหนึ่งแก่นาง แล้วตรัสว่า หาบุตรในครรภ์เป็นหญิง ให้นำพระธำมรงค์นั้นไปขายเลี้ยงชีวิต แต่หากบุตรเป็นชายให้พาไปหาพระองค์

        เวลาผ่านไปนางได้คลอดบุตรเป็นชาย นางได้เลี้ยงดูกุมารน้อยจนเติบใหญ่ กุมารน้อยรู้ความจึงถามถึงบิดาตน มารดาจึงเล่าความจริงให้ทราบ กุมารจึงอ้อนวอนให้พาเข้าวัง นางจึงพากันไปเฝ้าพระเจ้าพรหมทัต

        นางได้กราบทูลพระเจ้าพรหมทัตว่า กุมารน้อยคือโอรสของพระองค์ พระเจ้าพรหมทัตนั้น รู้สึกละอายจึงตรัสปฏิเสธ แม้กระทั้งนางนำพระธำมรงค์มาถวายให้ทอดพระเนตร พระองค์ก็ยังไม่ทรงยอมรับ นางรู้สึกเสียใจยิ่งนัก จึงกล่าวสัตยาธิฐานต่อหน้าพระเจ้าพรหมทัตว่า หากกุมารน้อยนี้เป็นโอรสของพระองค์ ก็จงลอยอยู่ในอากาศ แต่หากว่ามิใช่ ก็ขอให้ตกลงมาตายเสียเถิด

        กล่าวจบ นางจับกุมารน้อยโยนขึ้นไปบนอากาศทันที ท่ามกลางความตกตะลึงของพระเจ้าพรมหทัตและหมู่อำมาตย์ข้าราชบริพารทั้งหลาย

        ด้วยอำนาจแห่งสัตยาธิษฐาน ร่างของกุมารน้อยกลับนั่งขัดสมาธิลอยอยู่เป็นที่อัศจรรย์ยิ่งนัก พลางกุมารกล่าวภาษิตคาถาว่า แม้คนเหล่าอื่นพระองค์ทรงชุบเลี้ยงได้ ไฉนจะไม่ทรงชุบเลี้ยงโอรสของพระองค์เองเล่า พระเจ้าข้า

        พระเจ้าพรหมทัตทรงตื้นตันพระทัย ยื่นพระกรขึ้นรับกุมารน้อยตรัสว่า ลงมาเถิดลูกเอ๋ย พ่อจะเลี้ยงเจ้าเอง พ่อจะเลี้ยงเจ้าเอง พระกุมารลงสู่พระหัตถ์ของพระบรมราชชนกแล้วประทับนั่งอยู่บนพระเพลา

        พระเจ้าพรหมทัตได้พระราชทานตำแหน่งอุปราชแก่พระราชโอรส และทรงแต่ตั้งหญิงเก็บฟืนมารดาของพระราชโอรสเป็นพระอัครมเหสี

        ต่อมา เมื่อพระเจ้าพรหมทัตได้เสด็จสวรรคต กุมารน้อยพระราชโอรสได้ครองราชสมบัติสืบแทน ทรงพระนามว่า พระเจ้ากัฏฐวาหนะ


ประชุมชาดก

        หญิงเก็บฟืน ได้มาเป็นพระนางสิริมหามายา

        พระกุมารน้อยหรือพระเจ้ากัฏฐวาหนะ ได้มาเป็นพระองค์เอง


ข้อคิดจากชาดก

        ๑. ทุกคนควรหมั่นทำบุญให้ทาน ประพฤติปฏิบัติธรรมโดยสม่ำเสมอ เมื่อถึงคราวบุญให้ผล จะได้รุ่งเรืองต่อเนื่องกันตลอดไป ชีวิตจะได้ไม่ขึ้นๆ ลงๆ เช่นหญิงเก็บฟืนนี้

        ๒. เกิดเป็นคนต้องรักษาความสัตย์ไว้ให้ดี เพราะทุกอย่างสำเร็จได้ด้วยอำนาจใจ แต่จะสำเร็จ ช้าหรือเร็วเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับว่ามีความซื่อสัตย์มั่นคงจริงจังเพียงใด

 

นิทานชาดก
กัฏฐหาริชาดก
ชาดกว่าด้วยการถือชั้นวรรณะจัด