ทำไมต้องนั่งสมาธิด้วย

วันที่ 17 พค. พ.ศ.2550

 

คำถาม  ลูกเคยชวนเพื่อนมานั่งสมาธิ เขากลับบอกว่า คนอยู่ทางโลกอย่างเราแค่ทำทาน รักษาศีล ก็พอแล้ว ทำไมต้องนั่งสมาธิด้วย ลูกอธิบายให้เขาเข้าใจได้อย่างไรเจ้าคะ

 

คำตอบ  ในการตอบคำถามเพื่อให้เห็นความสำคัญของการนั่งสมาธินั้น ในขั้นต้นต้องดูก่อนว่าเขาสนใจคำสอนในพระพุทธศาสนามากน้อยแค่ไหน

 

ประโยชน์ของการนั่งสมาธิ

 

.....คนบางประเภท แม้ไม่ค่อยได้สนใจคำสอนในพระพุทธศาสนามากนัก แต่ว่าเขาก็ยังตักบาตรให้ทาน รักษาศีล ไปตามประเพณี เพราะฉะนั้น ถ้าปรากกว่าเพื่อนของเราเป็นคนประเภทนี้ เราต้องไปช่วยชี้ช่วยแนะให้เขาดูว่าการทำทานทำให้เขามีความสบายใจดี แต่ถ้าจะให้มีความสบายใจและได้บุญมากยิ่งขึ้น ก่อนทำทานลองนั่งสมาธิดูสักหน่อย ใจจะได้ใสๆบุญที่ได้จะมีคุณภาพมากกว่าการทำทานอย่างเดียว

 

.....ในทำนองเดียวกัน ถ้าเขารักษาศีลดีอยู่แล้วก็บอกเขาว่า รักษาศีลดีๆอย่างนี้ ถ้าได้นั่งสมาธิอีกสักหน่อยให้ใจใสๆศีลที่เขารักษาก็จะได้มั่นคงยิ่งขึ้น

 

.....สำหรับระยะแรกๆเราคงอธิบายให้เขาเข้าใจได้ในระดับหนึ่ง ตาว่าหลังจากที่เขานั่งสมาธิไปได้สักระยะหนึ่งแล้ว เราจึงค่อยๆอธิบายให้เขาเข้าใจลุ่มลึกยิ่งขึ้นไปอีกตามลำดับๆตามแต่จะเห็นสมควร โดยเอาประสบการณ์จากที่เราเคยมีในการนั่งสมาธิมาแรมปีไปค่อยๆอธิบายให้เขาฟังเขาก็จะเข้าใจง่ายขึ้น

           

.....ส่วนคนอีกประเภทหนึ่งนั้น ทั้งตั้งใจให้ทาน ตั้งใจรักษาศีล แล้วก็ศึกษาธรรมะด้วย เช่น ศึกษาว่ารักษาศีลอย่างไรศีลของตนจึงจะบริสุทธิ์ ทำทานอย่างไรจึงจะได้บุญมากๆ ตาว่ายังมองไม่เห็นคุณค่าที่แท้จริงของสมาธิ เช่น มีครูบาอาจารย์บางท่าน ทั้งที่เป็นพระภิกษุ แต่กลับพูดว่าท่านมีสมาธิดีอยู่แล้วจะต้องมาฝึกสมาธิอีกทำไม อย่างนี้ก็เหมือนกัน สำหรับคนประเภทนี้ ถ้าไม่ถึงกับต่อต้าน ก็ยังพออธิบายให้เข้าใจได้บ้างในระดับหนึ่ง

 

.....ยกตัวอย่างอธิบายให้เขาฟังง่ายๆว่า ถึงแม้จะให้ทานจนสามารถขจัดความตระหนี่ออกไปจากใจได้แล้ว ถึงแม้จะตั้งใจรักษาศีล จนทำให้สามารถควบคุมกิริยามารยาท ควบคุมความวิปริตทางกาย ทางวาจา ทางใจ ได้ดี แต่ว่าที่ทำมาทั้งหมดนั้น ก็ยังทำให้ใจของเขาใสไม่พอ คุณต้องคิดนะวาคณะที่คุณให้ทาน รักษาศีล เป็นประจำ แต่ว่าหลายๆครั้งก็มีเรื่องที่มาทำให้คุณขุ่นใจ ทำให้นอนไม่หลับ ทำให้คิดฟุ้งซ่าน หรือบางครั้งถึงกับต้องกระทบกระทั่งแตกหักกับพรรคพวกเพื่อนฝูงก็ยังมี แล้วคุณไม่คิดจะแก้ไขสิ่งเหล่านั้นบางหรอกหรือ

 

.....วิธีที่จะแก้ไขความใจขุ่นได้ง่ายๆโดยไม่ต้องลงทุนอะไรเลยก็คือ คุณลองมาฝึกสมาสักหน่อยเพราะการฝึกสมาธิเป็นเรื่องของการฝึกหักห้ามใจ ลักษณะหนึ่งคือให้เขาฝึกสมาธิเพื่อสำหรับใช้เป็นเครื่องหักห้ามใจนั่นเอง หรือถ้าเขาเป็นนักทำงาน ที่ไม่ค่อยได้กระทบกระทั่งอะไรกับใคร แต่นักทำงานพอถึงจุดหนึ่งของเข้าแล้วมักจะล้า วิธีที่จะทำให้ใจหายล้า หายเพลีย หายเหนื่อย หายหน่าย ได้ง่ายๆ ซึ่งเป็นเรื่องของการฟื้นฟูใจ การให้กำลังใจตัวเองขึ้นมาก็ไม่มีอะไรเกินการทำสมาธิ

 

.....พูดง่ายๆก็คือนำอานิสงส์ของการฝึกสมาธิในแง่มุมต่างๆมาอธิบายให้เขาฟัง ให้เหมาะกับจริตอัธยาศัยของเขาให้ได้ ก็สามารถชวนให้เขามาเข้าวัด ปฏิบัติธรรมนั่งสมาธิภาวนาร่วมกับคุณได้ไม่ยากจนเกินไป

   

.....ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การไปชวนคนให้มาฝึกสมาธิ ขอแถมอีกนิดหนึ่งก็แล้วกัน ในวาระที่จะชวนคนมาเข้าวัดมาปฏิบัติธรรมได้ง่ายๆทั้งที่ธรรมดาเขาค่อนข้างจะเป็นคนดื้อ ก็คือ

 

๑. ตอนที่เขาป่วย

 

๒. ตอนที่เขามีทุกข์

 

.....ตอนกำลังป่วยก็ทุกข์กายนั่นเอง ไม่ว่าจะทุกข์กาย ทุกข์ใจ ทุกข์ในเรื่องของครอบครัว ทุกข์จากที่ทำงาน หรือทุกข์จากอะไรก็ตาม ตอนกำลังมีทุกข์คนเราย่อมต้องการที่พึ่งกันทั้งนั้น เราก็อาศัยจังหวะนั้นแหละ ชวนเขามาทำสมาธิ แล้วจะไม่พลาดสักรายทีเดียว

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร